หน้าแรก | ครูบ้านนอกบล็อก
ศูนย์รวมความคิด ความรู้ ประสบการณ์ ของคุณครู สมาชิกเว็บไซต์ ครูบ้านนอก.คอม ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ตั้งใจทำเพื่อสังคมครับ
เจ้าของโพสต์นี้
นรีรัตน์ นาครินทร์
จากจังหวัด ยโสธร

ความดีความชอบไม่ใช่เรื่องของโชค
โพสต์เมื่อวันที่ : 23 ก.ย. 2552 IP : เปิดอ่าน : 8409 ครั้ง
คะแนนของ BLOG นี้
(83.53%-17 ผู้โหวต)

Advertisement

เมื่อทุกคนเข้าข่ายในการพิจารณา ก็ต้องเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหาร ที่จะต้องจัดอันดับความดี ผสมผสานกับระดับความชอบ ซึ่งส่วนใหญ่ ที่โรงเรียนทำกันเป็นประเพณีเลย ก็คือ ใครที่ได้ 1 ขั้นในรอบแรก รอบที่สอง ถ้าไม่เลวร้ายเกินไป ก็คงจะได้ 1 ขั้น ตามวิธีปฏิบัติ หรือบางคนรอบแรกได้ 0.5 ขั้น ถ้ารอบสองผลการปฏิบัติหน้าที่โดดเด่น มีผลงานระดับเขตฯ ระดับชาติ ในรอบนี้ก็อาจจะได้ หนึ่งขั้นครึ่ง ก็เป็นไปได้........ เกณฑ์การพิจารณาในแต่ละสถานที่แต่ละแห่งตั้งกฎ กติกาไว้อย่างเหมาะสมเห็นแล้วจะพบได้ว่าถ้าทำได้จริงอย่างที่ว่า สังคมพี่ ๆ น้อง ๆ คงจะเป็นสุขอย่างเหลือหลาย ดังกับยุคสมัยโบราณที่มีข้าวแกงหม้อแกง นำมาแบ่งกันกินได้ทั้งหมู่บ้าน .... สมัยนี้หากว่ามีการจัดงานวันเกิดได้ตัดเค้กสักก้อนให้ลูก ๆ ทั้ง 10 คน มีส่วนหนึ่งที่มีลูกเกดสีแดงลูกใหญ่อยู่ตรงกลางหากเจ้าของวันเกิดจำเป็นต้อง เลือกตัดใจให้ใครคนใดคนหนึ่งในสิบส่วนนั้นให้ด้วยความรัก แม้แต่ให้ส่วนเดียว แม้แต่ว่าส่วนอื่น ๆ ทุกคนก็ได้ร่วมกิน...แม้ว่าจะนั่งกินด้วยกัน...ยิ้มแย้มแจ่มใส..ก็ย่อมมีสักเสี้ยวหนึ่งในหัวใจที่มีความคิดว่าคุณพ่อคุณแม่รักมากที่สุดคือคนนั้นเสมอ...คนที่ได้กินลูกเกดลูกเดียวที่มีอยู่บนเค้ก...ปอนด์นั้น ผู้เขียนได้สืบเสาะ สืบค้น เปิดตำรา อ่านเกี่ยวกับระบบการประเมินความดีความชอบมาหลายปี และตลอดจนประสบการณ์ที่เจอกับตนเองรู้สึกว่าสมัยก่อนคนเราอยู่กันได้อย่างไรนะ...เงินเดือนครูไม่ถึงสามร้อยบาทด้วยซ้ำ ....สมัยนี้ช่างรู้สึกอึดอัดเหลือเกินกับเมื่อถึงฤดูกาล....การประเมิน...

.....

ความดีความชอบไม่ใช่เรื่องของโชค

               เมื่อทุกคนเข้าข่ายในการพิจารณา  ก็ต้องเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหาร ที่จะต้องจัดอันดับความดี  ผสมผสานกับระดับความชอบ ซึ่งส่วนใหญ่ ที่โรงเรียนทำกันเป็นประเพณีเลย ก็คือ ใครที่ได้ 1 ขั้นในรอบแรก  รอบที่สอง ถ้าไม่เลวร้ายเกินไป ก็คงจะได้ 1 ขั้น ตามวิธีปฏิบัติ   หรือบางคนรอบแรกได้ 0.5 ขั้น  ถ้ารอบสองผลการปฏิบัติหน้าที่โดดเด่น มีผลงานระดับเขตฯ ระดับชาติ  ในรอบนี้ก็อาจจะได้ หนึ่งขั้นครึ่ง ก็เป็นไปได้........
          เกณฑ์การพิจารณาในแต่ละสถานที่แต่ละแห่งตั้งกฎ กติกาไว้อย่างเหมาะสมเห็นแล้วจะพบได้ว่าถ้าทำได้จริงอย่างที่ว่า สังคมพี่ ๆ น้อง ๆ คงจะเป็นสุขอย่างเหลือหลาย  ดังกับยุคสมัยโบราณที่มีข้าวแกงหม้อแกง นำมาแบ่งกันกินได้ทั้งหมู่บ้าน  ....

            สมัยนี้หากว่ามีการจัดงานวันเกิดได้ตัดเค้กสักก้อนให้ลูก ๆ ทั้ง 10     คน มีส่วนหนึ่งที่มีลูกเกดสีแดงลูกใหญ่อยู่ตรงกลางหากเจ้าของวันเกิดจำเป็นต้อง เลือกตัดใจให้ใครคนใดคนหนึ่งในสิบส่วนนั้นให้ด้วยความรัก แม้แต่ให้ส่วนเดียว  แม้แต่ว่าส่วนอื่น ๆ ทุกคนก็ได้ร่วมกิน...แม้ว่าจะนั่งกินด้วยกัน...ยิ้มแย้มแจ่มใส..ก็ย่อมมีสักเสี้ยวหนึ่งในหัวใจที่มีความคิดว่าคุณพ่อคุณแม่รักมากที่สุดคือคนนั้นเสมอ...คนที่ได้กินลูกเกดลูกเดียวที่มีอยู่บนเค้ก...ปอนด์นั้น ผู้เขียนได้สืบเสาะ  สืบค้น เปิดตำรา อ่านเกี่ยวกับระบบการประเมินความดีความชอบมาหลายปี และตลอดจนประสบการณ์ที่เจอกับตนเองรู้สึกว่าสมัยก่อนคนเราอยู่กันได้อย่างไรนะ...เงินเดือนครูไม่ถึงสามร้อยบาทด้วยซ้ำ   ....สมัยนี้ช่างรู้สึกอึดอัดเหลือเกินกับเมื่อถึงฤดูกาล....การประเมิน...

          การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้พิจารณาโดยยึดหลักและแนวทาง เช่น
1. พิจารณาจากผลการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูง
2. พิจารณาให้กับข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในท้องถิ่นห่างไกล/ทุรกันดาร หรือการคมนาคมไม่สะดวก หรือมีความยากลำบากในการปฏิบัติงาน
 3. พิจารณาให้กับข้าราชการชั้นผู้น้อยในสัดส่วนที่มากกว่าข้าราชการชั้นผู้ใหญ่
 4. โรงเรียนที่มีอัตรากำลังน้อยแต่มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานสูง
   5. ไม่ให้พิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน (รวมทั้งปี) 2 ขั้นติดต่อกัน ยกเว้นกรณี    ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นเป็นพิเศษ
เพิ่มเติม
                          ร้อยละผู้ได้รับความดีความชอบกรณีพิเศษใช้ฐาน 1.5 ขั้น หมายความว่า ผู้ได้รับพิจารณาความดีความชอบ 1.5 ขั้น และ 2 ขั้น เป็นผู้ได้รับความดีความชอบกรณีพิเศษ
                           ผู้ได้รับความดีความชอบ 2 ขั้น 1 คน  มีค่า =  2
                           ผู้ได้รับความดีความชอบ 1.5 ขั้น 1 คน  มีค่า =  1

ตัวอย่างที่ 1 ข้าราชการครูในโรงเรียน ก. 20 คน ใช้วงเงินเลื่อนขั้นไม่เกิน 6 %
                                                   พิจารณาให้ 2 ขั้น   2 คน    =  4
                                                    พิจารณาให้ 1.5 ขั้น 12 คน   =  12
                                      ร้อยละของผู้ได้รับความดีความชอบกรณีพิเศษใช้ฐาน 1.5 ขั้น  =   (4+12) x 100
                                                                                                                                                  20
                                                                                                                                       =    80 %

ตัวอย่างที่ 2 ข้าราชการครูในโรงเรียน ข. 20 คน ใช้วงเงินเลื่อนขั้นไม่เกิน 6 %
                             พิจารณาให้ 2 ขั้น 1 คน    =  2
                                            พิจารณาให้ 1.5 ขั้น 14 คน   =  14
ร้อยละของผู้ได้รับความดีความชอบกรณีพิเศษใช้ฐาน 1.5 ขั้น

                                                                          = (2+14) x 100
                                                                                20
                                                                          =    80 %

 

                                                                              

                                        จะเห็นว่าแม้จะมีหลักเกณฑ์กล่าวอ้างถึงมาตรฐานและความยุติธรรม  ความเป็นธรรมที่เที่ยงแท้ ของคนกลุ่มใหญ่ก็ตาม    การเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขไม่ได้เป็นไปอย่างที่เห็นหรือเป็นอยู่เลย

              * บางปีมีครูบรรจุมาใหม่ ๆ หรือเพิ่งย้ายเข้ามารับราชการ ก็บอกกันว่าหากไม่พ้นทดลองหรือทำงานไม่ครบ 2 ปี จะยังไม่ได้ขั้นพิเศษ จะสามารถได้ขั้นเพียงขั้นเดียวเท่านั้น

             * บางปีหากสามีและภรรยาปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่โรงเรียนเดียวกัน กลุ่มประเมินส่งข่าวออกมาว่าหากสามีได้รับขั้นพิเศษแล้วภรรยาจะไม่สามารถได้รับขั้นพิเศษดังกล่าว

          *   บางปีนับวันลาแต่พอไม่มีวันลาเลยตลอดระยะเวลา 3 ปี กลับไม่มีความดีความชอบเหมือนเดิม แต่คนที่ได้รับความดีความชอบมีวันลากองเท่าโพน (วันลาเกิน 15 วัน) ก็มี

          *  บางปีอ้างเรื่องผลงานหากไม่มีผลงานระดับเขตพื้นที่ ระดับจังหวัดหรือระดับประเทศจะไม่รับพิจารณา พอมีขึ้นมาบางคนได้รับรางวัล...ดีเด่น  ยังไม่ได้ความดีความชอบเลย

         *  บางปีอ้างเรื่องการแต่งกาย หลายคนเคร่งครัดเรื่องระเบียบการแต่งกาย และตรงเวลาเข้าสอน สม่ำเสมอ กลับไม่ได้รับความดีความชอบ คนที่ได้กลับเป็นคนที่ไปราชการบ่อย ๆ และลาเยอะ ๆ มาสอนหลายครั้งไม่แต่กายถูกระเบียบเลยที่ได้รับรางวัลนั้นไป

         *  บางปีอ้าง SAR  ประเมินตนเอง คนที่ทำประเมินตนเองทุก ๆ ปี เสนอเข้าไป พอเอาเข้าจริง ๆ คนที่ไม่ทำเลยกลับได้ไป

         * บางปีให้จัดทำแฟ้มสมุดบันทึกความดี คนทำดีก็ดีไป...ทำ ทำอยู่นั่นแหละ คนที่ได้รับความดีความชอบเสนอเข้าไปกลับไม่เคยได้ทำสมุดบันทึกนั่นเลย

        ดิฉันผ่านการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวมาหลายปี งบประมาณ มาแล้ว  มีแต่โชคร้ายมาตลอด และคนที่อยู่ใกล้ชิดก็โชคร้ายมาโดยตลอด  ก็ไม่มีปัญหาอะไร.....แต่ลึกๆ แล้ว เชื่อแน่แท้เชียวว่า....ก็มีบางส่วนที่คิดว่า ไม่ยุติธรรม...... อยากถามไปเหมือนกันว่า  คำว่าอยู่กันเหมือนพี่กับน้อง...เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขเป็นอย่างไรหรือ?  ตรงนี้ผู้บริหารต้องทำใจ.... เพราะผลประโยชน์ตรงนี้...เป็นที่ยึดมั่น และไขว่คว้า ของข้าราชการเกือบทุกคน หลายครั้งต้องกลับมามองว่า......รางวัลที่ให้กันแบบนี้....ทำให้เกิดประโยชน์ต่อวงการของราชการส่วนรวม....และทำให้ประสิทธิผลของงานส่วนรวมดีขึ้นหรือไม่? อย่างไร?.....หรือเป็นการสร้างความร้าวฉาน และเพิ่มช่องว่างให้กับผู้บริหาร และครู  และเพื่อนครู....เป็นการสร้างกิเลส ให้พอกพูน มากกว่าที่จะเป็นแรงจูงใจในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่?.........อยากเชิญชวนนักวิชาการหลาย ๆ ท่านมาทำวิจัยในเรื่องนี้กันบ้าง...ทุก ๆ ช่วงปีที่มีการประเมินเมื่อใด บางคนก็ประจบเจ้านาย เก้ง  เก่ง ....บางคนก็ประเภทตับเดียว..เป็นงานสอนก็คือสอน...จะพูดจะจากะเจ้ากะนายไม่เป็นหรอกค่ะ...จะ จ้ะ จะ จ๋า ที ยากมาก  นี่แหละหนา มนุษย์ ปุถุชน  กิเลส ตัณหา  หากปลงได้ จงปลงเสียเถอะ

                ผู้เขียนจึงอยากจะฝากบอกออกไปว่า ความดีความชอบไม่เป็นเรื่องของโชค...แต่เป็นเรื่องของดวงซะมากกว่า.....   ดวงมีผู้ใหญ่อุปถัมภ์ค้ำชู...ดวงโชคดวงลาภไง ..หากดี ๆ หน่อยเขาจะเรียกกันว่าลาภลอย..เพราะเข้าตากรรมการ..คงต้องร้องเพลง ต้องมีสักวัน  ต้องมีสักวัน ไม่ไกลเกินฝัน ชีวิตนี้คงจะมีผู้ใหญ่ใจดีมีสายตากว้างไกล วิสัยทัศน์ยิ่งใหญ่เหนืออำนาจผูกขาดใด ๆ มาเห็นเปลวเทียนดวงน้อยที่ส่องสว่างในห้องเรียนที่มืดมิด  มาให้กำลังใจ พูดง่าย ๆ ก็คือ คนดีผีคุ้มนั่นแหละน่ะ

                แม้จะไม่เคยได้ขั้นพิเศษกับใครเขา...ท่านทั้งหลายก็จงอย่าเสียใจไปเลย....สักวันดวงอุปถัมภ์ค้ำชูราศรีเกิดก็คงจะเดินทางมาถึงเอง....จงปฏิภาณตนเองเถิดว่า...ณ วันนี้    ชั่วโมงนี้   นาทีนี้  วินาทีนี้   จะทำดีที่สุด  จงเตือนตนด้วยตนเอง  ทุกย่างก้าวอย่างมีสติ  คิดเสียเถิดว่าความต้องการของมนุษย์ มี 5 ระดับ และในระดับที่ 5 นั้นไม่มีมนุษย์ตนใด ที่ประสบความสำเร็จถึงขั้นนี้ เพราะมนุษย์ทุกคนยังไม่เพียงพอกับสิ่งที่ตนเองมีอยู่......อนิจจัง.....วัจฎะ  ..สังขารา......โอม.....

           หากบทความนี้ไปกระทบใจของใครเข้าขอจงได้โปรดให้อภัย ครูผู้น้อย..กระจ้อย กระจิดริดนี้ด้วยเถิด สาธุ  สาธุ  สาธุ

parrot.

 

 


Advertisement


เรื่องน่าสนใจจากสมาชิกท่านอื่น
 

ไม่มีความเห็น
เกี่ยวกับเรื่อง ความดีความชอบไม่ใช่เรื่องของโชค
 
 


 
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้

นรีรัตน์ นาครินทร์
เจ้าของบล็อกนี้
Advertisement
Advertisement
เรื่องราวล่าสุด ของ
นรีรัตน์ นาครินทร์..