แล้วอาหารที่เรารับประทานตามปกตินั้นได้รับวิตามินเพียงพอแล้วหรือ?
นายแพทย์พัฒนา เต็งอำนวย ผู้เชี่ยวชาญด้านวิตามิน และแพทย์ประจำเมดิคัลสปา เผยว่าผู้รักสุขภาพหาทางออกด้วยการบริโภควิตามินสำเร็จรูป ซึ่งอัตราส่วนของวิตามินแต่ละตัวนั้นกำหนดให้เหมาะสมกับร่างกายของทุกคน
สำหรับคนที่คลั่งไคล้ความสมบูรณ์แบบก็จะตั้งคำถามต่อว่า เรายังขาดวิตามินตัวใดอีกบ้าง
จากผลการสำรวจการขาดวิตามินในผู้หญิงไทยที่อาศัยอยู่นอกเมืองในขอนแก่น มีอัตราขาดวิตามินดีอยู่ระหว่าง 34.9 - 65.1% แม้พวกเขามีโอกาสได้รับวิตามินดีจากแสงแดดมากกว่าอยู่ในเมืองก็ตาม จึงน่าจะอนุมานว่า ผู้หญิงในเมืองย่อมขาดวิตามินดีไม่มากก็น้อย
แม้ว่าแหล่งวิตามินคือ แสงแดด การควบคุมน้ำหนัก และสารอาหารประกอบอื่นๆ จะหาได้ง่ายและมีให้เสพได้ชั่วอายุขัย แต่ปัจจุบันเรามีความเสี่ยงมากขึ้น
ยิ่งอายุมากขึ้น ร่างกายสร้างวิตามินดีน้อยลง รวมถึงอาการผิดปกติของตับและไต ย่อมสะท้อนว่าร่างกายขาดวิตามินดีแล้ว
เมื่อศึกษาเพิ่มขึ้น ความน่าสนใจของวิตามินดีก็มีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว เนื่องจากมันเป็นวิตามินหลักในการเพิ่มแคลเซียม ช่วยต่อต้านมะเร็ง ลดความดันโลหิต ทำให้ภูมิต้านทานดีขึ้น รวมทั้งสามารถเพิ่มอินซูลินในร่างกาย
วิตามินดีจึงไม่ใช่เรื่องของกระดูกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ Anti-aging ด้วย
เมื่อรู้ข้อดี ก็ต้องบริโภคให้พอดีด้วย จึงจะได้ประโยชน์สูงสุด
อัตราการบริโภควิตามินดีที่เหมาะสมที่สุด คือ น้อยกว่า 30 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร หากรับประทานวิตามินรวม ควรบริโภควิตามินให้ได้ 400-800 IU หรือวิตามินดี 2 ซึ่งได้จากพืชในปริมาณหนึ่งแคปซูล 3 ครั้งต่อสัปดาห์

นอกจากนั้น เรายังสามารถหาแหล่งวิตามินดีได้จากปลาแซลมอน และเห็ดหอมด้วย
ปลาแซลมอนที่ดี ต้นตำรับจากประเทศนอร์เวย์เนื้อแน่นนุ่มสีส้มอ่อน ทั้งแซลมอนสดและรมควัน มักเอามาทำการหมัก ส่วนมากจะเอามาทานกับขนมปังหรือมันฝรั่ง และอื่นๆ มีคุณค่าทางอาหารมากมาย
นอกจากวิตามินดีและโปรตีนแล้วยังมีสารสำคัญคือ กรดไขมันจำเป็นชนิด โอไมก้า 3 ซึ่งจะช่วยในการควบคุมระดับโคเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นสูง ลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น จึงช่วยลดอัตราการเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจ
DHA ยังช่วยทำให้เซลล์ประสาทที่เกี่ยวข้องกับความจำมีขนาดใหญ่ขึ้น บรรเทาอาการปวด บวม อักเสบ ในผู้ป่วยโรคไขข้อรูมาตอยด์
เห็ดหอม คุณสมบัติเลิศที่สามารถนำมากินได้นั้น มีทั้งเห็ดหอมสดและเห็ดหอมแห้ง หากเป็นเห็ดหอมแห้งจะต้องนำมาแช่น้ำก่อนปรุงอาหาร เช่นเห็ดหอมผัดน้ำมันหอย เห็ดหอมตุ๋น โจ๊กเห็ดหอม ตลอดจนใช้เป็นวัตถุดิบในข้าวผัด และผัดผัก เป็นต้น
นอกจากเห็ดหอมจะให้สรรพคุณทางยา เป็นอายุวัฒนะ รักษาหวัดทำให้เลือดลมดี รักษาโรคหัวใจ ป้องกันโรคเลือดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ แถมยังมีกรดอะมิโนชื่อ eritadenine ช่วยให้ไตย่อยโคเลสเตอรอลได้ดีแล้ว
เห็ดหอมมีสารเลนติแนน (Lentinan) ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ ในระบบภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพ ในการต่อสู้กับเซลล์เนื้องอก และป้องกันการเติบโตของเนื้อร้าย
รู้แล้วก็รีบหามารับประทานนะคะ....เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของเรา
ข้อมูลจากกรุงเทพธุรกิจ