สธ.เตรียมประกาศ ปลอดบุหรี่ ราชการไทยปี 52
สธ.เตรียมประกาศให้ราชการไทยปลอดบุหรี่ภายในปี 2552ผลสำรวจบุคลากรภายในหน่วยงานราชการทั่วประเทศ พบเห็นด้วยกับการกำหนดเขตปลอดบุหรี่ในสถานที่ราชการ ร้อยละ 88 ...
นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังมอบโล่ประกาศเกียรติคุณหน่วยงานที่ดำเนินการเป็น สถานที่ราชการปลอดบุหรี่ วันที่ 24 มิ.ย. ว่า จากกฎหมายควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก ระบุให้แต่ละประเทศต้องป้องกัน ประชาชนของตนเองจากภัยของควันบุหรี่ทั้งทางตรงและทางอ้อมกระทรวงสาธารณสุข ได้เร่งขยายมาตรการคุ้มครองสุขภาพของผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ซึ่งไทยมีประมาณ 51 ล้านคน และรณรงค์ให้ผู้ที่สูบบุหรี่ลดละการสูบบุหรี่โดยมีนโยบายให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐเป็นเขตปลอดบุหรี่ทั้งหมด นำร่องระยะแรกในพ.ศ. 2549-2550ในหน่วยงานส่วนกลาง 20 กระทรวง โดยให้จัด “เขตสูบบุหรี่”เป็นการเฉพาะสำหรับผู้ที่สูบบุหรี่ เพื่อไม่ให้ควันบุหรี่รบกวนผู้อื่น ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่าศาลากลางจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปดำเนินการให้สถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่ปลอดบุหรี่และส่วน ใหญ่จัดเขตสูบบุหรี่ไว้บริเวณด้านหลังและด้านข้างของอาคารมากที่สุดรองลงมา เป็นที่จอดรถและบริเวณอื่นๆ ของอาคาร เช่น ดาดฟ้า และ ต้นไม้ ผลสำรวจประชาชนทั่วไปที่มาติดต่อราชการทั่วประเทศ จำนวน 3,462 คนเห็นด้วยที่กำหนดเขตปลอดบุหรี่ และสูบบุหรี่เฉพาะในเขตที่จัดไว้ในสถานที่ราชการ ร้อยละ 93และผู้ที่สูบบุหรี่ยินดีที่จะให้ความร่วมมือไม่สูบบุหรี่ในสถานที่ราชการ ร้อยละ 70
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อว่า ผลสำรวจบุคลากรภายในหน่วยงานราชการทั่วประเทศ จำนวน 9,821 คนพบเห็นด้วยกับการกำหนดเขตปลอดบุหรี่ในสถานที่ราชการ ร้อยละ 88และกลุ่มตัวอย่างคิดว่าการจัดเขตสูบบุหรี่ภายในหน่วยงานส่งผลให้การสูบ บุหรี่ลดลง ร้อยละ 61 ในปีนี้กระทรวงสาธารณสุขจะขยายผลดำเนินการสถานที่ราชการปลอดบุหรี่ใน ทุกส่วนราชการทั่วประเทศและเพื่อเพิ่มขวัญกำลังใจในการดำเนินงานสถานที่ ราชการปลอดบุหรี่กระทรวงสาธารณสุขได้คัดเลือกหน่วยงานราชการที่มีผลงานดี เด่นในการจัดสถานที่ราชการเป็นเขตปลอดบุหรี่ และมอบโล่ประกาศเกียรติคุณเพื่อเป็นแบบอย่างให้แก่หน่วยงานราชการอื่น แบ่งเป็น 4 ประเภท จำนวน 16 หน่วยงาน ดังนี้ 1.หน่วยงานราชการที่สนับสนุนให้หน่วยงานภายใต้สังกัดเป็นสถานที่ ราชการปลอดบุหรี่ 3 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2.หน่วยงานในสังกัดดำเนินการให้สถาน ที่ราชการปลอดบุหรี่ 3 หน่วยงาน ได้แก่กรมพัฒนาที่ดิน การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก 3.สถานที่ราชการ ประจำจังหวัดนำร่องระดับภูมิภาคเป็นเขตปลอดบุหรี่ 2หน่วยงาน ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ พระนครศรีอยุธยา และ 4.ศูนย์ราชการประจำจังหวัดเป็นเขตปลอดบุหรี่ 8 หน่วยงาน ได้แก่ จ.ชลบุรี เชียงราย ชัยภูมิ นครนายก กำแพงเพชร ภูเก็ต อุทัยธานี ตราด
รายงานระบุว่า ตามกฎหมายควบคุมบุหรี่โลกองค์การอนามัยโลก ระบุกรอบแนวทางที่จะทำให้การ ควบคุมยาสูบบรรลุผลมีประสิทธิภาพไว้ 6 ด้าน ได้แก่การกำกับนโยบายและแนวทางในการควบคุมการบริโภคยาสูบการเตือนถึงอันตราย จากการสูบบุหรี่การบังคับใช้กฎหมายห้ามโฆษณาประชาสัมพันธ์ การเพิ่มภาษีบุหรี่การบริการเลิกบุหรี่ และการปกป้องประชาชนจากควันบุหรี่ ประเทศไทยจัดว่าดำเนินการตามแนวทางนี้ ได้ครบทุกมาตรการ ส่งผลดีต่อประชาชนเป็นอย่างมาก ผลสำรวจการสูบบุหรี่ของคนไทยอายุ 15ปีขึ้นไปทั่วประเทศล่าสุด พบว่าสูบบุหรี่จำนวน 10.8 ล้านคน หรือร้อยละ 21ของประชากร โดยสูบบุหรี่เป็นประจำ 9.4 ล้านคน ลดลงเมื่อเทียบกับปี2535 ที่มีผู้สูบบุหรี่ประจำเกือบ 12 ล้านคน
ขอบคุณไทยรัฐ ออนไลน์ ครับ
