.....งานศิลปวัฒนธรรม ใน"สมเด็จพระเทพฯ"

|
มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดงานเฉลิมพระเกียรติ "สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กับงานศิลปะและวัฒนธรรม" เนื่องในโอกาสครบรอบ 65 ปีมหาวิทยาลัยศิลปากร ในปีพ.ศ.2551 กำหนดจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ระหว่างวันที่ 4-27 มิ.ย.2552 ที่หอศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ กรุงเทพมหานคร และมีการแสดงปาฐกถาในวันที่ 4 มิ.ย. และวันที่ 22 มิ.ย.
ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ในวันพฤหัสบดีที่ 4 มิ.ย. เวลา 10.30 น.
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาจารึกภาษาตะวันออก จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ในปีการศึกษา 2522 และทรงเป็นนักศึกษาเก่าดีเด่นของมหาวิทยาลัยศิลปากร ในปี 2536 นอกเหนือจากทรงรอบรู้และเชี่ยวชาญในศาสตร์ต่างๆ หลายสาขา ทั้งที่ทรงเรียนมาโดยตรงและที่ทรงสนพระทัยศึกษาใฝ่หาความรู้เพิ่มเติม
พระองค์ยังทรงสนพระทัยและมีพระปรีชาสามารถด้านศิลปะ ทรงสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรมฝีพระหัตถ์ไว้เป็นจำนวนมาก ทั้งงานด้านจิตรกรรม ศิลปกรรมแนวสื่อประสม ศิลปะเครื่องปั้นดินเผา และภาพการ์ตูนที่ทรงสร้างสรรค์ไว้ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ซึ่งเป็นที่ประจักษ์แจ้งในวงการศิลปะของชาติถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์

|
พระราชกรณียกิจทางด้านศิลปวัฒนธรรมที่เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยศิลปากร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยศิลปากรมาโดยตลอด ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดนิทรรศการศิลปะและงานประชุมทางด้านศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยศิลปากร อีกทั้งทรงงานศิลปกรรมฝีพระหัตถ์ในคราวเปิดการแสดงนิทรรศการศิลปะเกือบทุกงานและพระราชทานให้แก่มหาวิทยาลัย เมื่อครั้งที่มหาวิทยาลัยศิลปากรจัดทำโครงการวิจัยผลิตสีคุณภาพ ราคาประหยัดและปลอดมลพิษสำหรับงานศิลปะขึ้นระหว่างปีพ.ศ.2544-2545 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คณะผู้วิจัยเข้าเฝ้าฯ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายสีที่ผลิตขึ้นให้ทรงทดลองวาดภาพฝีพระหัตถ์ และยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อสีอันเป็นมงคลนามว่า "สีศิลปากรประดิษฐ์" และ "สีวิจิตรรงค์"
ทรงพระปรีชาสามารถด้านศิลปวัฒนธรรมทุกสาขา ทรงรอบรู้และเชี่ยวชาญในศิลปไทย ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ทรงเป็นเอตทัคคะในทางดนตรีไทยทุกชนิด ทรงเป็นรัตนกวีแห่งยุคสยาม ทรงงานพระราชนิพนธ์ทั้งประเภทร้อยแก้วและร้อยกรองไว้เป็นจำนวนมาก ทรงสนพระทัยในการทรงงานด้านศิลปะในหลายสาขา เพื่อเป็นสิริมงคลแก่มหาวิทยาลัยศิลปากรและวงการศิลปะของชาติ ในฐานะที่ทรงเป็น "เอกอัครราชูปถัมภกมรดกวัฒนธรรมไทย" และ "วิศิษฎศิลปิน"

|
การจัดงานในครั้งนี้จะมีรูปแบบการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย ได้แก่ การจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ แสดงผลงานฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงงานศิลปะทั้งประเภทจิตรกรรม ภาพพิมพ์ และเครื่องปั้นดินเผา ในคราวที่เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดนิทรรศการศิลปะเกือบทุกงานและพระราชทานให้แก่มหาวิทยาลัยศิลปากร
นอกจากนี้ยังได้รับความอนุเคราะห์จากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนให้ยืมผลงานฝีพระหัตถ์ที่ทรงงานไว้ให้แก่หน่วยงานนั้นในโอกาสต่างๆ อัญเชิญเข้าร่วมแสดง พร้อมกับผลงานที่พระราชทานให้แก่มหาวิทยาลัยศิลปากร ประกอบด้วยผลงานจิตรกรรม 21 ชิ้น ภาพพิมพ์ 5 ชิ้น และผลงานเครื่องปั้นดินเผา 29 ชิ้น ผลงานส่วนใหญ่ยังมิได้เคยนำมารวบรวมจัดแสดงเผยแพร่ต่อสาธารณชนมาก่อน
นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการพระราชกรณียกิจด้านศิลปะและวัฒนธรรมที่ทรงพระปรีชาสามารถในแขนงต่างๆ อาทิ ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี ภาษาและวรรณกรรมและยังมีการจัดแสดงปาฐกถาและการจัดทำหนังสือเฉลิมพระเกียรติ โดยผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้องร่วมแสดงปาฐกถาพิเศษ และมีการจัดทำหนังสือวิชาการประกอบการแสดงปาฐกถา อาทิ ศาสตราจารย์เกียรติคุณเสริมศักดิ์ นาคบัว ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเครื่องปั้นดินเผา บรรยายเรื่อง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กับงานศิลปะเครื่องปั้นดินเผา รศ.พิษณุ ศุภนิมิตร อาจารย์ประจำคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ บรรยายเรื่องทอสีเทียบฝันรังสรรค์วิศิษฏศิลป์ บทวิเคราะห์ศิลปกรรมฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ผศ.ดร.มณีปิ่น พรหมสุทธิรักษ์ คณบดีคณะอักษรศาสตร์ บรรยายเรื่อง "สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี:พระผู้ทรงเป็นต้นแบบบัณฑิตที่พึงประสงค์" ผศ.มยุรี วีระประเสริฐ และรศ.กรรณิการ์ วิมลเกษม อาจารย์ประจำคณะโบราณคดี บรรยายเรื่อง "สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีกับการศึกษา ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร" และ "สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมธีแห่งประวัติศาสตร์และโบราณคดี"
นอกจากนี้ยังจัดทำหนังสือเฉลิมพระเกียรติฯ ประกอบด้วยบทความของผู้แสดงปาฐกถาทั้ง 4 ด้าน และภาพผลงานฝีพระหัตถ์ทุกชิ้นทั้งด้านจิตรกรรม ภาพพิมพ์ และเครื่องปั้นดินเผา จัดพิมพ์สี่สี หนังสือเล่มนี้จะเป็นหนังสือที่มีคุณค่าซึ่งรวบรวมข้อมูลและเป็นหลักฐานสำคัญอย่างยิ่งในการศึกษาประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมของชาติ รวมไปถึงการจัดทำวีดิทัศน์เฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อจัดฉายให้ผู้เข้าชมได้รับความรู้ความเข้าใจโดยผู้ทรงคุณวุฒิตลอดการจัดแสดงนิทรรศการ
www.khaosod.co.th
Advertisement