ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > แนะระบบการสอนไม่ควรเร่งเรียนเขียนอ่าน เน้นฝึกทักษะการคิด-ตัดสินใจ-กำกับตนเอง

แนะระบบการสอนไม่ควรเร่งเรียนเขียนอ่าน เน้นฝึกทักษะการคิด-ตัดสินใจ-กำกับตนเอง

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 27 พ.ย. 2560 เปิดอ่าน : 8,819 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

แนะระบบการสอนไม่ควรเร่งเรียนเขียนอ่าน เน้นฝึกทักษะการคิด-ตัดสินใจ-กำกับตนเอง

Advertisement

สสส.จับมือเครือข่าย Thailand EF Partnership จัดประชุม EF Symposium 2017 “สมองเด็กไทย รากฐานทุนมนุษย์เพื่ออนาคตประเทศ” พบเด็กไทยเกือบ 30% มีปัญหาพฤติกรรมด้านการคิดเชิงบริหาร งานวิจัยชี้เด็ก EF ต่ำ มีแนวโน้มเสี่ยงเป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว 2 เท่า ก่ออาชญากรรม 4 เท่า เหตุขาดทักษะการควบคุมตนเอง แนะระบบการสอนไม่ควรเร่งเรียนเขียนอ่าน เน้นฝึกทักษะการคิด-ตัดสินใจ-กำกับตนเอง

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ ภาคีเครือข่าย Thailand EF Partnership จำนวน 30 องค์กร และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดการประชุมวิชาการ EF Symposium 2017 เรื่อง “สมองเด็กไทย รากฐานทุนมนุษย์เพื่ออนาคตประเทศ” โดยพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในการพัฒนาคนให้พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิตอลเพื่อเป็นรากฐานของไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งการพัฒนาเด็กตั้งแต่ปฐมวัยได้มีการกำหนดนิยามที่ครอบคลุมการดูแลเด็กตั้งแต่ในครรภ์และให้ความสำคัญกับรอยเชื่อมต่อระหว่างอนุบาลกับชั้นประถมศึกษา รวมทั้งกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาเด็กปฐมวัยที่เน้นการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับพัฒนาการทุกด้าน ไม่ส่งเสริมการเร่งเรียนวิชาการในเด็กอนุบาลจนรากฐานทักษะชีวิตของเด็กเสียหาย ซึ่งองค์ความรู้เรื่องทักษะสมอง Executive Functions (EF) เป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาคนไปตลอดชีวิตที่ต้องส่งเสริมตั้งแต่เด็กเล็กให้รู้จักยับยั้งชั่งใจ คิดวิเคราะห์ไตร่ตรอง อดทนรอคอย คิดเป็น เรียนรู้เป็น เป็นทักษะที่เราต้องการจากเด็กรุ่นใหม่มากกว่าการท่องจำเนื้อหาความรู้เพื่อเอาคะแนนสอบ จึงต้องลงทุนในเด็กปฐมวัยและให้ฝึกฝนทักษะชีวิตเพื่อยืนอยู่ได้อย่างเข้มแข็งท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างรวดเร็ว

นางเพ็ญพรรณ จิตตะเสนีย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว สสส. กล่าวว่า การพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนให้เป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพตอบโจทย์โลกยุคใหม่ จำเป็นต้องพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า หรือ EF ให้มนุษย์มีความสามารถในการบริหารจัดการชีวิต ทั้งคิดเป็น ทำเป็น เรียนรู้เป็น แก้ปัญหาเป็น และมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในอนาคต โดยจำเป็นที่จะต้องส่งเสริมตั้งแต่เด็กเล็กเพราะเป็นช่วงที่สมองเติบโตมากที่สุด อย่างไรก็ตามจากรายงานผลพัฒนาการด้านการคิดเชิงบริหารในเด็กปฐมวัย ตุลาคม 2559 โดยศูนย์วิจัยประสาทวิทยาศาสตร์ และสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว หรือการวัด EF ในเด็กอายุ 2-6 ปี จำนวน 2,965 คน กระจายทุกภูมิภาคของประเทศ พบว่า มีเด็กเกือบ 30% มีปัญหาพฤติกรรมด้านการคิดเชิงบริหารน้อยกว่าเกณฑ์เฉลี่ย ซึ่งเด็กเหล่านี้จะมีปัญหาในการกำกับตนเอง ทำโดยไม่คิด ใจร้อนรอคอยไม่เป็น วอกแวกง่าย ไม่สามารถทำงานยากให้สำเร็จ

“เด็กที่มีปัญหาทางพฤติกรรมในระยะยาวจะเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จในด้านการเรียน การทำงาน การอยู่ร่วมกันในสังคม รวมทั้งมีโอกาสเกิดปัญหาสังคมอื่นๆตามมา โดยจากการศึกษาในต่างประเทศเปรียบเทียบเด็กที่ขาดการพัฒนาทักษะ EF เมื่อเทียบกับเด็กที่มีทักษะ EF ที่ดี พบว่า เด็กที่ไม่ถูกฝึกทักษะ EF จะมีรายได้น้อยกว่า มีแนวโน้มติดประวัติอาชญากรรมถึง 4 เท่า ใช้สารเสพติดมากกว่าถึง 3 เท่า และมีแนวโน้มเป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวมากถึง 2 เท่า ดังนั้นจึงไม่ควรมองข้ามเด็กไทยกว่า 30% ที่มีพัฒนาการ EF ล่าช้า โดยแนวทางสำคัญคือ ระบบการสอนและการดูแลเด็กปฐมวัยไม่ควรเร่งเรียนเขียนอ่านเพียงอย่างเดียว เพราะทำให้เด็กขาดโอกาสในการฝึกคิด ฝึกตัดสินใจ และฝึกกำกับตนเองไปสู่เป้าหมาย ครูผู้ดูแลเด็กปฐมวัยควรมีความรู้ในการสามารถสังเกตและประเมินพัฒนาการเด็ก ตลอดจนจัดการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก ซึ่งสสส.และภาคีเครือข่าย Thailand EF Partnership ได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติจริงเพื่อส่งเสริม EF ในเด็กและเยาวชนต่อไป” นางเพ็ญพรรณ กล่าว

นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์และนักวิชาการด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน กล่าวว่า ระบบการศึกษาที่มุ่งสอนหนังสือเพื่อมอบความรู้หมดสมัยไปแล้วในโลกไอที เด็กยุคใหม่ต้องรู้ว่าจะเป็นอะไร รู้จักกำหนดเป้าหมายของตัวเองและไปให้ถึงเป้าหมาย โดยไม่วอกแวก โดยสาเหตุที่เด็กไทยไม่มีเป้าหมายเพราะสมองถูกทำลายตั้งแต่อนุบาลด้วยระบบการศึกษาที่เร่งเรียนตั้งแต่ 3 ขวบ ซึ่งการพัฒนาสมองในเด็ก 2-7 ขวบ ควรให้เด็กได้เล่นและฝึกให้ทำงานบ้าน ซึ่งการทำงานบ้านเป็นการพัฒนาทักษะสมองมากกว่าการทำการบ้าน เพราะเป็นสถานการณ์ท้าทายที่ต้องวางแผนที่ซับซ้อน โดยเด็กจะรู้จักวางแผนทำงานบ้านให้เร็วเพื่อที่จะได้ออกไปเล่น ส่วนเด็กประถมคือการสอนโดยใช้โจทย์เป็นฐาน ซึ่ง EF จะช่วยเรื่องการควบคุมตนเอง ฝึกความจำใช้งาน และการคิดวิเคราะห์ โดยการพัฒนา EF สร้างได้ในเด็กทุกแห่งไม่เกี่ยวกับเงิน เพียงแค่เปลี่ยนวิธีการเลี้ยงดู เช่น อ่านนิทานให้ฟังก่อนนอน เล่นให้เยอะ ทำงานบ้านให้มากเพื่อให้รู้จักควบคุมตนเอง ปฏิรูประบบการศึกษาโดยเปลี่ยนโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนสมัยใหม่โดยใช้โจทย์เป็นฐาน เพื่อให้เด็กยุคใหม่สามารถกำหนดเป้าหมายเป็น และทำตามเป้าหมายของตนเองที่ตั้งไว้อย่างไม่วอกแวก

 

ขอบคุณข่าวจาก ฝ่ายสื่อสารองค์กร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

 

คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> แนะระบบการสอนไม่ควรเร่งเรียนเขียนอ่าน เน้นฝึกทักษะการคิด-ตัดสินใจ-กำกับตนเอง , , แนะระบบการสอนไม่ควรเร่งเรียนเขียนอ่าน , เน้นฝึกทักษะการคิด-ตัดสินใจ-กำกับตนเอง << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ด่วนที่สุด! การพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา☕ 24 มิ.ย. 2564
ด่วนที่สุด! การพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา
เปิดอ่าน 2,603 ครั้ง
"ตรีนุช"หนุน "บิ๊กตู่" เดินหน้าเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทย☕ 24 มิ.ย. 2564
"ตรีนุช"หนุน "บิ๊กตู่" เดินหน้าเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทย
เปิดอ่าน 949 ครั้ง
"เสมา1" มุ่งมั่นสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา☕ 24 มิ.ย. 2564
"เสมา1" มุ่งมั่นสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา
เปิดอ่าน 1,391 ครั้ง
จะยังมีตำแหน่ง “ข้าราชการครู” และ “สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา อยู่หรือไม่ถ้าร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ....มีผลบังคับใช้☕ 23 มิ.ย. 2564
จะยังมีตำแหน่ง “ข้าราชการครู” และ “สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา อยู่หรือไม่ถ้าร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ....มีผลบังคับใช้
เปิดอ่าน 30,555 ครั้ง
ด่วนที่สุด กรอบอัตรากำลังข้าราชครูและบุคลากรทางการศึกษา (ชั่วคราว) ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่กำหนดใหม่☕ 23 มิ.ย. 2564
ด่วนที่สุด กรอบอัตรากำลังข้าราชครูและบุคลากรทางการศึกษา (ชั่วคราว) ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่กำหนดใหม่
เปิดอ่าน 2,990 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

สมุนไพรพิชิตหน้าหนาวสมุนไพรพิชิตหน้าหนาว
เปิดอ่าน 13,899 ครั้ง
การเคาะปอดเพื่อระบายเสมหะในเด็กเล็กการเคาะปอดเพื่อระบายเสมหะในเด็กเล็ก
เปิดอ่าน 40,398 ครั้ง
ไม่อยากให้ลูกลำบาก!! เทคนิคง่ายๆ สอนเด็กให้เป็น "เศรษฐี"ไม่อยากให้ลูกลำบาก!! เทคนิคง่ายๆ สอนเด็กให้เป็น "เศรษฐี"
เปิดอ่าน 12,310 ครั้ง
คืนผิวหน้าสวยด้วยฟักทองคืนผิวหน้าสวยด้วยฟักทอง
เปิดอ่าน 11,546 ครั้ง
สิทธิบัตร อัจฉริยะสิทธิบัตร อัจฉริยะ
เปิดอ่าน 9,163 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ