ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม จังหวั

สรุปผลรายงานการวิจัย

การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม
โดย นายสุจินต์ หล้าคำ
รองผู้อำนวยการโรงเรียนไพรบึงวิทยาคม

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ โดยทำการ
ศึกษากับผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนโรงเรียนไพรบึงวิทยาคม ที่ปฏิบัติหน้าที่ในปีการศึกษา 2555 ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสถานศึกษา 1 คน รองผู้อำนวยการสถานศึกษา 3 คน และครูผู้สอน 59 คน รวมทั้งสิ้น 63 คน เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการวิจัยครั้งนี้ เป็นแบบสอบถามและแบบประเมิน จำนวน 4 ชุด ได้แก่ 1) แบบบันทึกข้อมูลการสนทนาเกี่ยวกับการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม ตามประเด็นคำถามในการจัดกลุ่มสนทนาร่วมกับคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการ เพื่อหาคำตอบที่เป็นจริงเกี่ยวกับสภาพปัจจุบัน ปัญหา อุปสรรค และความต้องการในการนิเทศภายใน เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 2) แบบสอบถามเกี่ยวกับความต้องการในการนิเทศภายในสถานศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม เพื่อทราบความต้องการในการนิเทศภายในสถานศึกษาของผู้บริหารและครูผู้สอนโรงเรียนไพรบึงวิทยาคม เป็นแบบสอบถามชนิดปลายเปิดเพื่อให้ผู้ตอบแบบสอบถามแสดงความคิดเห็นโดยอิสระ 3) แบบประเมินความสอดคล้องเหมาะสมของรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม เป็นแบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) ตามแบบของลิเคอร์ท (Likert’s) 5 ระดับ มีจำนวน 5 รายการ สำหรับประเมินความสอดคล้องเหมาะสมของรูปแบบ 4) แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม เป็นแบบสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อความสำเร็จของการนิเทศด้านต่างๆ หลังการใช้รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม เพื่อยืนยันรูปแบบ และ 5) แบบประเมินการใช้รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับประเมินการใช้รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม มีจำนวน 4 ด้าน ได้แก่ มาตรฐานด้านความเป็นประโยชน์ มาตรฐานด้านความเป็นไปได้ มาตรฐานด้านความเหมาะสม และมาตรฐานด้านความถูกต้อง หลังการใช้รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม
การรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้ดำเนินการตามขั้นตอนและวิธีการดังนี้ คือ 1) ประชุมเชิงปฏิบัติการผู้บริหารและครูผู้สอนโรงเรียนไพรบึงวิทยาคมที่ปฏิบัติหน้าที่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 เกี่ยวกับการใช้รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโรงเรียนไพรบึงวิทยาคม เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจ และเปิดโอกาสให้ซักถามจนเกิดความเข้าใจตรงกัน เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ เป้าหมาย ของการทดลองใช้รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา ความหมายและความสำคัญของแต่ละปัจจัยที่นำมาสร้างเป็นรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา วิธีดำเนินกิจกรรม ตามคู่มือการดำเนินงานตามรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโรงเรียนไพรบึงวิทยาคม 2) ดำเนินการนิเทศภายในสถานศึกษา ตามคู่มือการดำเนินงานตามรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโรงเรียนไพรบึงวิทยาคม โดยให้คณะกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา เป็นผู้นิเทศ ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสถานศึกษา 1 คน รองผู้อำนวยการสถานศึกษา 3 คน หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ 1 คน และหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระ 8 คน และผู้รับการนิเทศ ได้แก่ ครูผู้สอน จำนวน 50 คน เป็นผู้ดำเนินการ ผู้วิจัยทำหน้าที่สังเกต ให้ข้อเสนอแนะ และเก็บรวบรวมข้อมูล 3) เก็บรวบรวมข้อมูล ทั้งในเชิงคุณภาพ (Qualitative) โดยการสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติของผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ บันทึกการสังเกตพฤติกรรม และผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานนิเทศภายในตามรูปแบบ และการสัมภาษณ์ถึงข้อค้นพบและปัญหา อุปสรรคระหว่างดำเนินการ และในเชิงปริมาณ (Quantitative) เพื่อสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโรงเรียนไพรบึงวิทยาคม ผู้วิจัยรวบรวมข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป โดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าความถี่ ค่าร้อยละ และนำข้อค้นพบมาสรุปในเชิงพรรณนาวิเคราะห์ ประเมินสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งนำไปสู่การสรุปผลการวิจัย แสดงให้เห็นแนวทางหรือรูปแบบการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ดังนี้

สรุปผลการวิจัย
การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ สรุปผลการวิจัยเป็น 5 ส่วน คือ 1) ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหาและความต้องการจำเป็นในการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม 2) ผลการพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม 3) ผลทดลองใช้และผลการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริหารและครูผู้สอน ตลอดจนความคิดเห็นของผู้บริหารและครูผู้สอนต่อรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม 4) ผลการประเมินรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม และ 5) รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหาและความต้องการจำเป็นในการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม ดังนี้
1.1 ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหาเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จากการประชุมคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม เพื่อทราบสาเหตุของปัญหาที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ปัญหานักเรียนติด 0 ร มส. นักเรียนไม่จบการศึกษาพร้อมรุ่นตามหลักสูตร และแนวทางแก้ไขในแต่ละด้าน ดังนี้
1) สาเหตุของปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ ปัญหานักเรียนติด 0 ร มส. ตามความคิดเห็นของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม พบว่าเกิดจากสาเหตุ 3 ประการ ดังนี้
1.1) สาเหตุมาจากตัวนักเรียน พบว่า (1) ลักษณะส่วนตัวที่ไม่เหมาะสม ได้แก่ นักเรียนขาดความสนใจในการเรียน ขาดความกระตือรือร้น ไม่มีความรับผิดชอบ ขาดความพยายามในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ ไม่รู้จักใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ (2) พื้นฐานทางการเรียนเดิม เนื่องจากนักเรียนมีพื้นฐานทางการเรียนในระดับประถมศึกษาไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้เป็นอุปสรรคสำคัญในการเรียน เพราะเนื้อหาวิชาในการเรียนต่อเนื่องกัน คือผู้ที่จะเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นศึกษาได้ดี จำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานดีมาจากชั้นประถมศึกษา ซึ่งในระดับมัธยมศึกษาจะมีเนื้อหาซับซ้อนมากขึ้น และมีความยากมากขึ้น นักเรียนที่มีความอดทนและมีความพยายามจะสามารถทำความเข้าใจเนื้อหาได้ดี แต่ถ้าไม่มีความพยายาม ขาดความสนใจในการเรียนจะทำให้เรียนไม่เข้าใจ และเกิดความเบื่อหน่ายในที่สุด (3) นิสัยในการเรียน ได้แก่ นักเรียนไม่ส่งงานหรือการบ้านที่ครูสั่ง ขาดเรียนบ่อย ขณะเรียนเมื่อไม่เข้าใจบทเรียนไม่กล้าซักถามครู คุยในเวลาเรียนทำให้เรียนไม่ทันเพื่อน ไม่ทบทวนบทเรียนเมื่อเรียนเสร็จในแต่ละวัน ไม่มีการเตรียมตัวอ่านหนังสือล่วงหน้าก่อนเรียน ไม่มีสมาธิในการเรียน (4) การมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการเรียน ได้แก่ นักเรียนไม่ชอบวิชาที่ให้การบ้านมาก เมื่อครูถามแล้วตอบไม่ได้ทำให้ไม่อยากเรียน วิชาที่เรียนไม่เข้าใจและมีการบ้านมากไม่ได้จะไม่อยากเรียน และไม่ทำการบ้านหรืองานที่มอบหมาย
1.2) สาเหตุมาจากลักษณะครอบครัวของนักเรียน พบว่า (1) บิดามารดาไม่มีเวลา เป็นปัจจัยสำคัญต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนเพราะบิดามารดาที่มีความพร้อมย่อมเป็นที่ปรึกษาให้ความรู้ และความอบอุ่นแก่นักเรียนได้ดี จากการศึกษากลุ่มตัวอย่างพบว่า นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ เนื่องจากบิดามารดาไม่มีเวลาในการดูแลเอาใจใส่ในการทำการบ้าน และการหาความรู้ของเด็ก (2) นักเรียนได้รับการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจของบิดามารดา ส่งผลต่อปัญหาด้านระเบียบวินัยในการเรียนของนักเรียน (3) ความสัมพันธ์กับบิดามารดาไม่ดี เนื่องจากบิดามารดาแยกทางกัน บิดาหรือมารดาแต่งงานมีครอบครัวใหม่ นักเรียนอยู่ปู่ย่า ตายาย ซึ่งแก่ชรา หรือบางคนก็อยู่กับญาติพี่น้อง ซึ่งมีผลกระทบต่อความเป็นอยู่และการเรียนรู้ของนักเรียน
1.3) สาเหตุมาจากการจัดการศึกษาของโรงเรียน พบว่า การดำเนินการจัดการเรียนรู้และกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดจากการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา และการจัดการเรียนรู้ของครู ได้แก่ 1) โรงเรียนขาดการส่งเสริมให้ครูทุกคนได้รับการพัฒนาในวิชาที่สอน โดยส่วนใหญ่ครูที่ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทมุ่งศึกษาวิชาเอกการบริหารสถานศึกษา ไม่ได้เรียนตามวิชาเอกหรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอน จึงขาดการพัฒนาตนเองในวิชาที่สอน โรงเรียนเพียงส่งครูเข้ารับการอบรม ตามที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัด หน่วยราชการอื่นจัดอบรม ให้กับครูบางส่วนเท่านั้น ครูจึงขาดโอกาสในการพัฒนาตนเองเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 2) โรงเรียนขาดการกำกับติดตาม และประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ของครู ขาดการประเมินการจัดการเรียนรู้ของครู ขาดการประเมินแบบทดสอบ แบบวัด และเครื่องมือวัดผลและประเมินผลต่างๆ ของครู อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง 3) โรงเรียนขาดการส่งเสริมและพัฒนาครูให้มีความรู้ความสามารถในการจัดการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญที่มีประสิทธิภาพอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องรอบด้าน ครูไม่ศึกษาหลักสูตรและการกำหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียน ขาดการวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคลเพื่อนำข้อมูลใช้วางแผนในการจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลของนักเรียน การดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้เกิดการเรียนรู้ไม่ทั่วถึง 4) ครูไม่ใช้สื่อหรือใช้สื่อที่เอื้อต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 5) ครูไม่ได้ประเมินความก้าวหน้าของนักเรียนด้วยวิธีที่หลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติของวิชาและระดับพัฒนาการของนักเรียนอย่างจริงจัง 6) ครูขาดการวิเคราะห์ผลการประเมินความก้าวหน้าของนักเรียนและนำมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนานักเรียน รวมทั้งปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ 7) ครูขาดการศึกษาค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาสื่อและกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และ 8) ขนาดของห้องเรียนไม่เหมาะสม จำนวนนักเรียนในแต่ละห้องมีมากเกินไป ทำให้บรรยากาศในชั้นเรียนไม่น่าเรียน ครูดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้เกิดการเรียนรู้ไม่ทั่วถึง ซึ่งถือว่าการจัดการศึกษาของโรงเรียนเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน
2) แนวทางในการแก้ไขปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม เพื่อระดมความคิดเห็นและหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ ที่ประชุมเห็นว่า สาเหตุจากตัวนักเรียน คณะครูได้เอาใจใส่ดูแลช่วยเหลือนักเรียนในห้องเรียนอยู่อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว สำหรับสาเหตุจากลักษณะครอบครัวของนักเรียน ทางโรงเรียนก็ได้ดูแลช่วยเหลือตามระบบดูแลช่วยเหลือซึ่งได้ดำเนินการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง จึงมีความคิดเห็นร่วมกันว่า ควรดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การบริหารจัดการศึกษาในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และวิธีการที่จะทำให้การดำเนินการเกิดผลสำเร็จและประสิทธิภาพทั้งระบบ นั้นก็คือ การริเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทั้งระบบ เนื่องจากที่ผ่านมานับตั้งแต่โรงเรียนถ่ายโอนมาสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ในปี 2550 ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์ปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ได้ดำเนินนโยบายจัดการศึกษาอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากมีศึกษานิเทศก์จำนวนจำกัด ไม่สามารถสนองความต้องการนิเทศภายในสถานศึกษาต่างๆ ได้อย่างทั่วถึง ประกอบกับสถานศึกษาแต่ละแห่งมีสภาพปัญหา และความต้องการที่ไม่เหมือนกัน ศึกษานิเทศก์จากภายนอกจะไม่รู้สภาพปัญหาและความต้องการของสถานศึกษาที่แท้จริง จึงไม่สามารถสนองความต้องการของสถานศึกษาได้ ดังนั้นโรงเรียนไพรบึงวิทยาคมจึงควรพัฒนาการนิเทศภายในสถานศึกษาของโรงเรียน เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น
1.2 ผลการวิเคราะห์ความคิดเห็นจากการประชุม สนทนาคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนไพรบึงวิทยาคม เกี่ยวกับการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ตามข้อเสนอแนะวิธีการแก้ไขปัญหา ตามประเด็นที่ใช้ในการสนทนา พบว่า
1) การนิเทศภายในสถานศึกษา มีความจำเป็นต่อครูผู้สอน และการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทั้งนี้เพราะการนิเทศการศึกษาเป็นตัวแทนของการเปลี่ยนแปลง จากภายนอกมาสู่สถานศึกษา แต่การนิเทศจากภายนอกสถานศึกษา ไม่สามารถสนองตอบความต้องการของสถานศึกษาได้ เพราะจำนวนศึกษานิเทศก์มีน้อย ขาดงบประมาณ เครื่องมือ และอุปกรณ์ ที่จะทำการนิเทศสถานศึกษาได้อย่างทั่วถึง และที่สำคัญบุคลากรในสถานศึกษาย่อมรู้ปัญหา สามารถแก้ปัญหาและสามารถนิเทศกันเองได้ ดังนั้น การนิเทศภายในจึงเป็นการพัฒนาตนเอง โดยการพึ่งตนเอง เมื่อสังคมมีการเปลี่ยนแปลง บุคลากรภายในสถานศึกษาจะต้องมีการตื่นตัว เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยใช้บุคลากรภายในสถานศึกษาเป็นหลัก
2) ปัญหาของการนิเทศการศึกษาของโรงเรียนไพรบึงวิทยาคมที่พบในปัจจุบัน ที่ทำให้การดำเนินงานนิเทศภายในสถานศึกษาไม่บรรลุผลเท่าที่ควร มีดังนี้คือ (1) ผู้รับผิดชอบในการดำเนินการนิเทศภายในสถานศึกษาส่วนใหญ่ ขาดความรู้ และขาดการวางแผนการนิเทศไว้ล่วงหน้า รวมทั้งการนิเทศภายในสถานศึกษาที่มีอยู่ ขาดความชัดเจน ทั้งวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และวิธีการ (2) ไม่มีการประเมินผลการนิเทศให้ผู้รับการนิเทศทราบ ทำให้ไม่สามารถเอาผลการนิเทศมาปรับปรุงพัฒนาการเรียนการสอน เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนได้ (3) ครูบางส่วนไม่เคยได้รับการนิเทศโดยตรง แต่ได้รับทราบเรื่องการนิเทศจากการอ่าน การฟัง การซักถามพูดคุย (4) ไม่มีรูปแบบการนิเทศที่ชัดเจนหรือเป็นตัวอย่างได้ ผู้รับผิดชอบไม่ทราบจะดำเนินการอย่างไร (5) วิธีการนิเทศกการศึกษาส่วนใหญ่ของโรงเรียนไพรบึงวิทยาคมใช้วิธีการประชุม จึงทำให้การนิเทศภายในสถานศึกษา ไม่สามารถนำไปใช้ในการแก้ปัญหา หรือพัฒนาการเรียนการสอนได้จริง (6) ไม่มีการวางแผนร่วมกันระหว่างผู้นิเทศกับผู้รับการนิเทศ (7) ขาดการยอมรับซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะเป็นครูผู้สอนด้วยกัน ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้บริหารให้ทำหน้าที่นิเทศ ถ้าผู้รับการนิเทศไม่เกิดการยอมรับ ทำให้การนิเทศสูญเปล่า (8) ผู้นิเทศขาดเทคนิค และวิธีการนิเทศที่ดี และสอดคล้องกับเรื่องที่นิเทศ ทำให้การนิเทศไม่บรรลุเป้าหมาย (9) ไม่มีสื่อ หรือเครื่องมือที่มีคุณภาพ ตรงตามความต้องการของผู้สอน ที่จะนำมาใช้ในการประเมินการสอนของตน เพื่อแก้ไข ปรับปรุง และพัฒนาการเรียนการสอนที่ตรงตามความเป็นจริง (10) ขาดการสร้างสร้างสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้และการทำงานเป็นกลุ่มหรือเป็นทีม กับเพื่อนครูคนอื่นๆ ในการพัฒนาความก้าวหน้าทางวิชาการ หรือแนวทางการพัฒนาการเรียนการสอน (11) ภาระงานอื่นๆ มากเกินไป ทำให้ไม่มีเวลามาคำนึงถึงการนิเทศภายในสถานศึกษา (12) ในการวางแผนการนิเทศ ไม่มีการนำเอาข้อมูลและสารสนเทศที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ส่วนใหญ่ก็จะทำอย่างที่เคยทำ (13) ไม่มีการนำเอาผลการนิเทศภายในมาปรับปรุงพัฒนาการเรียนการสอนและการพัฒนาตนเอง คณะกรรมการนิเทศไม่สามารถนำเดินการนิเทศภายในอย่างเป็นรูปธรรม และสม่ำเสมอได้
3) ปัจจัยหรือวิธีการต่างๆ ที่มีความสำคัญ ที่จะส่งผลสำเร็จต่อการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เพื่อนำไปสร้างโครงร่างของรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม ประกอบด้วย 1) การให้ความช่วยเหลือแก่ครูโดยตรง (Direct Assistance) 2) การพัฒนาทักษะการทำงานกลุ่ม (Group Development) 3) การเสริมสร้างประสบการณ์ทางวิชาชีพ (Professional Development) 4) การพัฒนาหลักสูตร (Curriculum Development) 5) การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน (Action Research)
1.3 ผลการวิเคราะห์ความผลการการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน เพื่อกำหนดกรอบแนวคิดในการวิจัย ตามแนวคิดการนิเทศการศึกษาของกลิคแมน จากการสอบถามความต้องการในการนิเทศภายในสถานศึกษาของผู้บริหารและครูผู้สอนโรงเรียนไพรบึงวิทยาคม ตามประเด็นการนิเทศภายในสถานศึกษาตามโครงร่างของรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทั้ง 5 ด้าน พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีความความต้องการในการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยรวมและรายด้าน มากกว่าร้อยละ 80 โดยมีความต้องการในการนิเทศภายในสถานศึกษาด้านการเสริมสร้างประสบการณ์ทางวิชาชีพ ร้อยละ 97.30 การให้ความช่วยเหลือแก่ครูโดยตรง ร้อยละ 95.77 การพัฒนาหลักสูตร ร้อยละ 94.59 การพัฒนาทักษะการทำงานกลุ่ม ร้อยละ 93.65 และการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน ร้อยละ 93.33 ตามลำดับ
2. ผลการพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม
2.1 ผลการประเมินความสอดคล้องเหมาะสมของรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม จากการประเมินของผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า 1) รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษากับจุดประสงค์ในการสร้างรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม มีความสอดคล้องกับจุดประสงค์ในการสร้างรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา 2) รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม มีความสอดคล้อง เหมาะสมและชัดเจนของเนื้อหาในการใช้รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา 3) รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม มีความสอดคล้อง เหมาะสมและชัดเจนในการใช้ภาษาของรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา 4) รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม มีความสอดคล้อง เหมาะสมในการพิมพ์และรูปเล่มของรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา และ 5) รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม มีความสอดคล้อง เหมาะสมและความสะดวกในการนำรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษาไปใช้
2.2 ผลการตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จากการนำรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษาไปทดลองใช้(try out) กับผู้บริหารและครูผู้สอนโรงเรียนใกล้เคียงและมีบริบทเหมือนกัน ซึ่งเป็นโรงเรียนสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ เป็นเวลา 8 สัปดาห์ นำผลที่ได้มาพัฒนา ปรับปรุง แก้ไขให้เป็นรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ที่สมบูรณ์ สำหรับใช้ในโรงเรียนไพรบึงวิทยาคม ผลการตรวจสอบคุณภาพจากการตอบแบบประเมินของผู้บริหารและครูผู้สอน พบว่า คุณภาพของรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีค่าเฉลี่ยโดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ทุกด้านมีคุณภาพอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยระหว่าง 4.22 – 4.48 เมื่อเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ การให้ความช่วยเหลือแก่ครูโดยตรง การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน การพัฒนาทักษะการทำงานกลุ่ม การเสริมสร้างประสบการณ์ทางวิชาชีพ และการพัฒนาหลักสูตร
3. ผลทดลองใช้รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม
3.1 ผลการสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานของผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ ในการดำเนินงานนิเทศภายใน โดยใช้รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม สรุปผลการปฏิบัติงานจากการสังเกตพฤติกรรม ดังนี้
1) พฤติกรรมของผู้บริหาร พบว่า 1) ดำเนินการวางแผนการนิเทศ โดยร่วมกับครู และผู้เกี่ยวข้องและจัดทำแผนการนิเทศอย่างครอบคลุม สอดคล้อง เหมาะสมกับปัญหาและความต้องการของผู้นิเทศ มีการศึกษาค้นคว้าเอกสารความรู้ก่อนการวางแผน ร่วมประชุมวางแผนเพื่อแก้ปัญหาการจัดการเรียนการสอน และสามารถจัดทำโครงการนิเทศภายในสถานศึกษาได้อย่างถูกต้องชัดเจน 2) ช่วยเหลือและส่งเสริมสนับสนุนให้ครูมีความรู้ความสามารถในการสร้างผลงานทางวิชาการเพื่อความก้าวหน้าในวิชาชีพ 3) มีการจัดกิจกรรม และวิธีการ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้นิเทศ ให้เกิดความกระตือรือร้น เช่น การไปศึกษาดูงาน การมอบเกียรติบัตรรางวัลแห่งความสำเร็จและผลงานดีเด่นในด้านต่างๆ ให้แก่คณะครูผู้รับการนิเทศ เป็นต้น 4) เป็นผู้ประสานงาน การสร้างเครือข่ายทางวิชาการอย่างกระตือรือร้น เพื่อให้เกิดการพัฒนาการเรียนการสอนและการพัฒนาทางวิชาชีพ 5) จัดให้มีนิทรรศการเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในด้านวิชาการต่างๆ ทั้งในระดับโรงเรียนและระดับองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ
2) พฤติกรรมของผู้บริหารและครูในฐานะผู้นิเทศ พบว่า 1) มีการกำหนดเป้าหมาย กำหนดเนื้อหาสาระ และกิจกรรมการนิเทศ ให้สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของผู้รับการนิเทศ การกำหนดวัน เวลา และสถานที่ที่ใช้ในการนิเทศร่วมกันกับผู้นิเทศในการนิเทศแต่ละครั้ง โดยเขียนเป็นแผนการนิเทศอย่างชัดเจน 2) ในการปฏิบัติการนิเทศทุกครั้ง ได้ใช้กิจกรรมและวิธีการที่กำหนดไว้ในแผนการนิเทศ มีการคิดค้นเทคนิคและสื่อ เครื่องมือนิเทศใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับผู้รับการนิเทศและเรื่องที่นิเทศ และได้ทดลองใช้เครื่องมือนิเทศก่อนนำไปปฏิบัติการนิเทศจริงกับผู้รับการนิเทศ 3) มีการสร้างความคุ้นเคยกับผู้รับการนิเทศ มีความเป็นกันเองระหว่างผู้นิเทศกับผู้รับการนิเทศ 4) ตัวผู้นิเทศเองมีการเตรียมตัวให้เหมาะสมกับการเป็นผู้นิเทศ เช่น การแต่งกาย การปรับสภาวะอารมณ์ เป็นต้น 5) มีความพยายามและศึกษาค้นคว้าในเรื่องที่จะให้คำปรึกษา แนะนำเป็นรายบุคคลอย่างเต็มความสามารถของตน มุ่งเจาะลึกถึงปัญหาและความต้องการของผู้รับการนิเทศแต่ละคน 6) สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการนิเทศให้สำเร็จลุล่วงด้วยดี 7) มีความสามารถในการสื่อสาร ถ่ายทอดความรู้ให้ผู้รับการนิเทศเข้าใจได้ชัดเจน 8) มีความสามารถในการสาธิต และนำเสนอรูปแบบการสอน เทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของผู้รับการนิเทศได้ในระดับปานกลาง แต่ดำเนินการอยู่บนพื้นฐานของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้นิเทศในเวลาเดียวกัน 9) มีการประเมินผลการใช้สื่อและเครื่องมือในการนิเทศ 10) ให้ผู้รับการนิเทศร่วมเป็นผู้ประเมินผลการนิเทศหลังเสร็จสิ้นการนิเทศ และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้รับการนิเทศ เพื่อปรับปรุงแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ หลังการนิเทศ และผู้นิเทศได้ใช้วิธีให้ข้อเสนอแนะในการประเมินผลการนิเทศกับผู้รับการนิเทศเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และ 11) มีการสรุปผลการนิเทศ และจัดทำรายงานการนิเทศ เพื่อแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ
2) พฤติกรรมของครูผู้สอน ในฐานะผู้รับการนิเทศ พบว่า 1) ให้ความร่วมมือในการประชุมวางแผนการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ร่วมมือในการพัฒนาปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์ของโรงเรียน และวางแผนการนิเทศร่วมกับผู้นิเทศ 2) ศึกษาค้นคว้าเอกสารความรู้ และคิดค้นเทคนิคการสอนใหม่ๆ ก่อนวางแผนการสอน เพื่อกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน 3) ผลิตและปรับปรุงสื่อการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับนักเรียนและเนื้อหาที่สอน 4) ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลนักเรียนรายบุคคล แล้วนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการจัดการเรียนรู้ที่ท้าทายความสามารถของผู้เรียน และสอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียน 5) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมอง เพื่อนำผู้เรียนไปสู่เป้าหมาย 6) จัดบรรยากาศ แหล่งเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และดูแลช่วยเหลือผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ 7) กำหนดหลักสูตร เนื้อหาสาระและกิจกรรมการเรียนการสอนสอดคล้องเหมาะสมกับผู้เรียน 8) ศึกษาแผนการจัดการเรียนรู้ล่วงหน้า ตลอดจนจัดการเตรียมสื่อ เครื่องมือไว้ครบตามที่กำหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้ จัดเตรียมเครื่องมือวัดประเมินผลไว้ครบตามที่กำหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้ การเตรียมสถานที่ จัดสถานที่ แหล่งเรียนรู้ให้เหมาะสมกับกิจกรรมการเรียนการสอน 9) ในการดำเนินการสอน ได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในแผน 10) มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อนักเรียน เอาใจใส่ดูแลและช่วยเหลือนักเรียนอย่างทั่วถึง 11) จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ นำเทคนิคและวิธีการสอนที่หลากหลายมาใช้ 12) เลือกใช้สื่อการเรียนการสอนได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้และสอดคล้องเหมาะสมกับเนื้อหาและกิจกรรม และเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เลือกใช้สื่อการเรียนรู้ตามความถนัดและความสนใจ 13) สามารถแก้ปัญหาการเรียนการสอนได้ดีขึ้น และปัญหาการติด 0 ร มส. ของนักเรียนลดลง 14) มีความสามารถในการพูดหรืออธิบายเรื่องต่างๆ ให้ผู้เรียนเข้าใจได้อย่างชัดเจน 15) มีวิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้อย่างหลากหลาย สอดคล้องกับเนื้อหา กิจกรรมและความสามารถของผู้เรียนได้ตรงและบรรลุจุดประสงค์ที่ระบุไว้ในแผน ด้วยวิธีการ เครื่องมือ และเกณฑ์ตามที่ระบุไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้ 16) มีส่วนร่วมในการประเมินผลการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มความสามารถ 17) นำข้อเสนอแนะที่ได้จากการนิเทศไปปฏิบัติเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน
3.2 ผลการวิเคราะห์ระดับความคิดเห็นของผู้บริหารและครูผู้สอนทั้งผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศที่มีต่อรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม เพื่อยืนยันรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษาที่สร้างขึ้น พบว่า ผู้บริหารและครูผู้สอนทั้งผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศมีความคิดเห็นต่อการปฏิบัติการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยรวมมีความคิดเห็นว่าการปฏิบัติการนิเทศภายในสถานศึกษา มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมากที่สุด เพื่อพิจารณาในแต่ละด้านพบว่า ผู้บริหารและครูผู้สอนมีความคิดเห็นว่า การปฏิบัติการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทั้ง 5 ด้าน มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมากที่สุด 3 ด้าน คือ การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน การพัฒนาหลักสูตร และการเสริมสร้างประสบการณ์ทางวิชาชีพ ส่วนด้านที่เห็นว่าการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก 2 ด้าน คือ การให้ความช่วยเหลือแก่ครูโดยตรง และการพัฒนาทักษะการทำงานกลุ่ม
3.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจของครูผู้สอนที่มีต่อการนิเทศภายในสถานศึกษา หลังจากดำเนินการตามกระบวนการนิเทศด้วยรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม พบว่า
1) ครูมีความพึงพอใจต่อการดำเนินการนิเทศตามกระบวนการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม มีค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เพื่อพิจารณาในแต่ละรายการทั้ง 20 ข้อ พบว่า มีค่าเฉลี่ยระหว่าง 4.38 – 4.68 แสดงว่า ครูมีความพึงพอใจต่อการดำเนินการนิเทศตามกระบวนการนิเทศภายในสถานศึกษา อยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด โดยรายการที่มีค่าเฉลี่ยของความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด มีทั้งหมด 15 รายการ มีค่าเฉลี่ยของความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก มีทั้งหมด 5 รายการ เมื่อเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย 6 ลำดับแรก คือ การสร้างความรู้ความเข้าใจแก่คณะครูเกี่ยวกับกระบวนการนิเทศภายใน และกิจกรรมการนิเทศภายในแต่ละกิจกรรม การดำเนินการนิเทศภายในดำเนินการตามปฏิทินการนิเทศ การให้ขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานการนิเทศภายในสถานศึกษา การกำหนดบทบาทหน้าที่ของคณะทำงานตามความรู้ความสามารถ การประชุมชี้แจงคณะครูในการดำเนินการนิเทศภายในและวางแผนในการดำเนินการนิเทศภายในสถานศึกษา และการติดตามผลการดำเนินการนิเทศภายในเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง
2) ครูมีความพึงพอใจต่อผลการดำเนินการนิเทศภายในสถานศึกษา ทั้ง 3 ด้าน คือ พฤติกรรมการทำงานและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครู พฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน มีค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เพื่อพิจารณาในแต่ละด้านพบว่า ครูมีความพึงพอใจต่อผลการดำเนินการนิเทศภายในสถานศึกษาอยู่ในระดับมากที่สุด 2 รายการ เรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อยคือ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน และด้านพฤติกรรมการทำงานและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครู ส่วนด้านที่มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก คือ พฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน
3.4 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนจากปีการศึกษา 2553 –2555 พบว่า โดยภาพรวมนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้สูงขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่อง เมื่อเปรียบเทียบระหว่างปีพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในปีการศึกษา 2554 มีพัฒนาการก้าวหน้าสูงขึ้นจากปีการศึกษา 2553 ยกเว้น กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ และศิลปะ ซึ่งมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนลดลงเล็กน้อย และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในปีการศึกษา 2555 มีพัฒนาการก้าวหน้าสูงขึ้นจากปีการศึกษา 2554 และปีการศึกษา 2553 ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้
3.5 ร้อยละนักเรียนที่ติด 0 ร และ มส. ในปีการศึกษา 2553 –2555 พบว่าโดยรวมนักเรียนติด 0 ร และ มส. ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ลดลงอย่างต่อเนื่องทุกปี แต่เมื่อเทียบกับเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนดไว้ในแต่ละปีการศึกษาพบว่ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ ศิลปะ และการงานอาชีพและเทคโนโลยี ซึ่งมีนักเรียนติด 0 ร และ มส. สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
3.6 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของนักเรียนชั้นมัธยม
ศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม ระหว่างปีการศึกษา 2553 ถึงปีการศึกษา 2555 พบว่า
1) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม ระหว่างปีการศึกษา 2553 ถึงปีการศึกษา 2555 โดยรวมมีคะแนนเฉลี่ยของผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ก้าวหน้าสูงขึ้น ปีการศึกษา 2555 เพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2554 และปีการศึกษา 2554 เพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2553 อย่างต่อเนื่อง และร้อยละของจำนวนนักเรียนที่มีคะแนนระดับดีมีพัฒนาการสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีเช่นกัน เมื่อพิจารณาในแต่ละวิชาพบว่า วิชาที่มีคะแนนเฉลี่ยก้าวหน้าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี มี 3 วิชาคือ วิชาภาษาไทย วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม วิชาที่มีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นในปีการศึกษา 2554 แต่ลดลงเล็กน้อยในปีการศึกษา 2555 มี 3 วิชาคือ วิชาคณิตศาสตร์ วิชาศิลปะ วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี วิชาที่มีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นในปีการศึกษา 2554 แต่ลดลงในปีการศึกษา 2555 มี 1 วิชาคือ วิชาภาษาอังกฤษ และวิชาที่มีคะแนนเฉลี่ยลดลงในปีการศึกษา 2554 แต่เพิ่มขึ้นในปีการศึกษา 2555 มี 1 วิชาคือ วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา
2) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม ระหว่างปีการศึกษา 2553 ถึงปีการศึกษา 2555 โดยรวมมีคะแนนเฉลี่ยของผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ก้าวหน้าสูงขึ้น ปีการศึกษา 2555 เพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2554 และปีการศึกษา 2554 เพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2553 อย่างต่อเนื่อง และร้อยละของจำนวนนักเรียนที่มีคะแนนระดับดีมีพัฒนาการสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีเช่นกัน เมื่อพิจารณาในแต่ละวิชาพบว่า วิชาที่มีคะแนนเฉลี่ยก้าวหน้าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี มี 4 วิชาคือ วิชาภาษาไทย วิชาคณิตศาสตร์ วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี และวิชาภาษาอังกฤษ วิชาที่มีคะแนนเฉลี่ยลดลงในปีการศึกษา 2554 แต่เพิ่มขึ้นในปีการศึกษา 2555 มี 3 วิชาคือ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และวิชาศิลปะ และวิชาที่มีคะแนนเฉลี่ยลดลงอย่างต่อเนื่องทุกปีการศึกษา มี 1 วิชาคือ วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา
3) ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของนักเรียนชั้นมัธยม
ศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม ระหว่างปีการศึกษา 2553 ถึงปีการศึกษา 2555 โดยรวมทุกวิชาคะแนนเฉลี่ยมีพัฒนาการก้าวหน้าสูงขึ้น ปีการศึกษา 2555 เพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2554 และปีการศึกษา 2554 เพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2553 อย่างต่อเนื่อง โดยมีคะแนนถ่วงน้ำหนักตามเกณฑ์การประเมินคุณภาพภายนอกรอบสามของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (สมศ.) ในปีการศึกษา 2554 เทียบกับปีการศึกษา 2553 เท่ากับ 9.47 อยู่ในระดับคุณภาพพอใช้ และคะแนนถ่วงน้ำหนักในปีการศึกษา 2555 เทียบกับปีการศึกษา 2554 เท่ากับ 11.53 อยู่ในระดับคุณภาพพอใช้ โดยคะแนนถ่วงน้ำหนักปีการศึกษา 2555 เพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2554 เท่ากับ 2.06 คะแนน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.30
4) ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ผ่านเกณฑ์การประเมินและมีความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน คิดเป็นร้อยละ 98.64 ผลการประเมินอยู่ในระดับดีเยี่ยม ร้อยละ 68.91 ระดับดี ร้อยละ 22.31 และผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ 7.41 เมื่อแยกตามระดับชั้นพบว่า ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ผ่านเกณฑ์การประเมินมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 100 รองลงมา คือ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน คิดเป็นร้อยละ 98.75 และผ่านเกณฑ์การประเมินน้อยที่สุด คือ ชั้นมัธยม
ศึกษาปีที่ 1 ผ่านเกณฑ์การประเมินคิดเป็นร้อยละ 97.50
4. ผลการประเมินรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม โดยผู้วิจัยได้ประเมินประสิทธิภาพหลังการใช้รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม ตามแนวคิดการประเมินตามมาตรฐานการประเมินระบบของคณะกรรมการมาตรฐาน สำหรับการประเมินทางการศึกษา (Joint Committee on Standards for Educational Evaluation) ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า ผู้บริหารและครูผู้สอนมีความเห็นว่าประสิทธิภาพรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาในแต่ละด้านพบว่า รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีประสิทธิภาพอยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ มาตรฐานด้านความถูกต้อง มาตรฐานด้านความเหมาะสม มาตรฐานด้านความเป็นประโยชน์ และมาตรฐานด้านความเป็นไปได้ ตามลำดับ
5. รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม ที่พัฒนา ประกอบด้วย
5.1) การให้ความช่วยเหลือแก่ครูโดยตรง ประกอบด้วย การวางแผนร่วมกับครูในการให้ความช่วยเหลือ เข้าไปมีส่วนร่วมกับครูเพื่อช่วยเหลือ สรุปผลการช่วยเหลือและวางแผนที่จะประชุมตรวจสอบความช่วยเหลือร่วมกับครู การประชุมวิเคราะห์ผลการช่วยเหลือร่วมกับครู ประชุมสรุปและวิเคราะห์กระบวนการช่วยเหลือครูทุกขั้นตอนเพื่อวิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อยของกระบวนการ
5.2) การพัฒนาทักษะการทำงานกลุ่ม ประกอบด้วย การพัฒนาครูให้มีศักยภาพในการแสวงหาความรู้และประสบการณ์ การสร้างวินัยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในทีมงาน การกำหนดปัญหาและเป้าหมายการแก้ปัญหาร่วมกัน การวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหาของทีมงาน การสร้างแรงจูงใจ การเสริมแรงและสร้างขวัญกำลังใจ
5.3) การเสริมสร้างประสบการณ์ทางวิชาชีพ ประกอบด้วย สำรวจความต้องการจำเป็นในการพัฒนาครูด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน พัฒนาความสามารถในการสอนให้สามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ การจัดกิจกรรมสัมมนาผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ พัฒนาคุณธรรม จริยธรรมตามมาตรฐานวิชาชีพครู
5.4) การพัฒนาหลักสูตร ประกอบด้วย การเตรียมความพร้อมของสถานศึกษา การจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา วางแผนการดำเนินการใช้หลักสูตร ดำเนินการบริหารหลักสูตร การนิเทศ กำกับ ติดตามและประเมินผล สรุปผลการดำเนินการบริหารจัดการหลักสูตรของสถานศึกษา การปรับปรุง พัฒนากระบวนการบริหารจัดการหลักสูตร โดยการติดตามประเมินผล การเปลี่ยนแปลงการพัฒนาของนักเรียน จะทำให้ทราบปัญหาข้อบกพร่องของหลักสูตรเป็นข้อมูลย้อนกลับในการนำมาพิจารณาถึงการพัฒนาหลักสูตร
5.5) การวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน ประกอบด้วย การกำหนดปัญหา หรือ เป้าหมายการวิจัย การกำหนดวิธีการวิจัย หรือวิธีหาคำตอบ หรือวิธีการแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน การรวบรวมข้อมูลตามวิธีการที่กำหนด การวิเคราะห์ข้อมูล การสรุปและเขียนรายงานเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน

ข้อเสนอแนะ

นอกจากผลการวิจัยที่ได้นำเสนอแล้ว ยังมีข้อค้นพบบางประการจากการวิจัย เรื่อง การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะ ดังนี้
1. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ผลที่ได้รับจากการวิจัยครั้งนี้ ทำให้ได้รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม ที่มีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย การให้ความช่วยเหลือแก่ครูโดยตรง การพัฒนาทักษะการทำงานกลุ่ม การเสริมสร้างประสบการณ์ทางวิชาชีพ การพัฒนาหลักสูตร และการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน ดังนั้นจะได้รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เสนอกองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ สถานศึกษาในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา และยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น

2. ข้อเสนอแนะเพื่อนำผลการวิจัยไปใช้
จากผลการวิจัยครั้งนี้ ทำให้ได้รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่มีประสิทธิภาพ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถนำรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษาไปใช้ดำเนินการนิเทศภายในสถานศึกษา รวมทั้งสามารถนำไปใช้ในการนิเทศ ติดตาม ประเมินผลกระบวนการนิเทศภายในสถานศึกษาได้ โดยดำเนินการดังนี้
2.1 ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้ที่เกี่ยวข้อง ควรนำผลที่ได้จากการวิจัยไปใช้ในการวางแผน
การดำเนินการภายในสถานศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.2552-2561) บนฐานของหลักการและแนวทางแห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
2.2 ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้ที่เกี่ยวข้องควรปฏิบัติการนิเทศภายในสถานศึกษาตามแผน
การนิเทศภายในสถานศึกษาที่ได้กำหนดขึ้น โดยดำเนินการตามขั้นตอนในรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และดำเนินการอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
2.3 ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตาม ประเมินผลการนิเทศภายในสถานศึกษา และจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินการสำหรับใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาต่อไป

3. ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป
3.1 จากผลการวิจัยครั้งนี้ ได้ศึกษาความต้องการและสังเคราะห์ร่วมกับแนวคิดกับการนิเทศการศึกษาของคลิคแมน (Glickman) ใน 5 ด้าน คือ ด้านการให้ความช่วยเหลือแก่ครูโดยตรง ด้านการพัฒนาทักษะการทำงานกลุ่ม ด้านการเสริมสร้างประสบการณ์ทางวิชาชีพ ด้านการพัฒนาหลักสูตร และด้านการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน ทำให้ได้รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่มีประสิทธิภาพ ควรมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการนิเทศภายในสถานศึกษาเพิ่มเติม ดังนี้
1) การวิจัยสร้างและพัฒนา Model ย่อยทั้ง 5 ด้าน
2) ศึกษาปัจจัยที่สนับสนุนการนิเทศภายในสถานศึกษา
3) ศึกษารูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษาในอนาคต
4) การวิจัยสร้างและพัฒนานวัตกรรมเพื่อพัฒนาการนิเทศภายในสถานศึกษา
3.2 ควรมีการศึกษาการวิจัยเพื่อพัฒนารูปแบบการนิเทศ ที่เน้นพัฒนาเรื่องอื่นๆ เช่น การจัด
การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา การพัฒนาการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน และการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน

โพสต์โดย จินต์ : [18 เม.ย. 2556 เวลา 11:35 น.]
อ่าน [1443] ไอพี : 101.51.32.179
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม