ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ รายวิชาสุขศึกษา โดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม ประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ :

ชื่อผลงาน การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ รายวิชาสุขศึกษา โดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม
ประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิค STAD เรื่อง เพศศึกษา
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ผู้รายงาน นางบังอร อาจวิชัย ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
ปีการศึกษาที่พิมพ์ 2554

บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาสุขศึกษาโดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติมประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ: เทคนิค STAD เรื่อง เพศศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ (1)เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติมประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิค STAD เรื่อง เพศศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 (2)เพื่อพัฒนาและหาค่าประสิทธิภาพของหนังสืออ่านเพิ่มเติมประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ:เทคนิค STAD เรื่อง เพศศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 (3)เพื่อทดลองใช้และปรับปรุงหนังสืออ่านเพิ่มเติมประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิค STAD เรื่อง เพศศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 (4)เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง เพศศึกษา ก่อนและหลังการใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติมประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิค STAD เรื่อง เพศศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 (5) เพื่อประเมินความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติมประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ:เทคนิค STAD เรื่อง เพศศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 ที่กำลังศึกษา ในโรงเรียนเทศบาล ๑ ตลาดบางลี่ (พานิชอุทิศ) สังกัดเทศบาลเมืองสองพี่น้อง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 จำนวน 28 คน แบบแผนการวิจัย ใช้การทดลองแบบ Pre Experimental Design แบบกลุ่มเดี่ยวสอบก่อนและหลัง One Group Pretest Posttest Design เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในการวิจัยประกอบด้วย (1)เครื่องมือที่ใช้ศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติมประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ:เทคนิค STAD เรื่อง เพศศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์(2)แบบประเมิน ความเหมาะสมและความสอดคล้องของหนังสืออ่านเพิ่มเติมประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ:เทคนิค STAD เรื่อง เพศศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 (3)หนังสืออ่านเพิ่มเติมประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ:เทคนิค STAD เรื่อง เพศศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 (4)เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินและปรับปรุงแก้ไขหนังสืออ่านเพิ่มเติมประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิค STAD เรื่องเพศศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ได้แก่ แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน แบบประเมินผลงานนักเรียน การวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติมประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ:เทคนิคSTAD
เรื่อง เพศศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยศึกษาความคิดเห็นและข้อมูลพื้นฐานต่าง ๆแล้วนำมาพัฒนาเป็นหนังสืออ่านเพิ่มเติมประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิค STAD เรื่อง เพศศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยมีเนื้อหาให้นักเรียนเรียนรู้ 9 เรื่อง คือ เรื่องที่ 1 ห้องแห่งความลับ...เรื่องที่ 2 แด่เธอ...ผู้เป็นดาว เรื่องที่ 3 ช่วยด้วย... เรื่องที่ 4 โลกที่มืดมนของพี่ชิด เรื่องที่ 5 เตรียมตัว... เรื่องที่ 6 ผมคือสุภาพบุรุษครับ...เรื่องที่ 7 สวยใส...แต่ไม่ไร้สติ เรื่องที่ 8 ทำอย่างไรดีล่ะ... เรื่องที่ 9 ทางออก คู่มือครูประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ แบบสังเกตพฤติกรรม และแบบประเมินผลงานนักเรียน คู่มือนักเรียน ประกอบด้วย คำนำ วัตถุประสงค์ คำชี้แจงในการใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติมประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ: เทคนิค STAD เรื่อง เพศศึกษา บทบาทของนักเรียน ใบความรู้
ใบงาน แนวการตอบใบงาน แบบทดสอบ เฉลยแบบทดสอบ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้ค่าสถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( x ̅ )ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D.) ค่าt–test แบบ Dependent และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) แล้วนำเสนอแบบพรรณนาความโดยเครื่องมือต่างๆ มีคุณภาพดังต่อไปนี้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีค่าความยากง่าย (p) อยู่ระหว่าง 0.39 – 0.79 และค่าอำนาจจำแนก (r) อยู่ระหว่าง 0.27–0.73 หนังสืออ่านเพิ่มเติมประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ: เทคนิค STAD เรื่อง เพศศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 86.57/87.27 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80 สรุปผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติมประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิค STAD เรื่อง เพศศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 พบว่านักเรียนและผู้เกี่ยวข้องเห็นว่ารูปแบบของหนังสืออ่านเพิ่มเติมประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ: เทคนิค STAD เรื่อง เพศศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ควรใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายชัดเจน มีการ์ตูน รูปภาพ ประกอบ รูปเล่มกะทัดรัด สีสันสวยงามและมีเนื้อหาที่ให้ความรู้ ด้านเนื้อหาเรื่องเพศศึกษา ควรเป็นเรื่องที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน และเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวนักเรียน เป็นเหตุการณ์หรือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงซึ่งสัมพันธ์กับเนื้อหาเรื่องเพศศึกษา ได้แก่ วิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อ เจตคติในเรื่องเพศ วิธีป้องกันตนเองและหลีกเลี่ยงจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เอดส์ และการตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์ ความสำคัญของความเสมอภาคทางเพศ และวางตัวได้อย่างเหมาะสม อธิบายความสำคัญของความเสมอภาคทางเพศ และวางตัวได้อย่างเหมาะสม ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ควรจัดการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญเน้นให้นักเรียนให้ช่วยเหลือกันมากขึ้น โดยมีครูเป็นผู้คอยให้คำแนะนำปรึกษาและช่วยเหลือ ควรมีการเรียนรู้จากกรณีศึกษา มีการวัดผลประเมินผล ครอบคลุมด้านความรู้ ทักษะกระบวนการและเจตคติ โดยใช้เครื่องมือที่หลากหลาย เช่น การตรวจผลงานแบบทดสอบ แบบฝึกหัดและแบบสังเกตพฤติกรรม
2. ผลการพัฒนาและหาประสิทธิภาพของหนังสืออ่านเพิ่มเติมประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ: เทคนิค STAD เรื่อง เพศศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 พบว่าหนังสืออ่านเพิ่มเติมประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ:เทคนิค STADเรื่อง เพศศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ทั้ง 9 เล่ม มีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.80–1.00 ค่าประสิทธิภาพแบบเดี่ยว (Individual Tryout) เท่ากับ 66.30/68.67 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80 ค่าประสิทธิภาพแบบกลุ่มย่อย (Small Group Tryout) เท่ากับ 71.98/73.33 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80 และหนังสืออ่านเพิ่มเติมประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิค STAD เรื่อง เพศศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 2 มีค่าประสิทธิภาพแบบภาคสนาม (Filed Tryout) เท่ากับ 81.31/82.71 ซึ่งเป็นไปเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80
3. ผลการทดลองใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติมประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ: เทคนิค STAD เรื่อง เพศศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ผู้วิจัยได้นำหนังสืออ่านเพิ่มเติมประกอบการเรียนรู้ แบบร่วมมือ: เทคนิค STAD เรื่อง เพศศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ไปทดลองใช้กับนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล ๑ ตลาดบางลี่ (พานิชอุทิศ) อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 28 คน ซึ่งใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติมประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ: เทคนิค STAD เรื่อง เพศศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ทั้งสิ้น 20 ชั่วโมง ผลการทดลองใช้พบว่า นักเรียนส่วนให้มีความสนใจและกระตือรือร้นในการเรียนรู้ด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติมประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ: เทคนิค STAD เรื่อง เพศศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีทักษะการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง มีความสุขและสนุกกับการเรียนมีความรับผิดชอบในการเรียนรู้หนังสืออ่านเพิ่มเติมประกอบ การเรียนรู้แบบร่วมมือ: เทคนิค STAD เรื่อง เพศศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่นำมาทดลองใช้ได้นำกรณีศึกษาและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงมาใช้ประกอบการเรียนรู้
4. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง เพศศึกษา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ก่อนและหลังเรียนด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติมประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ: เทคนิค STAD เรื่อง เพศศึกษา แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ซึ่งยอมรับสมมติฐานการศึกษาที่กำหนดไว้ โดยมีผลการเรียนหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สูงกว่าก่อนจัดกิจกรรมการเรียนรู้
5. ผลการประเมินความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อหนังสืออ่านเพิ่มเติมประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิค STAD เรื่อง เพศศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ในภาพรวมพบว่าอยู่ในระดับมาก


โพสต์โดย ครูบังอร : [30 มี.ค. 2556 เวลา 04:16 น.]
อ่าน [717] ไอพี : 125.26.83.151
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม