ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนาและหาประสิทธิภาพชุดฝึกวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ (อนุกรม)

บทที่ 1
บทนำ

1.1 ความสำคัญและความเป็นมาของปัญหา
ในปัจจุบันเทคโนโลยีทางการศึกษามีความเจริญก้าวหน้าและได้มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วการเรียนการสอนที่ใช้เทคโนโลยีทางการศึกษาได้มีบทบาทสำ คัญอย่างสูงในสังคมการศึกษาทั้งในระบบการศึกษาและนอกระบบการศึกษา ทุกประเทศต่างก็มีการพัฒนาสื่อการศึกษาของตนเองให้มีความหลากหลายและทันสมัยอยู่เสมอ ความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิชาการส่งผลให้ครูผู้สอนต้องผลิตสื่อการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดกับสภาพการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนได้รับรู้ และเข้าใจในเนื้อหาวิชาของครูผู้สอนได้เป็นอย่างดีที่สุด
จากการสำรวจและสอบถามอาจารย์ผู้สอนในแผนกอิเล็กทรอนิกส์ วิชาวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ และประสบการณ์ของผู้วิจัย พบว่า การสอนวิชานี้ไม่สามารถที่จะสื่อความหมายและเอื้อประโยชน์ต่อการเข้าใจได้อย่างถูกต้อง หากมีบางเนื้อหาวิชาไม่สามารถให้คำ อธิบายได้ชัดเจน และเป็นการยากที่จะอธิบายให้เหมือนกับการอธิบายในครั้งแรกและครั้งต่อ ๆ ไป
จากปัญหาดังกล่าวอาจเนื่องจากการขาดแคลนสื่อการเรียนการสอน งบประมาณมีไม่เพียงพอต่อการจัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์สำหรับการสอนและการทดลอง ถ้ามีก็ไม่เพียงพอที่จะจัดซื้อได้เพราะชุดการทดลองส่วนมากจะมีราคาแพง
จากสภาพปัญหาดังกล่าวข้างต้น ทำให้ผู้วิจัยมีความต้องการสร้างชุดทดลองในวิชา
วงจรไฟฟ้ากระแสสลับ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนการสอน ส่งผลให้ผู้เรียนได้รับ
เนื้อหาได้เป็นอย่างดี มีความเข้าใจ สามารถนำ ไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพได้ ทำให้เกิด
ประโยชน์ต่อการเรียนการสอน ตลอดจนผู้เรียนได้รับความรู้และทักษะด้านปฏิบัติอันเป็นรากฐานที่นำ ไปสู่การมีศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูงเพื่อการพัฒนาประเทศสืบไป
1.2 วัตถุประสงค์
-เพื่อให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ (อนุกรม) มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น
-เพื่อพัฒนาชุดฝึกวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ (อนุกรม) ให้มีประสิทธิภาพ
-เพื่อหาประสิทธิภาพของชุดฝึกวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ (อนุกรม)

1.3 สมมุติฐานการวิจัย
ชุดฝึกวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ (อนุกรม) มีประสิทธิภาพในการสอนทำให้นัก
ศึกษาเกิดการเรียนรู้และทักษะตามเกณฑท์ มีค่ากำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 80/80 จากการทำใบงานหลังจากการปฏิบัติ
1.4 ขอบเขตของการวิจัย
ชุดฝึกอิเล็กทรอนิกส์เป็นเนื้อหาวิชาวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ เรื่องการต่อใช้งาน ไปใช้ในในการเพิ่มประสิทธิภาพของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยคัดจากกลุ่มเป้าหมายจำนวนนักเรียน ระดับชั้น ปวช.1 วิทยาลัยเทคโนโลยีอักษรพัทยา
1. ศึกษาหลักการทำงานของอุปกรณ์ในการในแต่ละชนิด
2. ศึกษาหลักการทำงานของวงจรและหน้าที่ที่จะนำมาใช้งานในวงจรอื่นๆเช่นกันเพื่อที่จะให้เกิดประสิทธิภาพของการเรียนของนักศึกษาให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์จากแผนการเรียน
3. ใช้เครื่องมืออย่างถูกวิธีและการปฎิบัติในการต่อวงจรอย่างถูกต้อง
ประเภทกลุ่มประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ประชากร เป็นนักเรียนระดับชั้น ปวช.1 จำนวน 10 คน วิทยาลัยเทคโนโลยีอักษรพัทยา

1.5 ความสำคัญและประโยชน์ที่จะได้รับจากการวิจัย
การวิจัยเรื่อง การพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้ชุดฝึกวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ (อนุกรม)เพื่อให้นักศึกษาต่อวงจรได้ถูกต้องก่อนที่จะต่อวงจรจริงเพื่อที่จะให้นักศึกษาเข้าใจดีก่อนที่จะนำอุปกรณ์มาใช้งานจริงและเพื่อที่จะให้รู้จักในหลักการทำงานของอุปกรณ์ที่ถูกต้องยิ่งขึ้น

1.6 นิยามศัพท์
หลักในการต่อวงจร จะต้องมีความรู้ในเครื่องมือเป็นพื้นฐานโดยทั่วๆไป จะต้องรู้จักเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในต่อวงจร เพื่อให้งานที่ต่อขึ้นถูกต้องตามมาตรฐานสากลดังนั้นการเลือกใช้เครื่องมือและอุปกรณ์จึงเป็นส่วนสำคัญ เพราะงานที่ต่อนั้นก็ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้อุปกรณ์และเทคนิคการใช้เครื่องมือที่ถูกต้องเสมอจึงนับได้ว่าเป็นงานที่ต้องใช้ความประณีตและความละเอียดอย่างสูง เนื่องจากมีการเชื่อมโยงอุปกรณ์ถึงกันหลายตัวจึงจะเป็นวงจรหนึ่งๆได้หากไม่มีความรู้ที่ได้เหล่านี้เราจึงควร ทำการศึกษาเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์







บทที่ 2
เอกสารและรายงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

การทำงานวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ศึกษารวบรวมเอกสารและงานวิจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว โดยมีหัวข้อสำคัญดังนี้
2.1 หลัสูตรวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสสลับ (2104-2203)
2.2 วงจรไฟฟ้ากระแสสลับแบบวงจรอนุกรม
2.3 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

2.1 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
2104-2203 วงจรไฟฟ้ากระแสสลับ
(AC Circuits)
จุดประสงค์รายวิชา
1. เพื่อให้มีความเข้าใจธรรมชาติและหลักการกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ
2. เพื่อให้มีทักษะในการอ่านแบบและประกอบวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ
3. เพื่อให้มีทักษะในการใช้เครื่องมือวัดและทดสอบที่เกี่ยวข้องวัดค่าต่างๆ ในวงจรไฟฟ้า กระแส
สลับ
4. เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ ในการประยุกต์วงจรไฟฟ้ากระแสสลับไปใช้งานจริง
5. เพื่อให้มีกิจนิสัยในการปฏิบัติงานด้วยความละเอียดรอบคอบ ถูกต้องและปลอดภัย
มาตรฐานรายวิชา
1. เข้าใจหลักการวิเคราะห์วงจรไฟฟ้ากระแสสลับ
2. วัดและทดสอบแหล่งกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ
3. วัดและทดสอบวงจร R-L-C ในวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ
4. วัดและทดสอบวงจรไฟฟ้ากระแสสลับระบบ 3 เฟส
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาและปฏิบัติงานเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ พารามิเตอร์ของคลื่นไซน์ R L C แบบอนุกรม แบบขนาน และแบบผสม การใช้เครื่องมือวัดและทดสอบวัดค่าวงจรกระแส แรงดัน ไดอะแกรม การทดสอบวงจรไฟฟ้ากระแสสลับระบบ 3 เฟส การประกอบและทดสอบวงจรไฟฟ้ากระแสสลับที่ประยุกต์ใช้งาน เช่น วงจรหลอดฟลูออเรสเซนท์ วงจรระบบมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ (AC. Motor)1 เฟส และ 3 เฟส วงจรแหล่งกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง (DC Power Supply) วงจรเนทเวอร์ค (Network) ของระบบตู้ลำโพง
2.3 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
นภัทร (2534) ได้ทำ การวิจัยการสร้างและทดสอบหาประสิทธิภาพของชุดประลองเรื่องวงจร
พัลซ์และสวิทชิ่ง โดยใช้กับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักศึกษาแผนกไฟฟ้าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
ชั้นสูง ชั้นปีที่ 2 วิทยาเขตนนทบุรี สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล จำ นวน 32 คน โดยแบ่งกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 16 คน กลุ่มควบคุมสอนโดยไม่ใช้ชุดประลองเรื่อง วงจรพัลซ์และสวิทชิ่งกลุม่ ทดลองใช้ชุดประลอง ผลการวิจัย พบว่า ความเที่ยงตรงของชุดประลองเกินกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 90 และนักศึกษากลุ่มควบคุมกับกลุ่มทดลองมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่แตกต่างกันแต่สูงกว่าเกณฑ์กำ หนด อย่างไรก็ตามกลุ่มทดลองใช้เวลาในการเรียนน้อยกว่ากลุ่มควบคุมคือ ใช้เวลา10 ใน 17 สัปดาห์ ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานของการวิจัย
สุเทพ (2532) ได้ทำ การวิจัยการสร้างชุดประลองเรื่องงานฉีดพลาสติกตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาเทคนิคอุตสาหกรรม กรมอาชีวศึกษา กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษา
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาช่างเทคนิคอุตสาหกรรม วิทยาลัยเทคนิคชลบุรีผลสัมฤทธิ์หลังการเรียน (Posttest) ของนักศึกษาเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์ร้อยละ 82 และการทดสอบ ภาคปฏิบัติอยู่ใ นเกณฑ์ร้อยละ 92 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำ หนดไว้ในงานวิจัย (80%) ที่ความเชื่อมั่น 95%
ปกาศิต (2535) ได้ทำ การวิจัยการสร้างและหาประสิทธิภาพชุดประลองวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ
ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ กรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย
เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 แผนกไฟฟ้า วิทยาลัยเทคนิคระยอง จำ นวน 32 คน ผลการวิจัยพบว่า
ชุดประลองวงจรไฟฟ้ากระแสสลับที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 81.79/80.64 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน
ของการวิจัย
สุวิทย์ (2533) ได้ทำ การวิจัยการสร้างชุดประลองเรื่อการทำ ความเย็น ตามหลักสูตรปริญญาตรี
อุตสาหกรรมศาสตร์บัณฑิต กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมเครื่องกล
วิทยาลัยเอเซียอาคเนย์ จำ นวน 20 คน ผลการวิเคราะห์ข้อมูลปรากฏว่าผู้เชี่ยวชาญทุกท่านมีความ
เห็นสอดคล้องกันว่า ชุดประลองที่ผู้วิจัยได้สร้างขึ้นในครั้งนี้ ทางด้านใบประลอง ประสิทธิภาพ
ทางการสอนและคุณลักษณะของชุดประลองอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมากผลของคะแนนที่ได้จาก
ใบประเมินผลการปฏิบัติประลองการทำ ความเย็นเฉลี่ยร้อยละ 85.6 และข้อมูลที่ได้จากแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา หลังจากนักศึกษาลงฝึกปฏิบัติการประลองการทำ ความเย็นแล้วเฉลี่ยร้อยละ 71 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำ หนดไว้ในสมมติฐานของการวิจัย 70/70





บทที่3
วิธีดำเนินการวิจัย
การวิจัยหลังนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง เพื่อศึกษาผลการทดสอบการปฏิบัติในการใช้งานในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และในหลักการทำงานของวงจร เพื่อให้การดำเนินการวิจัยเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยซึ่งขั้นตอนวิจัยได้ดำเนินการดังต่อไปนี้
3.1ศึกษาเพื่อเตรียมการวิจัย
3.2การกำ หนดประชากรและเลือกกลุ่มตัวอย่าง
3.3การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
3.4การดำ เนินการทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูล
3.5การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้สำหรับการวิจัย

3.1ศึกษาเพื่อเตรียมการวิจัย
การศึกษาเพื่อการวิจัย ผู้วิจัยได้ดำ เนินการดังต่อไปนี้
1.ศึกษาหลักสูตร โดยการนำ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์
สำ นักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มาศึกษาหารายละเอียดของหัวข้อวิชา และกำหนดกรอบ
ของเนื้อหาวิชาวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ
2. ศึกษาเอกสารตำราและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อศึกษาทฤษฏีวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ (อนุกรม)
พร้อมทั้งออกแบบและค้นหาวงจรที่ใช้ในการทดลองทุก ๆ ใบทดลองที่ใช้ได้จริงและตรงตามเนื้อหาในหลักสูตร
3. ศึกษาวิธีการออกแบบข้อสอบ การวัดผล ระเบียบวิธีการวิจัยจากหนังสือ ตำ รา และ
ผู้เชี่ยวชาญทางสถิติ และการวิจัย

3.2 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
1.นักศึกษาแผนกช่างอิเล็กทรอนิกส์ชั้นปวช.1วิทยาลัยเทคโนโลยีอักษรพัทยาจังหวัดชลบุรี
จำนวนของกลุ่มที่เข้าร่วมการเรียนจำนวน 10 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ โดยใช้ชุดฝึกวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ (อนุกรม)
3.3 การสร้างเครื่องมือ
เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองประกอบด้วยชุดทดลอง ใบเนื้อหา แบบฝึกหัด ใบงาน และ
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผู้วิจัยได้สร้างเครื่องมือเพื่อใช้ในการวิจัยดังนี้
1. การสร้างชุดฝึกวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ (อนุกรม)
2. การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

1. การสร้างชุดฝึกวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ (อนุกรม) หมายถึง ชุดฝึกที่ผู้พัฒนาสร้างขึ้น
เพื่อให้นักศึกษาใช้ทดลองร่วมกับเนื้อหา แบบฝึกหัด และใบงาน โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับวงจรอนุกรม ผู้วิจัยได้ดำ เนินการสร้างชุดทดลองตามลำ ดับขั้นตอน
2. การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาคปฏิบัติ ผู้วิจัยเริ่มจากการ
กำ หนดวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม และดำ เนินการออกแบบและสร้างใบงานซึ่งประกอบด้วยเงื่อนไขการออกแบบวงจรและรายการประเมินผล ซึ่งผู้วิจัยประเมินผลตามแนวทางของ Cronbach ที่ให้ความหมายของทักษะว่าเป็นการปฏิบัติที่เกิดจากการเรียนรู้สามารถจะกระทำ ได้โดยแทบจะไม่ต้องใช้ความคิด ซึ่งการปฏิบัติอย่างมีทักษะต้องอาศัยพัฒนาการของกระบวนการเรียนรู้ และกลไกของกล้ามเนื้อในการปฏิบัติการ โดยสามารถสังเกตได้จากเกณฑ์ 4 ประการ คือ ความเร็ว (Speed)ความแม่นยำ (Accuracy) ลักษณะท่าทาง (From) และความคล่องตัว (Adaptability) กล่าวคือ
วิเคราะห์หลักสูตรและกำหนดวัตถุประสงค์ได้แบบทดสอบที่สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

การเก็บรวบรวมข้อมูล
ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัยมีดังนี้
ขั้นตอนการดำ เนินการทดลอง การวิจัยในครั้งนี้ผู้วิจัยใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 10 คน
ระยะเวลาในการทดลอง 50 นาทีดำเนินการดังนี้
1 อาจารย์ผู้สอนบรรยายเนื้อหาโดยสรุประยะเวลาประมาณ 10 นาที
2 ให้กลุ่มทดลองใช้ชุดทดลอง โดยใช้ใบงานจำนวน 20 นาที ชั่วโมง ในส่วนใบงานเมื่อทำ การต่อวงจรเสร็จ ต้องทำ การบันทึกผล พร้อมทั้งสรุปผลการทดลองให้แล้วเสร็จ ในขั้นตอนนี้เนื่องจากชุดทดลองของผู้วิจัยมีอยู่ชุดเดียว นักศึกษาจึงต้องผลัดกันต่อวงจรทีละคน โดยมีอาจารย์ผู้สอนเป็นผู้จัดลำดับให้นักศึกษาทำ การทดลองโดยจัดลำ ดับจากเลขที่ นักศึกษาบางส่วนที่เหลือให้นั่งศึกษาขั้นตอนการต่อวงจรในใบงานจนกว่าจะเสร็จ การทำ เช่นนี้เป็นการวางแผนการใช้ชุดทดลองให้นักศึกษาทุกคนมีกิจกรรมทำอยู่ตลอด
3. สอบปฏิบัตินักศึกษาโดยใช้เวลาในการสอบปฏิบัติ 20 นาที
3. การทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คะแนนที่ได้จากการทำใบงาน ไปวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของชุดทดลอง กระบวนการดำนินการทดลอง
3.4 การวิเคราะห์ข้อมูล
การวิเคราะห์ข้อมูลโดยการนำข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์และการทดลองจากกลุ่มตัวอย่างมาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ยโดยนำเสนอเป็นตาราง





สถิติทีใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

1. หาค่าร้อยละ(%) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้สูตร
ร้อยละ = 100 x คะแนนที่ได้ / คะแนนเต็ม
2.การหาประสิทธิภาพของชุดทดลอง (เสาวณีย์, 2528: 295)







เมื่อ E1 หมายถึง ประสิทธิภาพของกระบวนการ คิดเป็นร้อยละของคะแนนเฉลี่ยจาก
แบบฝึกหัดและใบงานทั้งหมด
E2 หมายถึง ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ คิดเป็นร้อยละของคะแนนเฉลี่ยจาก
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทั้งหมดและใบงาน
ΣX หมายถึง คะแนนรวมของแบบฝึกหัดและใบงาน
ΣY หมายถึง คะแนนรวมของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์และสอบปฏิบัติต่อวงจร
A หมายถึง คะแนนเต็มของแบบฝึกหัดและใบงาน
B หมายถึง คะแนนเต็มของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์และสอบปฏิบัติต่อวงจร
N หมายถึง จำ นวนผู้เรียนทั้งหมด










บทที่4.
การวิเคราะห์ข้อมูล
ผลการวิจัยเรื่อง การพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้ชุดฝึกวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ (อนุกรม) ของนักเรียนชั้นปวช.1 ได้นำเสนอผลดังนี้
.ผลการวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของชุดทดลอง

4.1 ผลการวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของชุดฝึก
การวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของชุดฝึกตามเกณฑ์ 80/80
80 ตัวแรก หมายถึง ประสิทธิภาพของกระบวนการ คิดเป็นร้อยละของคะแนนเฉลี่ยจาก
จำนวนคำ ตอบที่นักเรียนทำ ถูกต้อง หลังการทำใบงานทั้งหมด
80 ตัวหลัง หมายถึง ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ คิดเป็นร้อยละของคะแนนเฉลี่ยจากจำนวน
คำตอบที่นักเรียนทำ ถูกต้อง หลังการสอบปฏิบัติต่อวงจร

รายการ N คะแนนรวม คะแนนเฉลี่ย ร้อยล่ะ
คะแนนจากการทำใบงาน
คะแนนจากการสอบปฏิบัติต่อวงจร 10
10 84
87 8.4
8.7 84
87















บทที่5
สรุป อธิปรายผล และข้อเสนอแนะ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพชุดฝึกวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ (อนุกรม) วิชาวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ ตามหลักสูตรประกาศนียบัตร
วิชาชีพชั้น สาขาวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลัยเทคโนโลยีอักษรพัทยา สำนักงานคณะกรรมการ
การอาชีวศึกษา โดยมีสมมติฐานการวิจัยว่าชุดทดลองที่สร้างขึ้นสามารถใช้ประกอบการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด 80/80 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลองครั้งนี้ได้แก่ นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพง ชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ ประเภทวิชาช่างอุตสาหกรรม วิทยาลัยเทคโนโลยีอัการพัทยา

5.1 วัตถุประสงค์
-เพื่อให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ (อนุกรม) มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น
-เพื่อพัฒนาชุดฝึกวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ (อนุกรม) ให้มีประสิทธิภาพ

5.2 สมมุติฐานการวิจัย
นักเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดฝึกวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ (อนุกรม) จะมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมากกว่านักเรียนที่เรียนโดยไม่ใช้ชุดฝึกวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ (อนุกรม)
5.3 ขอบเขตของการวิจัย
ชุดฝึกอิเล็กทรอนิกส์เป็นเนื้อหาวิชาวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ เรื่องการต่อใช้งาน ไปใช้ในในการเพิ่มประสิทธิภาพของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยคัดจากกลุ่มเป้าหมายจำนวนนักเรียน ระดับชั้น ปวช.1 วิทยาลัยเทคโนโลยีอักษรพัทยา
1. ศึกษาหลักการทำงานของอุปกรณ์ในการในแต่ละชนิด
2. ศึกษาหลักการทำงานของวงจรและหน้าที่ที่จะนำมาใช้งานในวงจรอื่นๆเช่นกันเพื่อที่จะให้เกิดประสิทธิภาพของการเรียนของนักศึกษาให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์จากแผนการเรียน
3. ใช้เครื่องมืออย่างถูกวิธีและการปฎิบัติในการต่อวงจรอย่างถูกต้อง
5.4 ประเภทกลุ่มประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ประชากร เป็นนักเรียนระดับชั้น ปวช.1 จำนวน 10 คน วิทยาลัยเทคโนโลยีอักษรพัทยา



5.5 สรุปผลการวิจัย
ประสิทธิภาพของชุดฝึกวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ (อนุกรม) ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมีค่าของประสิทธิภาพเท่ากับ 84/87 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้

5.6 อธิปรายผลการวิจัย
จากการวิจัยพบว่าชุดฝึกวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ
ตามสมมติฐานของการวิจัยที่กำ หนดไว้ไม่น้อยกว่า 80/80 โดยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการทำใบงาน คิดเป็นร้อยละมีค่าเท่ากับ 84 และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการปฏิบัติ คิดเป็นร้อยละมีค่าเท่ากับ 87 ซึ่งได้ตามเกณฑ์ ที่กำหนดไว้ทั้งสิ้น

5.7 ข้อเสนอแนะ
ควรนำชุดฝึกมาใช้ในกลุ่มของผู้เรียนเพราะเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนในด้านการปฏิบัติเป็นอย่างดี

โพสต์โดย y_somsak : [27 มี.ค. 2555 เวลา 16:01 น.]
อ่าน [6105] ไอพี : 49.49.86.206
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม