ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• องค์ประกอบของสัมมนา

รายงานสัมมนาจัดอยู่ในประเภทบทความปริทัศน์ ซึ่งโครงสร้างของเอกสารเพื่อเสนอสัมมนา ประกอบขึ้นด้วยส่วนต่างๆ คือ

1. ชื่อเรื่องพร้อมรายละเอียด
- ผู้จัดทำ
- อาจารย์ที่ปรึกษา
- วันที่เสนอสัมมนา
- ฯลฯ
2. บทคัดย่อ
3. บทนำ
4. เนื้อเรื่อง
5. สรุป
6. เอกสารอ้างอิง
7. คำขอบคุณ

หลักการตั้งชื่อเรื่อง

ชื่อเรื่องเปรียบเหมือนบทคัดย่อที่สั้นที่สุด โดยมีหลักการตั้งชื่อเรื่องดังนี้
1. ควรจะสั้น กะทัดรัด และคลุมใจความในเรื่องไว้ทั้งหมด (ไม่ควรสั้นกว่า 5 คำ หรือยาวกว่า 20 คำ)
2. การตั้งชื่อเรื่องควรเลือกคำที่เด่น น่าสนใจและจูงใจให้อ่านเรื่องเต็ม
3. ควรหลีกเลี่ยงการใช้คำที่ไม่มีความหมายหรือไม่มีความสำคัญที่ชัดเจน เช่น การศึกษา….. อิทธิพลของและไม่ควรใช้ชื่อย่อ คำย่อ ศัพท์เทคนิค เช่น ไม่ใช้ พรบ. , GMO, Fe
4. ควรมีคุณสมบัติ 4 อย่างคือ (ไพศาล, 2545)
•แสดงเอกลักษณ์ทางวิชาการ
•มีคำสำคัญ (keyword)
•มีคำดรรชนี (index word)
•แสดงวัตถุประสงค์

หลักการเขียนบทนำ
บทนำคือ ส่วนแนะนำและปูพื้นเรื่อง เพื่อให้ผู้อ่านทราบว่าเรื่องนั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องใด สำคัญอย่างไร ตอบคำถามว่าเราทำเรื่องนี้ทำไมและเมื่อได้ทำการค้นคว้าทดลองแล้วได้ประโยชน์อย่างไร ควรเลือกใช้ข้อความที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ วิธีการวิจัย ผลการทดลอง และการวิจารณ์ที่จะปรากฏในบทความนั้น
สุธีระ (2544) กล่าวว่า “Introduction” เปรียบเสมือนประตูหน้าบ้านที่เปิดแง้มอยู่ ภายในมีเฟอร์นิเจอร์เป็นประกายวับ ภายใต้แสงดาวสลัวที่ผ่านหน้าต่างเข้ามา เมื่อคุณถอดรองเท้าก้าวเข้าไปเปิดสวิทซ์ไฟ คุณก็พบกับทางเดินภายในที่มีบรรยากาศเชิญชวนให้คุณก้าวเท้าเข้าไป นี่คือบรรยากาศของ introduction” ส่วนหน้าที่ของ introduction คือ บอกให้คนอ่านเชื่อว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องสมควรทำ” และคุณ “สมควรอ่านเนื้อหาภายในให้จบ” จะว่า introduction เป็น “คนเชียร์แขก ก็ย่อมได้



วิธีการเขียนบทนำ (สุธีระ, 2544)

1. เริ่มต้นภายใน 5 ประโยคแรกให้ผู้อ่านเห็นความสำคัญของปัญหา (impact) แล้วชี้แจงให้เห็นว่า หากเราแก้ปัญหานี้ได้มันจะทำให้เกิดประโยชน์ต่างๆ อย่างไร (ทั้งประเทศชาติ ผู้ประกอบการ เกษตรกร ฯลฯ) ตรงนี้เรียกว่าโผล่หัวเข้าประตูมาก็ถูกยัดด้วยข้อมูลที่มี impact สูง หากสามารถทำให้เหมือนเปิดสวิทซ์ไฟแล้วเข้าไปวาบสว่างภายในความคิดได้ยิ่งดี มันเป็นการใช้ "ความสำคัญ" ของเรื่องไปกระตุ้นต่อมความสนใจของคนอ่าน
2. ตอนต่อไปก็เป็น literature review ซึ่งเราต้องใช้เพื่อแสดงให้เห็นว่าเรา "ไม่มีวิธีหาคำตอบด้วยวิธีอื่นอีกแล้วนอกจากทำวิจัย (ที่คุณกำลังอ่านอยู่นี้)" ดังนั้นการตรวจเอกสารจะต้องกระชับ ตรงประเด็น และที่สำคัญมาก คือ "แสดงให้เห็นช่องว่างของความรู้" ซึ่งยังไม่มีใครทดลอง ตอนนี้ประมาณ 20 -30 ประโยค
3 ตามด้วยเสนอสมมุติฐาน เมื่อแสดง gap ของความรู้แล้วก็ต้องเสนอสมมุติฐานของการทำงานวิจัยด้วย สมมุติฐานเป็นการบอกว่าเรามีความคิดทำมันอย่างไร ซึ่งมันจะสะท้อนต่อไปใน methodology สัก10-15 ประโยคสำหรับตอน 3 นี้ ก็น่าจะเพียงพอแล้ว
4. สรุปให้ได้ความทำนองว่า ดังนั้นเราจึงเสนอผลงานวิจัยเรื่องนี้ ซึ่งคุณจะได้อ่านต่อไป ตรงนี้ไม่เกิน 2 ประโยค

การเขียนเนื้อเรื่อง
ตัวเนื้อเรื่อง (text) ซึ่งจะต้องเรียงเป็นขั้นเป็นตอนให้เข้าใจง่าย เช่น จากเริ่มต้นไปอวสาน จากเก่าไปใหม่ จากข้อ 1 ถึงข้อ 10 เหล่านี้เป็นต้น และควรจะแทรกเสริมด้วยตัวเลขข้อมูล ตารางต่างๆ ตามที่ได้รวบรวมมา เมื่อเสนอตารางมา ก็จะต้องเสนอผลเป็นคำพูดมาด้วย หากจะวิเคราะห์วิจารณ์เสียตรงนี้ก็ย่อมทำได้เช่นกัน

การเขียนรายงานสัมมนาเป็นการนำเรื่องต่างๆ ที่สามารถรวมกันได้เป็น package มาเรียบเรียงให้มีความกลมกลืน อ่านแล้วเข้าใจง่าย ไม่ใช่การนำบทความวิจัยมาต่อกันโดยที่ยังมีส่วนที่เป็นวิธีการทดลอง ผลการทดลอง และวิจารณ์ผลการทดลอง ดังนั้นวิธีการเขียนเรื่องที่มาจากการทดลอง ควรเขียนให้ข้อมูลดังต่อไปนี้ คือ ชื่อผู้ที่ทำการศึกษา1 เรื่อง2 ชนิดสัตว์ที่ทำการทดลอง(อายุ เพศ) 3 แผนการทดลอง4 จำนวนสัตว์5 จำนวนกลุ่ม6 จำนวนซ้ำ7 วิธีการทดลองโดยย่อ8 ตัวชี้วัดที่ทำการศึกษา9 ระยะเวลาที่ทำการศึกษา10 ตารางแสดงผลการทดลอง11และควรมีวิจารณ์ผลการทดลองแทรกเพื่ออธิบายผลที่เกิดขึ้นด้วย12

โพสต์โดย ครูชูชาติ ดีมี : [10 ม.ค. 2555 เวลา 09:59 น.]
อ่าน [1188] ไอพี : 182.53.155.161
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม