ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• สื่ออิเล็กทรอนิกส์สระมหัศจรรย์

ชื่อนวัตกรรม การใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อพัฒนาการอ่านคำที่ประสมสระลดรูปของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒
เจ้าของผลงานนวัตกรรม นางสุรพรรค์ อาจรอด
ตำแหน่ง ครู คศ.๑ สอนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ - ๓
วิชาที่สอน วิชาภาษาไทย
โรงเรียนองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ๑๓ เครือข่าย ท่าผา เทพพนม
ประสบการณ์ในการสอน ๑๓ ปี

ความเป็นมาและความสำคัญ
ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่แสดงถึง
ความเป็นไทย เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสาร ทั้งการประกอบกิจธุรการงาน อาชีพ
และการดำรงชีวิตร่วมกันในสังคมประชาธิปไตยได้อย่างสันติสุข และเป็นเครื่องมือ
ในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศต่างๆ เพื่อพัฒนาความรู้
ความคิด วิเคราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและ
ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี นอกจากนี้ภาษาไทยยังเป็นสื่อที่แสดงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษด้านวัฒนธรรม ประเพณี ชีวทัศน์ โลกทัศน์ และสุนทรียภาพ โดยบันทึกไว้เป็นวรรณคดีและวรรณกรรมอันล้ำค่า ภาษาไทยจึงเป็นสมบัติของชาติที่ควรค่าแก่การเรียนรู้เพื่ออนุรักษ์ และสืบสานให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป (กรมวิชาการ, ๒๕๔๕ หน้า ๓)
การอ่านเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการแสวงหาความรู้ การรู้และใช้วิธีอ่านที่ถูกต้อง
จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้อ่านทุกคน การรู้จักฝึกฝนการอ่านอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้ผู้อ่านมีพื้นฐานในการอ่านที่ดี ทั้งจะช่วยให้เกิดความชำนาญและมีความรู้กว้างขวางด้วย
(สุนันทา มั่นเศรษฐวิทย์,๒๕๓๙ หน้า ๑) โดยเฉพาะนักเรียนระดับประถมศึกษา การอ่านเป็นทักษะพื้นฐานสำคัญอย่างยิ่งนักเรียนที่มีความสามารถในการอ่านที่ดีมักเรียนวิชาอื่น ๆ ได้ดีตามไปด้วยถ้านักเรียนอ่านหนังสือไม่ออกก็จะทำให้นักเรียนไม่ประสบความสำเร็จในการเรียนวิชาอื่น
จากการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยของนักเรียนช่วงชั้นที่ ๑ โรงเรียน
องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ๑๓ พบว่านักเรียนมีปัญหาในการอ่านคำที่ประสมสระลดรูปและเปลี่ยนรูปไม่ได้ โดยเฉพาะในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ในภาคเรียนที่ ๑ ที่มีการสอนเนื้อหาเกี่ยวกับสระลดรูปและเปลี่ยนรูป ซึ่งเป็นเนื้อหาที่นักเรียนเคยเรียนมาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒ ครูผู้สอนจึงได้ทำการวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ทำให้นักเรียนอ่านไม่ได้ พบว่ามีสาเหตุหลายประการด้วยกัน
ประการแรกคือ นักเรียนสะกดคำที่ประสมสระลดรูปไม่ได้ เนื่องจากนักเรียนมองไม่เห็นรูปสระ เพราะคำที่ประสมสระลดรูปเมื่อมีตัวสะกด รูปสระจะหายไปหรือเปลี่ยนไป เมื่อนักเรียนไม่เห็นรูปสระก็จะไม่สามารถสะกดคำนั้น ๆ ได้ กรมวิชาการ ( ๒๕๔๖, หน้า๑๑๓ - ๑๑๔) ได้กล่าวถึงการสะกดคำ สรุปได้ว่า การอ่านแจกลูกและการสะกดคำเป็นกระบวนการขั้นพื้นฐานของการนำเสียงพยัญชนะต้นสระ วรรณยุกต์และเสียงตัวสะกด มาประสมเสียงกัน การอ่านแบบแจกลูกสะกดคำจะช่วยให้นักเรียนประสมคำอ่านและสามารถอ่านหนังสือได้ด้วยตนเอง หากนักเรียนจะขาดหลักเกณฑ์การประสมคำที่ถูกต้องจะส่งผลให้นักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้
ประการที่สอง นักเรียนขาดการฝึกฝนทักษะ ซึ่งทฤษฎีของธอร์นไดค์ ( ทิศนา แขมณี, ๒๕๕๒ หน้า ๕๑ ) ได้กล่าวถึงกฎแห่งการฝึกหัดว่า การฝึกหัดหรือกระทำบ่อย ๆ ด้วยความเข้าใจจะทำให้การเรียนรู้นั้นคงทนถาวร ถ้าไม่ได้กระทำซ้ำบ่อยๆ การเรียนรู้นั้นจะไม่ถาวร และในที่สุดอาจลืมได้ การอ่านก็เป็นทักษะหนึ่งที่ต้องมีการฝึกฝนบ่อยๆ หากนักเรียนขาดการฝึกฝนแล้วก็จะทำให้นักเรียนอ่านไม่ได้
ประการที่สาม สาเหตุที่เกิดจากการขาดสื่อการสอนที่เหมาะสม จริยา เหนียมเฉลย ( ๒๕๔๙, หน้า ๑๗) ได้กล่าวถึงความสำคัญของสื่อการสอนสรุปได้ว่า สื่อการสอนทำให้การเรียนรู้ง่ายขึ้น ช่วยให้นักเรียนเข้าใจในสิ่งที่ครูสอนได้เร็วและจำได้อย่างถาวร และยังช่วยให้สนใจในการเรียน ดังนั้นหากครูใช้สื่อการสอนที่ไม่เร้าความสนใจของนักเรียน ก็จะทำให้บทเรียนไม่น่าสนใจ มีความหมายต่อนักเรียนน้อย เมื่อบทเรียนไม่มีความหมายต่อนักเรียน จึงส่งผลให้นักเรียนไม่ใส่ใจ ไม่จดจำเนื้อหาในบทเรียน
จากสาเหตุของปัญหาที่ได้วิเคราะห์มานั้น ผู้ศึกษามีแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยการปรับปรุงและพัฒนาสื่อการสอนเพื่อช่วยให้นักเรียนอ่านคำที่ประสมสระลดรูปได้ถูกต้อง ซึ่งสื่อการสอนนั้นควรมีมีคุณสมบัติในการนำเสนอเนื้อหาที่มีทั้งข้อความรูปภาพ และเสียง เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ถึงวิธีการอ่านสะกดคำ สามารถมองเห็นรูปสระ และได้ฟังเสียงการอ่านที่ถูกต้อง อีกทั้งสื่อการสอนนั้น สามารถเร้าความสนใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี่ที่ ๒ ได้เป็นอย่างดี มีกิจกรรมที่นักเรียนสามารถฝึกฝนทักษะ โดยสามารถฝึกซ้ำได้เท่าที่นักเรียนแต่ละคนต้องการ
ดังนั้นครูผู้สอนจึงเห็นว่า การนำเทคโนโลยีในรูปแบบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์มาใช้ก็น่าจะช่วยให้ครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยได้ดียิ่งขึ้น ดังที่ เอกวิทย์แก้วประดิษฐ์ (2545) ได้กล่าวว่าในปัจจุบันเนื้อหาความรู้และข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ มีจำนวนมากขึ้นที่ต้องเรียนรู้ ดังนั้นเพื่อให้วิธีการศึกษาได้พัฒนาไปอย่างมีคุณภาพจึงต้องประยุกต์เทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาช่วยในการศึกษาเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เทคโนโลยีสำคัญที่ประยุกต์ใช้ได้อย่างกว้างขวางสามารถใช้เป็นสื่อกลางถ่ายทอดความรู้ได้ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียงและการมีปฏิสัมพันธ์ ก็คือสื่อในลักษณะที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์นั่นเอง ในการจัดกิจกรรมฝึกทักษะการอ่านภาษาไทยนั้น ผู้สอนจะต้องจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนปฏิบัติบ่อย ๆ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ช่วยให้นักเรียนสามารถฝึกฝนและทบทวนทักษะการอ่านภาษาไทยเรื่อง คำที่ประสมสระลดรูปและเปลี่ยนรูปตามความต้องการของนักเรียนได้บ่อยครั้ง
นอกจากนี้ในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้มีการใช้มัลติมีเดียที่มีทั้งข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียงในการนำเสนอเนื้อหา ทำให้การเรียนการสอนมีความน่าสนใจ กระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ นักเรียนสามารถเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายและข้าใจสิ่งที่เรียนได้อย่างรวดเร็ว การมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อและมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมการเรียนรู้ ทำให้นักเรียนเกิดความสนุกสนานในการเรียนอีกด้วย

จุดมุ่งหมายการวิจัย
๑.เพื่อสร้างสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง มารู้จัก ๕ สระมหัศจรรย์กันเถอะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ที่มีประสิทธิภาพ
๒. เพื่อศึกษาผลการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อพัฒนาความสามารถในการอ่านคำที่ประสมสระลดรูป ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒
๓ . เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ที่มีต่อการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง มารู้จัก ๕ สระมหัศจรรย์กันเถอะ

ตัวแปรที่ศึกษา
ในการวิจัยครั้งนี้ ตัวแปรที่ศึกษาประกอบด้วย
๑. ตัวแปรต้น ได้แก่ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง มารู้จัก ๕ สระมหัศจรรย์กันเถอะ
๒. ตัวแปรตาม ได้แก่ ความสามารถในการอ่านคำที่ประสมสระลดรูป

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
๑. ได้สื่อการสอน ประเภทสื่ออิเล็กทรอนิกส์เรื่อง มารู้จัก ๕ สระมหัศจรรย์กันเถอะ
๒. นักเรียนกลุ่มตัวอย่างสามารถอ่านสะกดคำและอ่านเป็นคำ คำที่ประสมสระลดรูป
ได้อย่างถูกต้องตามหลักการอ่านและผ่านเกณฑ์ที่กำหนด
๓ . ทราบความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เรื่อง มารู้จัก ๕ สระมหัศจรรย์กันเถอะ

ขอบเขตการวิจัย
ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นการสร้างและใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เรื่อง มารู้จัก ๕ สระมหัศจรรย์กันเถอะเพื่อพัฒนาการอ่านสะกดคำในการเรียนวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ มีขอบเขตการวิจัยดังนี้
๑.ประชากร ที่ใช้ในการศึกษา คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๔ ที่อ่านคำประสมสระลดรูปได้คะแนนไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน ๑๔ คน
๒.สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง มารู้จัก ๕ สระมหัศจรรย์กันเถอะ เนื้อหาวิชาภาษาไทยเกี่ยวกับคำที่ประสมสระลดรูปและเปลี่ยนรูป ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒

วิธีดำเนินการวิจัย
๑.ขั้นตอนการสร้างสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง มารู้จัก ๕ สระมหัศจรรย์กันเถอะ ผู้วิจัยดำเนินการดังนี้
๑.๑. ศึกษาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน หลักสูตรสถานศึกษา สาระ
การเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ทำการวิเคราะห์เนื้อหาเรื่องคำที่ประสมสระลดรูปลดรูปและเปลี่ยนรูปและรวบรวมคำที่นักเรียนอ่านผิด
๑.๒. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาและออกแบบสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูล
เกี่ยวกับการนำเสนอบทเรียนและโปรแกรมในการสร้างจากหนังสือ เอกสารตำรา และจากอินเตอร์เน็ต โดยเลือกใช้โปรแกรม Power point และโปรแกรม Photo space ในการจัดทำสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นโปรแกรมพื้นฐานที่ผู้วิจัยสามารถทำได้และมีคุณลักษณะของสื่อมัลติมีเดีย
๑.๓. ออกแบบโครงร่างของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง มารู้จัก ๕ สระมหัศจรรย์กัน เถอะ ดังนี้
- การนำเข้าสู่เนื้อหา ได้ทำการออกแบบให้ดึงดูดความสนใจ โดยการใช้กราฟิก สีสัน และเสียง เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เรียน ประกอบกับการแสดงชื่อของบทเรียน การแนะนำเนื้อหาในบทเรียน
- หน้าหลักของเนื้อหา ประกอบด้วย ปุ่มเมนูเนื้อหา๕ สระ ได้แก่
สระอะ สระเอะ สระโอะ สระเออ และสระอัว และเสียงพูดแนะนำการเข้าสู่บทเรียนที่ต้องการ
- แนะนำแนวทางและวิธีการเรียนให้ผู้เรียนทราบก่อนโดยรายละเอียด
ของคำชี้แจงจะเป็นการแนะนำการใช้งานของปุ่มต่างๆ ในสื่ออิเล็กทรอนิกส์
- ออกแบบลำดับขั้นในการนำเสนอ โดยแต่ละสระ จะเริ่มจาก การนำเสนอเนื้อหาหลักเกณฑ์ทางภาษา กิจกรรมฝึกอ่านตามเสียง กิจกรรมฝึกทักษะเพิ่มเติม และการร้องเพลงเพื่อสรุปความรู้ ในการนำเสนอบทเรียน จะมีภาพประกอบการบรรยายโดยผู้เรียนจะได้ฟังการอ่านสะกดคำและเห็นภาพประกอบไปพร้อมๆ กัน ซึ่งทำให้ผู้เรียนเกิดความสนใจและมีสมาธิในการเรียนมากขึ้น
๑.๔. อ่านและตรวจทานคำที่ประสมสระลดรูป ของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามโครงร่างที่ได้จัดทำขึ้น
๒. การใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง มารู้จัก ๕ สระมหัศจรรย์กันเถอะ ผู้วิจัยดำเนินการดังนี้
๒.๑. ประชากร ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๔ จำนวน ๑๔ คน ที่มีปัญหาการอ่านคำที่ประสมสระลดรูป ไม่ผ่านเกณฑ์
๒.๒. เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบวัดความสามารถในการ
อ่านคำที่ประสมสระลดรูป จำนวน ๒๐ คำ
๒.๓. วิธีการจัดการเรียนการสอนโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง มารู้จัก ๕ สระมหัศจรรย์กันเถอะ
- ในการจัดการเรียนการสอน จะแบ่งเนื้อหาออกเป็น ๕ หน่วย คือ สระอะ
สระเอะ สระโอะ สระเออ และสระอัว โดยใช้เวลาเรียนทั้งหมด ๕ ชั่วโมง ในเวลาวิชาซ่อมเสริม
- หากโรงเรียนมีเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียน ให้จัดกิจกรรม
การเรียนการสอนโดยครูเป็นผู้ใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ประกอบการเรียนการสอน โดยการใช้คอมพิวเตอร์ต่อเข้ากับเครื่องฉาย และให้นักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในบางกิจกรรมกรรม เช่น การออกมาทำแบบฝึก โดยเลือกนักเรียนออกมาทำหน้าชั้นเรียน แต่หากโรงเรียนมีเครื่องคอมพิวเตอร์เพียงพอต่อนักเรียน ก็ให้ผู้สอนนำแผ่นซีดีรอมสื่ออิเล็กทรอนิกส์เรื่อง มารู้จัก ๕ สระ
มหัศจรรย์กันเถอะ ลงไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง และให้นักเรียนได้เรียนกับสื่อได้โดยตรง เพียงแต่ให้ครูเป็นผู้คอยชี้แนะ
- ก่อนดำเนินการสอน ให้ผู้สอนสร้างข้อตกลงในการเรียน เช่น มารยาท
ในการเรียน ในการใช้ห้องคอมพิวเตอร์
- ผู้สอนอธิบายวิธีการใช้สื่อ ลำดับการนำเสนอเนื้อหาในสื่อ เทคนิค
การใช้เม้าส์คลิกปุ่มต่าง ๆ โดยให้ผู้เรียนทำตามที่ครูอธิบาย ผู้สอนควรสอนทีละ ๑ สระ เมื่อจบ ๑ สระ ให้ทำการทดสอบการอ่าน เพื่อดูผลการอ่านว่ามีการพัฒนาขึ้นหรือไม่ เก็บคะแนนไว้เป็นคะแนนระหว่างเรียน
- ผู้สอนควรใช้เวลาว่าง หรือชั่วโมงซ่อมเสริมในการสอน โดยสอนครั้ง
ละ ๑ ชั่วโมง ๑ สระ ทุกวัน จนครบ ๕ สระ จากนั้นจึงทำการทดสอบอ่านคำอีกครั้งเพื่อดูผลการพัฒนา

การเก็บรวบรวมข้อมูล
๑. ทดสอบก่อนเรียน โดยให้นักเรียนอ่านคำ จากแบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านคำที่ประสมสระลดรูป จำนวน ๒๐ คำ
๒. บันทึกผลการอ่านระหว่างเรียน จากการทดสอบการอ่านคำในแต่ละสระ เพื่อดูผลการพัฒนา
๓. ทดสอบหลังเรียน โดยให้นักเรียนอ่าน จากแบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านคำที่ประสมสระลดรูป จำนวน ๒๐ คำ อีกครั้งหนึ่ง
๔. นำคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนมาวิเคราะห์ เพื่อดูผลการพัฒนา

การวิเคราะห์ข้อมูล
โดยการหาค่าเฉลี่ยของคะแนนแบบทดสอบก่อนเรียน (X๑) การทดสอบหลังเรียน(X๒) คะแนนความก้าวหน้า (X๑ - X๒)
ระยะเวลาในการดำเนินงาน
กรกฎาคม ๒๕๕๔
สรุปผลการวิจัย
จากการทำวิจัยเกี่ยวกับการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง มารู้จัก ๕ สระมหัศจรรย์กันเถอะ เพื่อพัฒนาการอ่านคำที่ประสมสระลดรูปของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ จำนวน ๑๔ คน พบว่า
๑. นักเรียนที่เป็นประชากรในการศึกษา มีพัฒนาการด้านการอ่านคำที่ประสมสระลดรูปและเปลี่ยนรูปดีขึ้น โดยนักเรียนกลุ่มประชากรทั้ง ๑๔ คน มีคะแนนทดสอบการอ่านหลังจากเรียนด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ อยู่ในระดับผ่านเกณฑ์ ๕๐  ของคำทั้งหมดในแบบทดสอบ สามารถอ่านสะกดคำได้มากขึ้นจากที่ก่อนหน้านี้ยังอ่านสะกดคำไม่ค่อยได้ อย่างไรก็ตามยังคงต้องได้รับการพัฒนาต่อไปอย่างต่อเนื่องเพื่อให้นักเรียนมีพัฒนาการด้านการอ่านได้ดียิ่งกว่าเดิม
๒. ด้านพฤติกรรมในการเรียน พบว่า นักเรียนกลุ่มประชากรมีความสนใจและตั้งใจเรียนมากกว่าเดิม นักเรียนให้ความสนใจกับสื่อหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากนักเรียนไม่เคยเรียนกับสื่อที่เป็นลักษณะเช่นนี้มาก่อน จึงทำให้ตั้งใจเรียนเป็นพิเศษ และให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมเป็นอย่างดี บรรยากาศในการเรียนเป็นไปด้วยความสนุกสนาน
๓. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ มีความพึงพอใจต่อการเรียนการสอนโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์อยู่ในระดับมาก

โพสต์โดย คม : [27 ก.ย. 2554 เวลา 21:33 น.]
อ่าน [1206] ไอพี : 110.49.235.177
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม