ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• รายงานผลการพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑

รายงานผลการพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑

ผู้วิจัย นางสาวเจริญ ผลฉัตร ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาญการ โรงเรียนบ้านวังโบสถ์
อำเภอหนองไผ่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3

รายงานผลการพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑โรงเรียนบ้านวังโบสถ์ อำเภอหนองไผ่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบูรณ์ เขต ๓ ได้ดังนี้ วัตถุประสงค์ของการศึกษารายงาน
๑. เพื่อจัดทำและพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ ใช้ประกอบการเรียนการสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
๒. เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ ที่จัดทำขึ้นตามเกณฑ์มาตรฐาน ๘๐ / ๘๐
๓. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ
๔. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ ด้วยแบบฝึกทักษะการอ่าน
จับใจความสำคัญ

กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑/๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๑ โรงเรียนบ้านวังโบสถ์ อำเภอหนองไผ่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบูรณ์ เขต ๓ โดยการเลือกแบบเจาะจง จำนวน ๒๕ คน

สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล
จากรายงานผลการพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ ซึ่งได้รับการพัฒนาและปรับปรุงแก้ไขแล้วไปใช้กับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๑ โรงเรียนบ้านวังโบสถ์ อำเภอหนองไผ่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบูรณ์ เขต ๓
จำนวน ๒๕ คน ปรากฏผลดังนี้
๑. แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ ๘๐/๘๐ ตามสมมุติฐานการรายงานข้อที่ ๑ กล่าวคือ มีประสิทธิภาพ ๘๒.๐๐/ ๘๕.๒๐ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
เรื่องที่ ๑ เบิกบานฤทัย กับใจความสำคัญจากภาพ มีประสิทธิภาพ ๘๒.๐๐/ ๘๕.๒๐
เรื่องที่ ๒ สุขสำราญ กับการตั้งคำถาม มีประสิทธิภาพ ๘๒.๐๐/ ๘๕.๒๐
เรื่องที่ ๓ สนุกเฮฮา มามะช่วยกันตั้งชื่อ มีประสิทธิภาพ ๘๒.๐๐/ ๘๕.๒๐
เรื่องที่ ๔ สนุกสนาน กับการตอบคำถามจากเรื่อง มีประสิทธิภาพ ๘๒.๐๐/ ๘๕.๒๐
เรื่องที่ ๕ ใจเบิกบาน กับการเลือกประโยค ใจความสำคัญ
มีประสิทธิภาพ ๘๒.๐๐/ ๘๕.๒๐
เรื่องที่ ๖ สนุกและสำราญ กับการเขียนแผนภาพโครงเรื่อง
มีประสิทธิภาพ ๘๒.๐๐/ ๘๕.๒๐
รวม ๔๙๒.๐๐/ ๕๑๑.๒๐ เฉลี่ยร้อยละ ๘๒.๐๐/ ๘๕.๒๐
แสดงคะแนนการทดสอบก่อนเรียน การทำกิจกรรมและการทดสอบหลังเรียนโดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
ทั้ง ๖ เรื่อง ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน ๘๐ / ๘๐
การทำกิจกรรมและการทดสอบหลังเรียนโดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความ สำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ทั้ง ๖ เรื่องที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน ๘๐/๘๐
ดังนั้นแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ที่จัดทำขึ้น มีประสิทธิภาพ ๘๒.๐๐/ ๘๕.๒๐ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ ๘๐/๘๐
๒. ผลการทดลองใช้แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ทั้ง ๖ เรื่อง นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละก่อนเรียน ๕๒.๙๓ คะแนนการทำกิจกรรมเฉลี่ยร้อยละ ๘๒.๐๐ คะแนนเฉลี่ยร้อยละหลังเรียน ๘๕.๒๐ มีความก้าวหน้าเฉลี่ยร้อยละ ๓๒.๒๗ ผลการพัฒนาของความสามารถในการอ่านจับใจความสำคัญ จากการทำแบบฝึกทักษะการอ่าน
จับใจความสำคัญ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ตั้งแต่แบบฝึกทักษะชุดที่ ๑ – ชุดที่ ๖ นักเรียนมีความสามารถในการอ่านจับใจความสำคัญอยู่ในระดับดีและดีมาก โดยส่วนมากมีคุณภาพอยู่ในระดับดีมากและลักษณะของคะแนนเฉลี่ย นักเรียนมีความสามารถสูงขึ้นในแบบฝึกชุดหลัง ๆ
๓. ข้อทดสอบก่อนเรียนและข้อทดสอบหลังเรียนวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ในการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน ๕๗.๘๐ หลังเรียน ๘๐.๔๐ แสดงว่า คะแนนทางการเรียนแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๑ คือ คะแนนที่ได้จากการทำแบบทดสอบ วัดคะแนนทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่า คะแนนจากการวัดผลการทดสอบก่อนเรียน แสดงว่านักเรียนมีพัฒนาการทางการเรียนดีขึ้น
๔. จากการตอบแบบสอบถามระดับความพึงพอใจของนักเรียนปรากฏว่า ค่าเฉลี่ยที่ตอบสูงสุดพบว่า นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนได้ คือ ๓.๗๑ ระดับดีมาก แสดงว่าแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในวิชาที่เรียนได้เป็นอย่างดี ส่งผลต่อความรู้ที่คงทนให้กับนักเรียนได้ดียิ่ง

โพสต์โดย นางสาวเจริญ ผลฉัตร : [20 ก.พ. 2552]
อ่าน [1484] ไอพี : 118.172.231.53
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม