ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนาการเรียนรู้รูปแบบโยนิโสมนสิการโดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านสร้างสรรค์

บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์ของการศึกษา 1) เพื่อพัฒนาการเรียนรู้รูปแบบ
โยนิโสมนสิการโดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านสร้างสรรค์คุณธรรม ชุด คนดี - สังคมดี
เรื่อง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ชั้นประถมศึกษาที่ 6 โรงเรียนชุมชนหนองยางวิทยาคม
โดยดำเนินการพัฒนา 4 วงรอบ ได้แก่ วงรอบที่ 1 การวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล วงรอบที่ 2
การประเมินเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ วงรอบที่ 3 การศึกษานักเรียนเป็นรายกรณี กรณีศึกษา เด็กชายบุญนำ หมั่นเรียน วงรอบที่ 4 การเรียนรู้แบบโยนิโสมนสิการโดยใช้หนังสือส่งเสริม
การอ่าน สร้างสรรค์คุณธรรม ชุด คนดี - สังคมดี เรื่อง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา การศึกษาครั้งนี้ใช้หลักการวิจัยปฏิบัติการ 4 ขั้นตอน ได้แก่ การวางแผน การปฏิบัติ การสังเกต และการสะท้อนผลการปฏิบัติ ดำเนินการพัฒนาเป็น 4 วงรอบ กลุ่มเป้าหมายในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 18 คน ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 23 คน ได้แก่ครูผู้สอนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในโรงเรียนชุมชนหนองยางวิทยาคม จำนวน 5 คน และผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 18 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ 1) เครื่องมือพัฒนา ประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 15 แผน และหนังสือส่งเสริมการอ่านสร้างสรรค์คุณธรรม ชุดคนดี-สังคมดี เรื่อง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา จำนวน 13 เล่ม 2) เครื่องมือ
เก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย (1) แบบบันทึกข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับผู้เรียน (2) แบบบันทึกข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนเป็นรายบุคคลและรายกลุ่ม (3) แบบประเมินการสอนของตนเอง
(4) แบบบันทึกหลังสอนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของตนเอง (5) แบบสังเกตพฤติกรรรมของนักเรียน (6) แบบสัมภาษณ์นักเรียน (7) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง หลักธรรม
ทางพระพุทธศาสนา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 60 ข้อ (8) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 15 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบบการวิเคราะห์เชิงพรรณนา และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ สถิติพื้นฐาน ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ และสถิติทดสอบสมมติฐาน ใช้สถิติ t-test (Dependent Sample)
ผลการศึกษา พบว่า
วงรอบที่ 1 การวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ปีการศึกษา 2551 ด้านข้อมูลพื้นฐานของนักเรียน สรุปได้ว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ปีการศึกษา 2551 จำนวน 18 คน จำแนกเป็นชาย 7 คน หญิง 11 คน ภูมิหลังทางครอบครัว
โดยส่วนรวม บิดา มารดา อยู่ร่วมกัน รองลงมา คือ บิดามารดาหย่าร้างกัน และบิดามารดาแยกกันอยู่ อาชีพของบิดามารดาส่วนใหญ่ ทำไร่ ทำนา และรับจ้างทั่วไป เมื่อพิจารณาพัฒนาการด้านต่าง ๆ พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่สุขภาพร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ สุขภาพจิตดี มีความสามารถพิเศษ
ด้านศิลปะ กีฬา และร้องเพลง แนวทางการพัฒนาการเรียนการสอน การพัฒนาคุณลักษณะ
ที่พึงประสงค์ของนักเรียนให้ยั่งยืน จัดหาสื่อให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าที่หลากหลาย จัดสอน
ซ่อมเสริมตามศักยภาพผู้เรียน จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมความสามัคคีในหมู่ ด้านคุณภาพการเรียนรู้ พบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีระดับผลการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระ เรียงลำดับจากมากไปหาน้อยดังนี้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ กลุ่มสาระ
การเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และกลุ่มสาระการเรียนคณิตศาสตร์ ตามลำดับ ความสามารถด้านการอ่าน การเขียน การคิดวิเคราะห์ พบว่า ผลการประเมินนักเรียนส่วนใหญ่ได้ระดับดี จำนวน 9 คน รองมาได้ระดับดีเยี่ยม จำนวน 7 คน และพอใช้ จำนวน 2 คน ตามลำดับ ข้อมูลสารสนเทศของนักเรียน จุดเด่นสุขภาพร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ สุขภาพจิตดี ร่าเริงแจ่มใส มีความสามารถทางด้านศิลปะ กีฬา และร้องเพลง จุดด้อย ทักษะการอ่าน การประพฤติ ปฏิบัติตนตามวัฒนธรรม ประเพณีที่ดีงาม
ของไทย จุดควรพัฒนา การพัฒนาทักษะการอ่านของนักเรียน โดยครูผู้สอนควรบูรณาการร่วมกับครูทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และบูรณาการในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แนวทางการพัฒนา คือ จัดหานวัตกรรม เช่น หนังสือส่งเสริมการอ่าน จัดโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมของนักเรียน ข้อมูลสารสนเทศของนักเรียนจำแนกตามกลุ่มความพร้อม พบว่า กลุ่มที่มีความพร้อมทุกด้าน จำนวน
5 คน คิดเป็นร้อยละ 27.78 กลุ่มที่มีความพร้อมปานกลาง จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 33.33 และกลุ่มที่ไม่มีความพร้อม จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 38.89
วงรอบที่ 2 การประเมินเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ จากการประเมินเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนชุมชนหนองยางวิทยาคม โดยผู้ศึกษาได้ประเมินการสอนของตนเอง บันทึกผลการสอน สังเกตพฤติกรรม พบว่านักเรียนมีความสนใจ
ในการเรียนรู้ ทุกคนมีส่วนร่วมในกิจกรรม ได้แสดงความคิดเห็น มุ่งมั่นในการทำแบบทดสอบ นักเรียนแสดงความดีใจเมื่อครูยกย่อง ชมเชย หรือมอบรางวัลเมื่อประสบผลสำเร็จ ครูมีการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ตามกระบวนการที่ชัดเจน และสามารถสอนได้ตามแผนที่วางไว้ มีสื่อการสอนที่ครบสมบูรณ์ น่าสนใจ การวัดผลประเมินผลสอดคล้องกันแผนการจัดการเรียนรู้ และเหมาะสมกับความสามารถของนักเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีความสนใจ และมุ่งมั่นในการเรียน และกิจกรรมส่งผลให้นักเรียนศึกษา ค้นคว้าด้วยตนเอง
วงรอบที่ 3 การศึกษารายกรณี ของ เด็กชายบุญนำ หมั่นเรียน สรุปได้ว่า มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ ขาดความรับผิดชอบในการเรียน การแก้ปัญหา ผู้ศึกษาใช้กลยุทธ์ ความรักจากเพื่อน ความรักจากครู และความรักจากผู้ปกครอง กลยุทธ์การสอนซ่อมเสริม และกลยุทธ์การส่งเสริมความสามารถพิเศษ จากการสังเกต สัมภาษณ์ และการบันทึกข้อมูลของผู้ศึกษา พบว่า บุญนำ มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ดีขึ้น สนใจในการเรียน มีความรับผิดชอบในงานที่ครูมอบหมาย ได้รับการยอมรับจากเพื่อนและครูผู้สอน ผลสัมฤทธิ์ทางเรียนในการทดสอบย่อย มีคะแนนสูงขึ้นเป็นที่น่าพอใจ
บุญนำมีผลงานด้านศิลปะ ปรากฏและได้รับรางวัลในระดับต่าง ๆ ส่งผลให้เขามีความมุ่งมั่น พยายาม ใช้เวลาว่างในการปฏิบัติงานศิลปะ และเล่นกีฬาฟุตบอลกับเพื่อน ๆ
วงรอบที่ 4 การพัฒนาการเรียนรู้โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านสร้างสรรค์คุณธรรม
ชุดคนดี-สังคมดี เรื่อง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ชั้นประถมศึกษาที่ 6 โรงเรียนชุมชน
หนองยางวิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 ปีการศึกษา 2551 สรุปผลการศึกษา ดังนี้ 1) หนังสือส่งเสริมการอ่านสร้างสรรค์คุณธรรม ชุด คนดี - สังคมดี เรื่อง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ชั้นประถมศึกษาที่ 6 ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน เท่ากับ 87.09/85.65 2) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยรูปแบบโยนิโสมนสิการโดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านสร้างสรรค์คุณธรรม ชุด คนดี - สังคมดี มีคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) หนังสือส่งเสริมการอ่านสร้างสรรค์คุณธรรม ชุด คนดี - สังคมดี ที่สร้างขึ้นมีค่าดัชนีประสิทธิผล เท่ากับ 0.7797
4) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านสร้างสรรค์คุณธรรม ชุด คนดี - สังคมดี เรื่อง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยส่วนรวมอยู่ในระดับพอใจมากที่สุด

โพสต์โดย นางเยาวเรศ พันธ์โนราช : [4 มี.ค. 2553]
อ่าน [987] ไอพี : 118.173.244.4
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม