ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การสร้างจุดเด่นของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

การเผยแพร่ในวงวิชาการ
ผลงานทางวิชาการ เรื่อง การสร้างจุดเด่นของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

นายมีศิลป์ ชินภักดี
ผู้อำนวยการโรงเรียนผดุงนารี จังหวัดมหาสารคาม

หัวใจสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
(แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2545) ซึ่งเป็นกฎหมายแม่บทในการจัดการศึกษาของชาติ คือการปฏิรูปการเรียนรู้โดยสาระสำคัญในการปฏิรูปการเรียนรู้ คือการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการเรียนรู้ของคนไทยทั้งชาติจากเดิมที่เน้นการถ่ายทอด ท่องจำและทำตามคำสั่งของครูหรือผู้อื่น โดยเน้นวิชาและเนื้อหาเป็นสำคัญ มาเน้นการ มีส่วนร่วมคิด ร่วมปฏิบัติของผู้เรียนเป็นสำคัญ การปฏิรูปการเรียนรู้ควรเริ่มจากโรงเรียนดำเนินการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ที่จัดการเรียนการสอน โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ในการดำเนินการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ โดยยึดหลักการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานที่ได้มีการพัฒนาตั้งแต่การปฏิรูประบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ทั้งภายในห้องเรียนและนอกห้องเรียน การจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ ให้ชุมชนและผู้เกี่ยวข้องได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกระบวนการเรียนรู้ ประเมินการเรียนรู้ตามสภาพจริงที่หลากหลาย มีการสร้างจุดเด่นให้กับสถานศึกษาเพื่อให้เป็นที่ยอมรับในวงวิชาการอย่างกว้างขวาง ตลอดจนปิดโอกาสให้ผู้ปกครองและชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาโดยสร้างจุดเด่น
ให้กับสถานศึกษา ตามสภาพบริบทของสถานศึกษา
ผู้เขียนได้เริ่มเข้าสู่สายงานบริหารสถานศึกษาครั้งแรก เมื่อปี 2533 ด้วยการดำรงตำแหน่งผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ ต่อมาได้ก้าวสู่ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดกลาง ขนาดใหญ่และขนาดใหญ่พิเศษ ทำให้มีแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างจุดเด่นให้กับสถานศึกษาอยู่ในจิตสำนึกของการบริหารสถานศึกษาของผู้เขียนตลอดมา ด้วยความเชื่อว่าหากสถานศึกษา มีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับในวงวิชาการแล้ว หลายสิ่งหลายอย่างก็จะตามมา มีความคาดหวังว่าหากสถานศึกษามีความเจริญมีความดีงามที่เป็นแบบอย่างในแต่ละเรื่องได้ สังคมให้การยอมรับว่าเป็นโรงเรียนยอดนิยมแล้ว ก็จะเกิดการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนทั้งโรงเรียน
เริ่มเป็นครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ ในสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาขนาดเล็กและขนาดกลาง
ผู้เขียนเป็นครูใหญ่ ครั้งแรกเมื่อปี 2534 ต่อมาเลื่อนตำแหน่งเป็นอาจารย์ใหญ่ ที่โรงเรียนมิตรภาพ อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม เป็นโรงเรียนที่ผู้เขียนต้องบุกเบิกแทบทุกด้าน นำความคิดในการผลักดันให้เด็กที่ต้องมาเข้าเรียนในโรงเรียนที่ยังไม่พร้อมเช่นนี้ด้วยสาเหตุใดก็ตามต้องไม่เป็นเด็กที่ด้อยกว่าเด็กในเมือง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาคารสถานที่ สภาพแวดล้อม อุปกรณ์การเรียน โรงเรียนแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณที่ไม่มีรถยนต์โดยสารวิ่งผ่าน หน้าโรงเรียน นักเรียนทุกคนต้องใช้หลายๆ วิธีการในการเดินทางมาเรียน เช่น การเดินเท้า รถจักรยาน รถจักรยานยนต์ ในฤดูฝนนักเรียนจะประสบปัญหายากลำบากในการมาโรงเรียน ผู้เขียนจึงคิดแก้ปัญหาเรื่องนี้ โดยการจัดรถยนต์ รับ-ส่ง โดยใช้เงินจากการระดมทรัพยากรจากบุคคลองค์กรต่าง ๆ พัฒนารูปแบบวิธีการเรื่อยมาเป็นเวลา 8 ปีเศษ ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขจนหมดสิ้น สมัยนั้นโรงเรียนไม่ได้รับเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานที่จะมาจ่ายเป็นค่าพาหนะให้กับนักเรียนได้ ผู้เขียนเป็นผู้บริหารสถานศึกษาในลำดับต้น ๆ ที่ได้ทำเรื่องหารือไปกองคลัง กรมสามัญศึกษา ว่าสามารถใช้เงินอุดหนุนบำรุงการศึกษาจ่ายเป็นค่าพาหนะให้กับนักเรียนได้ ก็ผ่อนคลายการระดมทรัพยากรลงมาอีกระดับหนึ่ง ทำให้มีเวลาไปพัฒนาด้านอื่น ๆ ไปพร้อมๆ กัน
บทสรุป จุดเด่นของโรงเรียนมิตรภาพ คือ เป็นโรงเรียนที่มีระบบการจัดรถยนต์ รับ-ส่งนักเรียนที่มีประสิทธิภาพ โดยผู้ปกครองไม่มีค่าใช้จ่าย
ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาขนาดใหญ่
เป็นเวลา 8 ปีเศษ ที่ผู้เขียนสั่งสมประสบการณ์ในการบริหารโรงเรียนขนาดเล็กที่ขาดแคลนทุก ๆ ด้าน จากนั้นได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบรบือ อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคามซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ มีนักเรียนประมาณ 2,200 คน ครู 80 คน เรียกว่าย้ายไปใหญ่ขึ้นกว่าเดิม จะเรียกว่าเติบโต ก้าวหน้า ขึ้นก็ว่าได้ การย้ายไป ณ สถานที่แห่งใหม่นี้ ผู้เขียนมีฐานทางสังคม มีพรรคพวกที่เป็นผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่นที่สามารถให้การสนับสนุนส่งเสริมโรงเรียนทุก ๆ ด้าน ผู้เขียนใช้เวลา 3 ปีการศึกษาต่อเนื่อง(ปีการศึกษา 2540-2543) ในการจัดส่งโรงเรียนเข้ารับการประเมินโรงเรียนเพื่อรับรางวัลพระราชทาน ประสบความสำเร็จในปีที่ 3 โรงเรียนบรบือได้รางวัลพระราชทาน ระดับมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำอำเภอแห่งแรกที่ได้รับรางวัลพระราชทานประเภทโรงเรียนขนาดใหญ่
บทสรุป จุดเด่น ของโรงเรียนบรบือ คือ เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำอำเภอ ที่ได้รับรางวัลพระราชทาน ประเภทขนาดใหญ่ โดยทั่วไปโรงเรียนขนาดใหญ่จะมีเฉพาะโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัดเท่านั้นที่ได้รับพระราชทานรางวัล
ไปบริหารสถานศึกษาขนาดใหญ่แห่งที่สอง
ผู้เขียนดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบรบือนานถึง 7 ปี จึงได้ย้ายไปเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนโกสุมวิทยาสรรค์ อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ช่วงที่อยู่โรงเรียนบรบือ ได้จัดส่งโรงเรียน ส่งนักเรียน เข้าร่วมการประกวดการแข่งขันทักษะทางวิชาการและวิชาชีพ ที่จัดโดยหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่องมากมายมาโดยตลอด ทำให้ผู้เขียนมีต้นทุนทางสังคมพอสมควร ไม่คิดว่าจะได้ย้าย กำลังสนุกอยู่กับประกวดแข่งขัน ในปีการศึกษา 2547 คิดว่าจะส่งวงโยธวาทิตของโรงเรียนบรบือ เข้าร่วมประกวดในระดับประทศ แต่ผู้เขียนได้ย้ายก่อน โครงการนี้จึงระงับไป เมื่อย้ายไปโรงเรียนโกสุมวิทยาสรรค์ ที่เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ และใหญ่กว่าโรงเรียนบรบือ คือมีนักเรียนเกือบ 2,500 คน มีครู 111 คน โรงเรียนโกสุมวิทยาสรรค์มีความพร้อมพอสมควร ถ้าลงมือ ทำอีกไม่มาก คงสร้างจุดเด่นได้ ก็เลยนำความคิดเรื่องการประกวด วงโยธวาทิตไปเล่าสู่เพื่อนร่วมงานฟัง ได้รับการขานรับด้วยดี ในที่สุด ปี 2549 ได้ส่งวงโยธวาทิตเข้าร่วมประกวดวงโยธวาทิตนักเรียน นักศึกษา ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย และชิงถ้วยพระราชทาน ครั้งที่ 25 วงโยธวาทิตโรงเรียนโกสุมวิทยาสรรค์ ได้รับรางวัลระดับความสามารถ เหรียญทอง ประเภท ค ต่อมาปี 2550 ก็จัดส่งวงดนตรีลูกทุ่งของโรงเรียนโกสุมวิทยาสรรค์ ไปร่วมประกวดทั้งในเวทีภาครัฐ ภาคเอกชนประสบความสำเร็จได้รับมากมาย และรางวัลที่ส่งผลให้เป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศคือ รางวัลรองชนะเลิศฤดูหนาวของรายการชิงช้าสวรรค์คอนเทสต์ ที่ออกอากาศทางช่อง 9 อ.ส.ม.ท.
บทสรุป จุดเด่นของโรงเรียนโกสุมวิทยาสรรค์ คือ เป็นโรงเรียนที่มีวงโยธวาทิต และวงดนตรีลูกทุ่งที่มีชื่อเสียงได้รับรางวัลระดับประเทศ
ก้าวสู่ผู้บริหารสถานศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ
สิ้นปี พ.ศ. 2550 ผู้เขียนได้รับคำสั่งให้ย้ายไปดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนผดุงนารี อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนประจำจังหวัดที่เก่าแก่ มีชื่อเสียง เป็นโรงเรียนยอดนิยม นักเรียนประมาณ 3,000 คน ครู 160 คน
ผู้เขียนได้เข้ามาพักอาศัยในบ้านพักครู ทำตนเหมือนคนโสด ซึ่งก็มีข้อดีตรงที่ได้อยู่ในบริเวณโรงเรียนตลอด 24 ชั่วโมง เห็นการทำงานของ ยาม นักการภารโรง ที่จัดการกับพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละคนตั้งแต่เวลา 05.00 น. ทุกวัน บริบทของโรงเรียนผดุงนารีแตกต่างจากโรงเรียนที่ผู้เขียนเคยได้บริหารมาอย่างสิ้นเชิง ที่นี่ได้รับการยอมรับจากผู้ปกครองให้เป็นโรงเรียนยอดนิยม มีนักเรียนมาสมัคร
เข้าเรียนในชั้น ม. 1 มากที่สุดในจังหวัดมหาสารคาม
การบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาศึกษาขนาดใหญ่พิเศษที่มีเกียรติประวัติยาวนานนั้น ชื่อเสียงของโรงเรียนและศิษย์เก่า ตลอดจนครูและผู้บริหารเก่า ย่อมเสริมบารมีให้โรงเรียนได้เสมอ ผู้เขียนได้พยายามทุ่มเท สร้างความรักความผูกพันด้วยการให้เกียรติให้กำลังใจต่อกันจนส่งผลดีต่อการระดมทรัพยากรพัฒนาโรงเรียนได้อย่างดียิ่ง ในภาคเรียนที่ 1/2551 ผู้เขียนระดมทรัพยากรก่อสร้างโรงอาหารได้จำนวน 2 หลัง ให้บริการนักเรียนได้อย่างเพียงพอ โดยไม่ต้องหวังพึ่งงบประมาณจากทางราชการ ทำให้ประหยัดเงินภาษีอากรของประเทศชาติได้มากถึง 5 ล้านบาท


บทสรุป จุดเด่นของโรงเรียนผดุงนารี คือ เป็นโรงเรียนที่มีการจัดการการระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิธีดำเนินการสร้างจุดเด่นของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
การสร้างจุดเด่นของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ทำได้หลากหลายวิธีการ ขึ้นอยู่กับบริบทของสถานศึกษา วิสัยทัศน์ เป้าหมายการพัฒนาสถานศึกษา ทั้งนี้มีปัจจัยแห่งความสำเร็จ คือ วิธีการดำเนินงานของผู้บริหาร

โพสต์โดย Administrator : [22 ต.ค. 2551]
อ่าน [1580] ไอพี : 114.128.23.238
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม