ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• ขออนุญาติเผยแพร่ผลงาน

ชื่อเรื่อง รายงานการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นทักษะ / กระบวนการทางคณิตศาสตร์
ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัตติวิสต์ เรื่อง การบวก การลบ การคูณทศนิยม
สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
สังกัด โรงเรียนบ้านหนองโกบวรวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น เขต 3
ผู้วิจัย นางสาวมัณฑนา สว่าง

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นทักษะ / กระบวนการ
ทางคณิตศาสตร์ ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง การบวก การลบ การคูณทศนิยม สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และ 2) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ให้นักเรียน
มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยร้อยละ 70 และนักเรียนจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ตั้งแต่ร้อยละ 70 ขึ้นไป
กลุ่มเป้าหมาย เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองโกบวรวิทยา อำเภอ
แวงน้อย จังหวัดขอนแก่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น เขต 3 ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550 จำนวน 18 คน รูปแบบการวิจัยใช้ระเบียบการวิจัยเชิงปฏิบัติการ มีวงจรการปฏิบัติ 3 วงจร เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองปฏิบัติการ ได้แก่ ที่เน้นทักษะ / กระบวนการทางคณิตศาสตร์ ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัตติวิสต์ เรื่อง การบวก การลบ การคูณทศนิยม สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น จำนวน 15 แผน ในแต่ละแผนใช้เวลา 1 ชั่วโมง 2) เครื่องมือที่ใช้ในการสะท้อนผลการปฏิบัติ
ได้แก่ แบบสังเกตพฤติกรรมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูผู้สอน แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียน แบบบันทึกการสะท้อนผลการใช้แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ บัตรกิจกรรม แบบฝึกทักษะ
แบบสัมภาษณ์นักเรียน แบบทดสอบท้ายวงจร 3) เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินประสิทธิภาพการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ ได้แก่ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก การลบ การคูณทศนิยม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นแบบปรนัย ชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูลจากทุกแผนการจัดการเรียนรู้ ด้วยเครื่องมือที่ใช้ในการสะท้อนผลการปฏิบัติ เมื่อสิ้นสุดแต่ละวงจรให้นักเรียนทำแบบทดสอบท้ายวงจร และทำการสะท้อนผลการปฏิบัติ แล้วนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์อภิปราย เพื่อปรับปรุงกิจกรรมการเรียนรู้ในแต่ละวงจรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และปรับปรุงเพื่อใช้ในวงจรต่อไป การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสรุปเป็นความเรียง

ผลการวิจัย พบว่า
1. การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นทักษะ / กระบวนการทางคณิตศาสตร์ ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง การบวก การลบ การคูณทศนิยม สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษา
ปีที่ 6 เป็นการจัดกิจกรรมที่มีเป้าหมายให้นักเรียนสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง จากสถานการณ์ปัญหาที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับประสบการณ์ของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนได้เกิดความเข้าใจในมโนมติของเรื่องที่เรียน รวมทั้งการพัฒนาทักษะ / กระบวนการทางคณิตศาสตร์ ได้แก่ ทักษะการแก้ปัญหา ทักษะการให้เหตุผล ทักษะการสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์และการนำเสนอ การเชื่อมโยง และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ โดยให้นักเรียนได้เรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาด้วยตนเองด้วยวิธีการที่หลากหลายจากสื่อต่าง ๆ นักเรียนได้ร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ได้ใช้ภาษาในการสื่อสารทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน รวมทั้งการเขียนแผนภาพที่นักเรียนนำเสนอ รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วยกิจกรรม 4 ขั้นตอน คือ 1) ขั้นนำ เป็นขั้นที่เตรียมความพร้อมให้กับนักเรียน โดยการทบทวนความรู้เดิมเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนได้ระลึกถึงความรู้พื้นฐานเดิมมาใช้ในการเชื่อมโยงสู่ความรู้ใหม่ และให้นักเรียนทราบจุดประสงค์การเรียนรู้ในแต่ละชั่วโมง 2) ขั้นพัฒนาทักษะ / กระบวนการ เป็นขั้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่นักเรียนได้คิด ได้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ซึ่งนักเรียนจะปฏิบัติกิจกรรมดังนี้ คือ นักเรียนเผชิญสถานการณ์ปัญหาและแก้ปัญหาเป็นรายบุคคล โดยจะแก้ปัญหาด้วยตนเองอย่างอิสระ หลังจากนั้นนักเรียนจะทำการไตร่ตรองระดับกลุ่ม โดยนักเรียนจะเข้ากลุ่มย่อย เพื่ออภิปรายแสดงความคิดเห็นการแก้ปัญหาของตนเองต่อกลุ่ม ทุกคนในกลุ่มจะมีการปรึกษาหารือกัน ร่วมกันอภิปรายถึงความเป็นไปได้และความเหมาะสม แล้วร่วมกันเลือกเป็นวิธีการของกลุ่ม และบันทึกผลลงในบัตรกิจกรรมรายกลุ่ม จากนั้นนักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาต่อทั้งชั้น นักเรียนทั้งชั้นจะร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็น เพื่อเลือกวิธีการที่ดีที่สุดและมีความเหมาะสมที่สุด 3) ขั้นสรุป เป็นขั้นที่นักเรียนจะร่วมกันสรุปมโนมติ
หลักการ แนวคิด และวิธีการแก้ปัญหาในเรื่องที่เรียน และครูช่วยเสริมแนวคิด หลักการ ความคิดรวบยอด และกระบวนการแก้ปัญหาให้ชัดเจน 4.) ขั้นฝึกทักษะและการนำไปใช้ เป็นการให้นักเรียนฝึกทักษะและนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ต่าง ๆ จาก บัตรกิจกรรม แบบฝึกทักษะ และแบบทดสอบ ที่ครูสร้างขึ้น โดยเนื้อหามีความสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกแก้ปัญหาและพัฒนาทักษะ / กระบวนการทางคณิตศาสตร์ด้วยตนเอง 5.) การวัดผลและประเมินผล เป็นการประเมินความรู้ของนักเรียน จากการทำแบบฝึกทักษะ การทำแบบฝึกหัด และการทำแบบทดสอบ ในบทเรียนว่านักเรียนมีความรู้ความสามารถผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้หรือไม่
2. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เฉลี่ยร้อยละ 85.55 และนักเรียนจำนวน ร้อยละ 94.44 ของนักเรียนทั้งหมดมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ตั้งแต่ร้อยละ 70 ขึ้นไป

โพสต์โดย มัณฑนา สว่าง : [16 ต.ค. 2551]
อ่าน [1178] ไอพี : 222.123.13.159
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม