ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการ โดยยึดหลักการทำงานเป็นทีม

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยยึดหลักการทำงานเป็นทีม โรงเรียนเทศบาล 1 โพศรี สำนักการศึกษา เทศบาลนครอุดรธานี และดำเนินการวิจัย มี 4 ขั้นตอน ดังนี้ 1) การศึกษาองค์ประกอบของรูปแบบการบริหารงานวิชาการ โดยยึดหลักการทำงานเป็นทีม โรงเรียนเทศบาล 1 โพศรี สำนักการศึกษา เทศบาลนครอุดรธานี แหล่งข้อมูลได้แก่ เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและจากการสัมภาษณ์ ผู้อำนวยการ/รองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา ศึกษานิเทศก์ ผู้อำนวยการสถานศึกษา/รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ หัวหน้างานวิชาการ ครูที่ปฏิบัติหน้าที่งานวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 19 คน 2) การสร้างรูปแบบการบริหารงานวิชาการ โดยยึดหลักการทำงานเป็นทีม โรงเรียนเทศบาล 1 โพศรี สำนักการศึกษา เทศบาลนครอุดรธานี โดยการตรวจสอบความเหมาะสมและความเป็นไปได้ แหล่งข้อมูลได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญ 5 คน ผู้บริหารและครูวิชาการ 24 คน 3) การทดลองใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการ โดยยึดหลักการทำงานเป็นทีมโรงเรียนเทศบาล 1 โพศรี สำนักการศึกษา เทศบาลนครอุดรธานี แหล่งข้อมูลได้แก่ นักเรียน จำนวน 412 คน ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 412 คน คณะกรรมการสถานศึกษา จำนวน 15 คน บุคลากร จำนวน 43 คน เครื่องมือที่ใช้ คือ รูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยยึดหลักการทำงานเป็นทีมโรงเรียนเทศบาล 1 โพศรี สำนักการศึกษา เทศบาลนครอุดรธานี PUKDEE MODEL และคู่มือประกอบการดำเนินการตามรูปแบบฯ 2) เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล 11 ฉบับ คือ 1) แบบสัมภาษณ์ 7 ฉบับ 2) แบบสอบถาม 2 ฉบับ 3) แบบบันทึก 1 ฉบับ และ 4) แบบสังเกต 1 ฉบับ ตรวจสอบความเที่ยงตรงของเนื้อหา (Content Validity) โดยหาค่าความสอดคล้องระหว่างข้อสอบแต่ละข้อกับจุดประสงค์หรือเนื้อหา (Item Objective Congruence Index หรือ IOC) อยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้ คือ มากกว่า 0.5 ขึ้นไป และได้ค่าอัลฟาทั้งฉบับอยู่ระหว่าง 0.709 – 0.965 สถิติที่ใช้ในการศึกษา คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 4) การประเมินทดลองใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการ โดยยึดหลักการทำงานเป็นทีม โรงเรียนเทศบาล 1 โพศรี สำนักการศึกษา เทศบาลนครอุดรธานี ประเมินความพึงพอใจ ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะของผู้มีส่วนได้เสียกับการจัดการศึกษาของโรงเรียน แหล่งข้อมูลได้แก่ ผู้บริหาร จำนวน 3 คน ครูผู้สอน จำนวน 40 คน คณะกรรมการสถานศึกษา จำนวน 15 คน ผู้ปกครอง จำนวน 412 คน และนักเรียน จำนวน 412 คน

ผลการวิจัย พบว่า

1. องค์ประกอบของรูปแบบการบริหารงานวิชาการ โดยยึดหลักการทำงานเป็นทีม โรงเรียนเทศบาล 1 โพศรี สำนักการศึกษา เทศบาลนครอุดรธานี ที่ได้จากการวิเคราะห์เอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และการสัมภาษณ์โดยการสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับเขตพื้นที่ ผู้อำนวยการ สำนักการศึกษา ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้างานวิชาการ ครู และผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 19 คน มี 6 ขั้นตอนคือ ขั้นตอนที่ 1 Planning : P ขั้นการวางแผน ขั้นตอนที่ 2 Undertaking : U ขั้นการดำเนินการ ขั้นตอนที่ 3 Knowledge : K ขั้นการพัฒนาโดยการให้ความรู้ ขั้นตอนที่ 4 Design And Development : D ขั้นการออกแบบและพัฒนากิจกรรม ขั้นตอนที่ 5 Enhancement : E ขั้นการส่งเสริม เพิ่มประสิทธิภาพ ขั้นตอนที่ 6 Evaluation : E ขั้นประเมินผล เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

2. รูปแบบการบริหารงานวิชาการ โดยยึดหลักการทำงานเป็นทีมโรงเรียนเทศบาล 1 โพศรี สำนักการศึกษา เทศบาลนครอุดรธานี ที่สร้างขึ้นที่มีชื่อเรียกว่า PUKDEE MODEL ประกอบด้วยองค์ประกอบ 6 ขั้นตอนได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 Planning : P ขั้นการวางแผน ขั้นตอนที่ 2 Undertaking : U ขั้นการดำเนินการ ขั้นตอนที่ 3 Knowledge : K ขั้นการพัฒนาโดยการให้ความรู้ ขั้นตอนที่ 4 Design And Development : D ขั้นการออกแบบและพัฒนากิจกรรม ขั้นตอนที่ 5 Enhancement : E ขั้นการส่งเสริม เพิ่มประสิทธิภาพ ขั้นตอนที่ 6 Evaluation : E ขั้นประเมินผล เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน รายละเอียดปรากฏในคู่มือการดำเนินการ ซึ่งผลการประเมินพบว่ามีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก

3. ผลการดำเนินการทดลองใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการ โดยยึดหลักการทำงานเป็นทีมโรงเรียนเทศบาล 1 โพศรี สำนักการศึกษา เทศบาลนครอุดรธานี อยู่ในระดับมาก โดยมีผลการดำเนินงานรายด้าน ดังนี้ 1) ด้านการจัดกระบวนการเรียนรู้ อยู่ในระดับมาก 2) ด้านสื่อการเรียนการสอนและแหล่งเรียนรู้ มีการพัฒนาการใช้สื่อการเรียนการสอนและแหล่งเรียนรู้เพื่อการปฏิรูปการเรียนรู้ของโรงเรียน อยู่ในระดับมาก 3) ด้านการประเมินผลการเรียนรู้ ผลปรากฏว่าครูทำการประเมินผลตามแนวปฏิรูปการเรียนรู้ อยู่ในระดับมาก 4) ด้านการสร้างและการพัฒนาหลักสูตร มีการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาให้เหมาะสมกับความต้องการของสังคมและท้องถิ่น สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน อยู่ในระดับมาก 5) ด้านการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา โรงเรียนได้สร้างความสัมพันธ์กับชุมชน โดยชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของโรงเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด 6) ด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้มีการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ในโรงเรียน อยู่ในระดับมาก 7) ด้านการพัฒนาบุคลากร มีการพัฒนาครูผู้สอนหลายรูปแบบ หลายวิธีการและต่อเนื่อง อยู่ในระดับมาก

4. ผลการศึกษาความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้เสียกับการจัดการศึกษาของโรงเรียน พบว่ามีความพึงพอใจต่อการบริหารงานวิชาการ โดยยึดหลักการเป็นทีม โดยใช้รูปแบบการบริหารวิชาการโดยยึดหลักการทำงานเป็นทีม โรงเรียนเทศบาล 1 โพศรี สำนักการศึกษา เทศบาลนครอุดรธานี รวม 7 ด้าน เฉลี่ยอยู่ในระดับมาก

โพสต์โดย OarKa : [3 ก.พ. 2563 เวลา 06:21 น.]
อ่าน [156] ไอพี : 14.207.139.223
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Antivirus
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ