ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ตามแนวคิดอินเตอร์แอกทีฟคอน

สตรักติวิสต์ร่วมกับการกำกับตนเองเพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณและความ

ใฝ่รู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

ชื่อผู้วิจัย จุฑารัตน์ ประพฤติตรง

ปีที่ทำวิจัย 2561

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ตามแนวคิดอินเตอร์แอกทีฟคอนสตรักติวิสต์ร่วมกับการกำกับตนเองเพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณและความใฝ่รู้ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 2) พัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ตามแนวคิดอินเตอร์แอกทีฟคอนสตรักติวิสต์ร่วมกับการกำกับตนเองเพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณและความใฝ่รู้ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/ 80 3) ทดลองใช้และศึกษาผลการใช้รูปแบบการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ตามแนวคิดอินเตอร์แอกทีฟคอนสตรักติวิสต์ร่วมกับการกำกับตนเองเพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณและความใฝ่รู้ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 4) ประเมินผลรูปแบบการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ตามแนวคิดอินเตอร์แอกทีฟคอนสตรักติวิสต์ร่วมกับการกำกับตนเองเพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และความใฝ่รู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) โดยกำหนดรูปแบบการทดลอง One-Group Pre-test Post-test Design กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนมัธยมเทศบาลวัดท่าแพ จำนวน 32 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่ายโดยวิธีการจับฉลาก (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 5 แผน เวลา 18 ชั่วโมง 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบปรนัย 5 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ มีค่าความยากง่าย (p) ตั้งแต่ 0.53 – 0.60 มีค่าอำนาจจำแนก (r) ตั้งแต่ 0.35 – 0.89 และมีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.84 3) แบบวัดการคิดอย่างมีวิจารณญาณ มีค่าความเชื่อมั่น (สัมประสิทธิ์แอลฟา) เท่ากับ 0.89 4) แบบวัดความใฝ่รู้ จำนวน 3 ฉบับ มีค่าความเชื่อมั่น (สัมประสิทธิ์แอลฟา) เท่ากับ .74 , .73 และ .90 5) และแบบสอบถามความพึงพอใจ มีลักษณะเป็นมาตราประเมินค่า 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่น (สัมประสิทธิ์แอลฟา) เท่ากับ .71 วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย ร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าที ชนิด Dependent Samples และการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัยพบว่า

1) ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ตามแนวคิดอินเตอร์แอกทีฟคอนสตรักติวิสต์ร่วมกับการกำกับตนเองเพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณและความใฝ่รู้ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากการสัมภาษณ์ครูผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์ การศึกษาวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง สรุปได้ว่า การจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ ยังไม่สามารถฝึกฝนให้นักเรียนคิดอย่างมีวิจารณญาณ นักเรียนไม่สามารถการพิจารณาไตร่ตรองข้อมูลหลักฐานต่างๆ ด้วยตนเองอย่างมีเหตุผลจนนำไปสู่การสร้างความรู้ใหม่และอธิบายความรู้ใหม่ได้ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การโต้แย้งทางความคิดบนพื้นฐานของหลักการ และเหตุผลยังมีน้อย นักเรียนขาดความใฝ่รู้ ไม่ค่อยสนใจติดตามสถานการณ์ ข่าวสารบ้านเมือง และข่าวสารรอบโลก ครูมุ่งสอนแต่เนื้อหาวิชาเป็นหลัก ใช้เทคนิคการสอนที่ไม่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะกระบวนการคิด การค้นคว้าหาความรู้ การแก้ปัญหา ทำให้บรรยากาศในห้องเรียนเกิดความน่าเบื่อหน่าย ส่งผลให้ผู้เรียนไม่เข้าใจและไม่เห็นความสำคัญของการเรียนรู้

2) รูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้นมีชื่อเรียกว่า ไออีอาร์อีเอส (IERES Model) ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นกระตุ้นความคิด (inspiring) ขั้นสืบสอบรอบตัว (Exploring) ขั้นสะท้อนความคิด (Reflective thinking) ขั้นตกผลึกความคิด (Enlightening) ขั้นประเมินตนเอง(Self-Evaluating) มีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.38/83.14 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (80/80)

3) ผลการทดลองใช้รูปแบบการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ตามแนวคิดอินเตอร์แอกทีฟคอนสตรักติวิสต์ร่วมกับการกำกับตนเองเพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณและความใฝ่รู้ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ปรากฏผลดังนี้

3.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนด้วยของรูปแบบการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ตามแนวคิดอินเตอร์แอกทีฟคอนสตรักติวิสต์ร่วมกับการกำกับตนเองเพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณและความใฝ่รู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

3.2 คะแนนเฉลี่ยด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ตามแนวคิดอินเตอร์แอกทีฟคอนสตรักติวิสต์ร่วมกับการกำกับตนเองเพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณและความใฝ่รู้ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

3.3 คะแนนเฉลี่ยด้านความใฝ่รู้ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ตามแนวคิดอินเตอร์แอกทีฟคอนสตรักติวิสต์ร่วมกับการกำกับตนเองเพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณและความใฝ่รู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

4) ผลการประเมินรูปแบบการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ตามแนวคิดอินเตอร์แอกทีฟคอนสตรักติวิสต์ร่วมกับการกำกับตนเองเพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และความใฝ่รู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 พบว่า ความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น โดยภาพรวมมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด

โพสต์โดย แอ๋ม : [6 ส.ค. 2562 เวลา 20:28 น.]
อ่าน [86] ไอพี : 171.6.234.29
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
การเลี้ยงแมว
สมัครงานอย่างมืออาชีพ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์กับอุปกรณ์เพิ่มความสะดวกสบายอย่าง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ้กและอีกมากมาย การรันตีสินค้าได้มาตราฐาน
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ