ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน โดยประยุกต์ใช้แนวคิดการบริหารแบบมีส่วนร่วม ร่วมกับกระบวนการนิเทศ แบบ 360 องศา โรงเร

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน

โดยประยุกต์ใช้แนวคิดการบริหารแบบมีส่วนร่วม ร่วมกับกระบวนการนิเทศ

แบบ 360 องศา โรงเรียนวัดพญาปันแดน ปีการศึกษา 2560

ผู้วิจัย นางณัฏฐา อุ่นแก้ว ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนวัดพญาปันแดน

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1 ตำบลพญาแมน

อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์

คำสำคัญ การบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน,

การบริหารแบบมีส่วนร่วม, กระบวนการนิเทศแบบ 360 องศา

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน โดยประยุกต์ใช้แนวคิดการบริหารแบบมีส่วนร่วม ร่วมกับกระบวนการนิเทศแบบ 360 องศา โรงเรียนวัดพญาปันแดน ปีการศึกษา 2560 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เฉพาะ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา ความต้องการและแนวทางในการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนฯ 2) เพื่อสร้างรูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนฯ 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนฯ 4) เพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนฯ ผลการวิจัย พบว่า

1. ผลการศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา ความต้องการและแนวทางในการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน โดยประยุกต์ใช้แนวคิดการบริหารแบบมีส่วนร่วม ร่วมกับกระบวนการนิเทศแบบ 360 องศา โรงเรียนวัดพญาปันแดน ปีการศึกษา 2560พบว่า

1.1 จากการศึกษาสภาพปัญหาและแนวทางการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน จากการสังเคราะห์เอกสาร พบว่า โรงเรียนวัดพญาปันแดน มีจุดแข็ง คือบุคลากรอุทิศตน เสียสละเพื่อประโยชน์ทางราชการ มีวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีม รักและสามัคคีกัน จุดอ่อน คือ บุคลากรมีวุฒิการศึกษาไม่ตรงกับภาระงานที่สอน ขาดความรู้ในการใช้เทคโนโลยี โรงเรียนไม่มีระบบการนิเทศติดตาม ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำกว่าเป้าหมาย และผลการทดสอบระดับชาติต่ำกว่าระดับประเทศ โอกาส คือ ผู้ปกครองมีการศึกษาในระดับดี ชุมชนให้ความร่วมมือดี มีการระดมทุนและทรัพยากรช่วยเหลือโรงเรียนสม่ำเสมอ มีวัฒนธรรมการดำเนินชีวิตตามความพอเพียง มีปราชญ์ชาวบ้านที่มีจิตอาสาเข้ามาเป็นวิทยากรโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย อุปสรรค คือ เนื่องจากเป็นชุมชนขนาดเล็ก มีระยะห่างจากชุมชนอื่นไม่มากนัก ทำให้โรงเรียนขยายได้ไม่มากเท่าที่ควร จำนวนประชากรวัยเรียนน้อย งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจึงมีจำกัดตามรายหัวนักเรียน ทำให้การบริหารงบประมาณยังไม่เป็นไปตามแผนงาน เนื่องจากงบมีน้อยต้องมีการปรับ/ยืดหยุ่นตามความจำเป็น และจากการศึกษาแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา โรงเรียนกำหนดวิสัยทัศน์ในการพัฒนา กล่าวคือ “โรงเรียนวัดพญาปันแดนจัดการศึกษามุ่งพัฒนาผู้เรียนสู่คุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานการศึกษาชาติ ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ” โดยกำหนดเป้าหมายการพัฒนา ดังนี้ 1) ผู้เรียนระดับปฐมวัยและระดับประถมศึกษา มีสุขภาพกาย สุขภาพจิตดี มีคุณธรรมจริยธรรม ตามค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีวิถีชีวิตประชาธิปไตยและความเป็นพลเมืองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2) ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็น และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยเฉลี่ยทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ 3) โรงเรียนพัฒนาคุณภาพการศึกษาบรรลุตามปรัชญา และวิสัยทัศน์ของสถานศึกษา 4) โรงเรียนบริหารจัดการศึกษาด้านบริหารวิชาการ ด้านบริหารบุคคล ด้านบริหารงบประมาณและด้านบริหารทั่วไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ 5) ครูและบุคลากรสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 6) โรงเรียนมีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพและถือว่าการประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษา นักเรียนและผู้ปกครองมีความพึงพอใจ

1.2 จากการสอบถามสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการในการพัฒนารูปแบบ การบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน พบว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษา โรงเรียนวัดพญาปันแดน ประกอบด้วย ครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองและชุมชน เห็นว่าสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการในการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ข้อที่มีสภาพปัญหามากที่สุด ได้แก่ นักเรียนมีผลการทดสอบระดับชาติ ต่ำกว่าระดับประเทศ รองลงมา ได้แก่ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ต่ำกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด และการนิเทศ กำกับติดตาม ไม่ต่อเนื่องจริงจัง

1.3 จากการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน ผู้ทรงคุณวุฒิมีความเห็นว่า คุณภาพผู้เรียน เป็นหัวใจสำคัญในการจัดการศึกษา และเป็นเป้าหมายหลักที่เกิดจากการบริหารจัดการสถานศึกษา ทั้งนี้ คุณภาพที่กล่าวถึง ไม่ควรมองแค่ในส่วนของผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการเท่านั้น ควรให้ความสำคัญกับคุณลักษณะของผู้เรียนควบคู่กันไป เนื่องจากการเป็นคนที่สมบูรณ์นั้น นอกจากจะเก่งทางวิชาการแล้วจะต้องแกร่ง ในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมอีกด้วย ซึ่งปัจจัยที่จะส่งผลกับคุณภาพของผู้เรียนนั้น คือ การบริหารจัดการของผู้บริหาร และการจัดการเรียนการสอนของครู ทั้งสองปัจจัยนี้จะต้องขับเคลื่อนไปในแนวทางเดียวกัน ดังนั้นจึงต้องมีเครื่องมือที่จะบริหารจัดการให้เกิดสัมฤทธิผล จากการวิเคราะห์สภาวะบริบทของโรงเรียนนั้น พบว่า จุดอ่อนที่สำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนคือ การจัดการเรียนการสอนของครู ครูสอนไม่ตรงวิชาเอกไม่มีความถนัด ขาดการนิเทศกำกับติดตามอย่างต่อเนื่องและจริงจัง การมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการยังน้อย ทั้งๆ ที่โรงเรียนมีจุดแข็งและโอกาส คือ ครูมีความมุ่งมั่นทุ่มเท รักองค์กรและมีความเสียสละ สภาพชุมชนค่อนข้างดี ผู้ปกครอง มีการศึกษาและสภาพความเป็นอยู่ดี แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการให้การสนับสนุนในการ จัดการศึกษาของโรงเรียน ดังนั้น ผู้ทรงคุณวุฒิจึงเสนอแนวทางในการบริหารจัดการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ ดังนี้

1) ให้ความสำคัญ และระดมความร่วมมือจากผู้เกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภูมิปัญญาท้องถิ่น เข้ามาสนับสนุนการจัดการศึกษา

2) สร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานของครู ส่งเสริมให้ครูเข้ารับการพัฒนาตนเอง ให้มีความรู้ความสามารถในวิชาที่รับผิดชอบ

3) มีการทำงานร่วมกัน พูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในทีมเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน

4) ยอมรับสภาพปัจจุบันของโรงเรียน วัดและประเมินผลตามสภาพที่แท้จริงเพื่อวางแผนพัฒนา

2. ผลการสร้างรูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน โดยประยุกต์ใช้แนวคิดการบริหารแบบมีส่วนร่วม ร่วมกับกระบวนการนิเทศแบบ 360 องศา โรงเรียนวัดพญาปันแดน ปีการศึกษา 2560 พบว่า

2.1 รูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน โดยประยุกต์ใช้แนวคิดการบริหารแบบมีส่วนร่วม ร่วมกับกระบวนการนิเทศแบบ 360 องศา โรงเรียนวัดพญาปันแดน ปีการศึกษา 2560 จากการศึกษาแนวคิดทฤษฎีและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ดังนี้ องค์ประกอบที่ 1 ส่วนนำ 1)หลักการ 2) วัตถุประสงค์ องค์ประกอบที่ 2 โครงสร้างการดำเนินงาน องค์ประกอบที่ 3 แนวทางการนำรูปแบบไปใช้ 1) การวางแผน 2) การดำเนินงานนิเทศภายในแบบ 360 องศา 3) การตรวจสอบ ประเมินผลการดำเนินงาน 4) การนำผลการประเมินไปพัฒนา และปรับปรุงแก้ไข องค์ประกอบที่ 4 คุณภาพของรูปแบบ 1) ความเป็นประโยชน์ 2) ความเป็นไปได้ 3) ความเหมาะสม และ 4) ความถูกต้อง และองค์ประกอบ ที่ 5 เงื่อนไข หรือข้อจำกัดของรูปแบบ

2.2 คุณภาพของรูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน โดยประยุกต์ใช้แนวคิดการบริหารแบบมีส่วนร่วม ร่วมกับกระบวนการนิเทศแบบ 360 องศา พบว่า จากการสอบถามความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิจากการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) ผู้ทรงคุณวุฒิเสนอแนะเพิ่มเติมในการปรับรูปแบบ ทำให้ได้รูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน โดยประยุกต์ใช้แนวคิดการบริหารแบบมีส่วนร่วม ร่วมกับกระบวนการนิเทศแบบ 360 องศา มีองค์ประกอบ ดังนี้ องค์ประกอบที่ 1 ส่วนนำ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) แนวคิดการสร้างรูปแบบ องค์ประกอบที่ 2 โครงสร้างการดำเนินงาน องค์ประกอบที่ 3 การมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ 1) การวางแผน 2) การดำเนินงานนิเทศภายในแบบ 360 องศา การวางแผน P:Planning การให้ความรู้ก่อนการนิเทศ I:Informing การดำเนินการนิเทศแบบ 360 องศา D:Doing การสร้างขวัญกำลังใจ R:Reinforcing การประเมินผล E:Evaluating 3) การตรวจสอบและประเมินผล 4) การพัฒนาปรับปรุง องค์ประกอบที่ 4 คุณภาพของรูปแบบ 1) ความเป็นประโยชน์ 2) ความเป็นไปได้ 3) ความเหมาะสม 4) ความถูกต้อง องค์ประกอบที่ 5 เงื่อนไขความสำเร็จ ซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิ ได้ประเมินรูปแบบอีกครั้ง พบว่า ในภาพรวมทุกองค์ประกอบและองค์ประกอบย่อย มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก องค์ประกอบและองค์ประกอบย่อย ที่มีความเหมาะสมมากที่สุด ได้แก่ องค์ประกอบที่ 3 การมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ โดยมีการชี้แจงการดำเนินงานแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบก่อนการนำรูปแบบมาใช้ อยู่ในระดับมากที่สุดรองลงมา ได้แก่ องค์ประกอบย่อยแนวคิดการสร้างรูปแบบสอดคล้องกับความต้องการของโรงเรียนและชุมชน, โครงสร้างการดำเนินงานเป็นแนวทางนำไปสู่ความสำเร็จในการบริหารจัดการ, มีการสร้างความร่วมมือกำหนดกลยุทธ์ในการพัฒนาการบริหารจัดการโรงเรียน, มีความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนได้, สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของโรงเรียน, มีการนิเทศติดตามการดำเนินงานเป็นระยะเพื่อความถูกต้องเชื่อถือได้ของผลการใช้รูปแบบ, สามารถสำรวจสภาพโรงเรียนเปรียบเทียบกับข้อจำกัดในการใช้รูปแบบก่อนการนำรูปแบบมาใช้, มีการกำหนดข้อจำกัดหรือเงื่อนไขความสำเร็จ ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากัน อยู่ในระดับ มากที่สุด และมีการสำรวจสภาวะแวดล้อมของโรงเรียนก่อนนำรูปแบบมาใช้, เป็นการแก้ปัญหาด้านคุณภาพการเรียนการสอน, การดำเนินการไม่ซับซ้อนยุ่งยากต่อการนำไปใช้ อยู่ในระดับมากที่สุด ตามลำดับ

3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน โดยประยุกต์ใช้แนวคิดการบริหารแบบมีส่วนร่วม ร่วมกับกระบวนการนิเทศแบบ 360 องศา โรงเรียนวัดพญาปันแดน ปีการศึกษา 2560 พบว่า

3.1 การมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษา โรงเรียนวัดพญาปันแดน ปีการศึกษา 2560 พบว่า

3.1.1 การมีส่วนร่วมของครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีต่อการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน ปีการศึกษา 2560 ในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายของการจัดการศึกษาของโรงเรียน ร่วมทำบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือการยกระดับคุณภาพการศึกษากับทางโรงเรียน การกำหนดวิธีการ กิจกรรมการนิเทศ แบบนิเทศและเครื่องมือในการนิเทศภายใน แบบ 360 องศา การจัดทำปฏิทินการนิเทศ เข้าร่วม การพัฒนาก่อนการใช้รูปแบบการนิเทศแบบ 360 องศาทุกครั้ง มีส่วนร่วมเป็นคณะนิเทศ ชั้นเรียน หรือคณะนิเทศการบริหารจัดการโรงเรียน จากการนิเทศแบบคู่สัญญาและเพื่อนช่วยเพื่อน โดยการให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาปรับปรุงการบริหารจัดการชั้นเรียนและการจัดการเรียน การสอน มีส่วนร่วมการประเมิน และวิเคราะห์ผลจากการใช้รูปแบบ การพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากการใช้รูปแบบทั้งเป็นทางการ และไม่เป็นทางการ การจัดทำ แบบสรุปผลการนิเทศ และร่วมชื่นชมยินดีกับเพื่อนครูที่ได้รับรางวัลครูดีเด่น

3.1.2 การมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีต่อ การบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน ปีการศึกษา 2560 พบว่า ในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีส่วนร่วมในการกำหนดวิธีการ รูปแบบ เทคนิค และเครื่องมือในการนิเทศภายใน แบบ 360 องศา เข้าร่วมประชุมเพื่อกำหนดเป้าหมายของการจัดการศึกษาของโรงเรียน การให้ข้อมูลเพื่อประเมินผลรูปแบบ การให้คำแนะนำเพื่อการปรับปรุงบรรยากาศในการเรียนและ การจัดการเรียนการสอนของครูให้ความร่วมมือพัฒนาปรับปรุงการบริหารจัดการของโรงเรียน อย่างต่อเนื่อง และร่วมชื่นชมยินดีกับครูที่ได้รับรางวัลครูดีเด่น

3.1.3 การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชนที่มีต่อการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน ปีการศึกษา 2560 พบว่า ในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีส่วนร่วมในการเข้าร่วมประชุมเพื่อกำหนดเป้าหมายของการจัดการศึกษาของโรงเรียน ร่วมกำหนดประเด็นการพัฒนาบุคลากรก่อนการใช้รูปแบบการนิเทศแบบ 360 องศา การให้คำแนะนำเพื่อการปรับปรุงบรรยากาศในการเรียนและการจัดการเรียนการสอนของครู ให้ความร่วมมือพัฒนาปรับปรุงการบริหารจัดการของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง และร่วมชื่นชมยินดีกับครูที่ได้รับรางวัลครูดีเด่น

3.2 ผลการนิเทศภายในแบบ 360 องศา การจัดการเรียนการสอนของครู ปีการศึกษา 2560 โดยการเปรียบเทียบผลการนิเทศต้นปีการศึกษา และปลายปีการศึกษา 2560 พบว่า

3.2.1 ด้านการบริหารจัดการชั้นเรียนของครู ผลการนิเทศปลายปีการศึกษา มีคะแนนเฉลี่ย 4.56 อยู่ในระดับมากที่สุด ผลการนิเทศต้นปีการศึกษา มีคะแนนเฉลี่ย 3.21 อยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้น 1.35 คิดเป็นร้อยละ 27 โดยการปฏิบัติที่เพิ่มมากที่สุด คือ การจัดทำบันทึกการเยี่ยมบ้านของนักเรียน การจัดโต๊ะ/เก้าอี้ ของครูและนักเรียนเป็นระเบียบเรียบร้อย ห้องเรียนสะอาด และมีแสงสว่างเพียงพอ มีพื้นที่เพียงพอต่อการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย มีการบันทึกการนิเทศ /บันทึกการเยี่ยมชั้นเรียน หลักฐานการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนเป็นปัจจุบัน

3.2.2 ด้านการจัดการเรียนรู้ของครู ผลการนิเทศปลายปีการศึกษา มีคะแนนเฉลี่ย 4.51 อยู่ในระดับมากที่สุด ผลการนิเทศต้นปีการศึกษา มีคะแนนเฉลี่ย 3.10 อยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้น 1.41 คิดเป็นร้อยละ 28.2 โดยการปฏิบัติที่เพิ่มมากที่สุด คือ การบูรณาการเชื่อมโยงกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น จัดกิจกรรมที่ฝึกให้นักเรียนเกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ การนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หรือภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นมาบูรณาการในการจัดการเรียนรู้ การวิเคราะห์มาตรฐาน ตัวชี้วัด เพื่อวางแผน การวัดและประเมินผล และนำไปสู่การจัดทำโครงสร้างข้อสอบ (Test blueprint) มีการบันทึกผลการสอน ที่บ่งบอกถึงแนวทางในการให้ความช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคล และการนำข้อมูลนักเรียนเป็นรายบุคคลมาใช้ในการวางแผน หรือออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้

3.2.3 ด้านพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน ผลการนิเทศปลายปีการศึกษา มีคะแนนเฉลี่ย 4.57 อยู่ในระดับมากที่สุด ผลการนิเทศต้นปีการศึกษา มีคะแนนเฉลี่ย 3.22 อยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้น 1.35 คิดเป็นร้อยละ 27 โดยการปฏิบัติที่เพิ่มมากที่สุด คือ นักเรียนสามารถถ่ายทอดเรื่องราวจากภาพหรือเหตุการณ์ที่กำหนดโดยใช้ภาษาได้เหมาะสม กับระดับชั้น สามารถนำเสนอแนวความคิดของตนเองได้อย่างสร้างสรรค์ มีระเบียบวินัย และ มีมารยาทเรียบร้อย

3.3 ผลการนิเทศภายในแบบ 360 องศา การบริหารจัดการสถานศึกษา โรงเรียน วัดพญาปันแดน ปีการศึกษา 2560 โดยการเปรียบเทียบผลการนิเทศต้นปีการศึกษา และปลายปีการศึกษา 2560 พบว่า

3.3.1 ด้านการบริหารงานทั่วไป (ด้านสภาพแวดล้อมทั่วไป) ผลการนิเทศปลายปีการศึกษา มีคะแนนเฉลี่ย 4.56 อยู่ในระดับมากที่สุด ผลการนิเทศต้นปีการศึกษา มีคะแนนเฉลี่ย 3.25 อยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้น 1.32 คิดเป็นร้อยละ 26.4 โดยการปฏิบัติ ที่เพิ่มมากที่สุด คือ ด้านแหล่งเรียนรู้มีกิจกรรมส่งเสริมผู้เรียนอย่างหลากหลาย และเชื่อมโยงไปสู่ การเรียนรู้ตามหลักสูตร จัดพื้นที่ภายนอกอาคารให้ร่มรื่นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และจัดภูมิทัศน์บริเวณโรงเรียนเอื้อต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ห้องเรียนสะอาดเป็นระเบียบ และอุปกรณ์ไม่ชำรุด มีร่องรอย ผลงานของนักเรียนที่เกิดจากการใช้ห้องปฏิบัติการ และแหล่งเรียนรู้

3.3.2 ด้านการบริหารงานวิชาการ การบริหารงานงบประมาณ และการบริหารงานบุคลากร มีคะแนนเฉลี่ย 4.57 อยู่ในระดับมากที่สุด ผลการนิเทศต้นปีการศึกษา มีคะแนนเฉลี่ย 3.20 อยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้น 1.37 คิดเป็นร้อยละ 27.4 โดยการปฏิบัติที่เพิ่ม มากที่สุด คือ มีการระดมทรัพยากร เพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาของโรงเรียนด้วยวิธีการ ที่หลากหลาย เหมาะสม และทุกฝ่ายมีส่วนร่วม มีคำสั่งมอบหมายงานในแต่ละปีการศึกษาที่ชัดเจน มีโครงสร้างการบริหารงานโรงเรียนชัดเจน และมีโครงการรองรับการใช้งบประมาณที่เหมาะสม และตรงตามวัตถุประสงค์

3.4 คุณภาพผู้เรียน โรงเรียนวัดพญาปันแดน ปีการศึกษา 2560 โดยเปรียบเทียบ ปีการศึกษา 2559 (ปีที่ยังไม่ได้ใช้รูปแบบ) และปีการศึกษา 2560 (ปีที่ใช้รูปแบบ)

3.4.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1–6 ตามกลุ่มสาระ พบว่า ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2560 และปีการศึกษา 2559 มีร้อยละของคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 81.16 และ 78.97 ตามลำดับ ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.18 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2560 และ ปีการศึกษา 2559 มีร้อยละของคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 82.95 และ 80.30 ตามลำดับ ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.77 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2560 และปีการศึกษา 2559 มีร้อยละของคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 81.29 และ 77.30 ตามลำดับ ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.29 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2560 และปีการศึกษา 2559 มีร้อยละของคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 83.56 และ 78.89 ตามลำดับ ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.48 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2560 และปีการศึกษา 2559 มีร้อยละของคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 82.99 และ 80.32 ตามลำดับ ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.19 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2560 และปีการศึกษา 2559 มีร้อยละของคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 83.85 และ 80.13 ตามลำดับ ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.64

3.4.2 ผลการทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ (NT) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2559 (ปีที่ยังไม่ได้ใช้รูปแบบ) มีร้อยละของคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 29.58 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ คิดเป็นร้อยละ 17.55 หากพิจารณารายด้าน พบว่า มีร้อยละของคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับประเทศทุกด้าน ส่วนปีการศึกษา 2560 (ปีที่ใช้รูปแบบ) มีร้อยละของคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 54.99 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ คิดเป็นร้อยละ 9.74 หากพิจารณารายด้าน พบว่า มีร้อยละของคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศทุกด้าน เปรียบเทียบ 2 ปีการศึกษา พบว่า ปีการศึกษา 2560 มีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2559 คิดเป็นร้อยละ 25.41 โดยด้านที่เพิ่มขึ้นมากที่สุด คือ ด้านคำนวณ เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.29 รองลงมา ได้แก่ ด้านภาษา และด้านเหตุผล ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 22.14 เท่ากัน

3.4.3 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2559 (ปีที่ยังไม่ได้ใช้รูปแบบ) มีร้อยละของคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 39.38 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ คิดเป็นร้อยละ 2.94 หากพิจารณารายวิชา พบว่า ทุกรายวิชามีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับประเทศ ส่วนปีการศึกษา 2560 (ปีที่ใช้รูปแบบ) มีร้อยละของคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 45.76 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ คิดเป็นร้อยละ 5.97 หากพิจารณารายวิชา พบว่า ทุกรายวิชามีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ และหากเปรียบเทียบ 2 ปีการศึกษา พบว่า ปีการศึกษา 2560 มีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2559 คิดเป็นร้อยละ 6.38 วิชาที่เพิ่มขึ้นมากที่สุด คือ คณิตศาสตร์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.82 รองลงมา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.17 และ วิทยาศาสตร์ เพิ่มขึ้น 3.01 ตามลำดับ

3.5 ค่านิยมหลัก 12 ประการ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 โดยเปรียบเทียบ ปีการศึกษา 2559 (ปีที่ยังไม่ได้ใช้รูปแบบ) และปีการศึกษา 2560 (ปีที่ใช้รูปแบบ) พบว่า ปีการศึกษา 2559 มีจำนวน 1,075 คน คิดเป็นร้อยละ 86.14 และปีการศึกษา 2560 จำนวน 1,097 คน คิดเป็นร้อยละ 92.34 เมื่อเปรียบเทียบ 2 ปีการศึกษา พบว่า เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.20

4. ผลการประเมินรูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน โดยประยุกต์ใช้แนวคิดการบริหารแบบมีส่วนร่วม ร่วมกับกระบวนการนิเทศแบบ 360 องศา โรงเรียนวัดพญาปันแดน ปีการศึกษา 2560 พบว่า

4.1 ความคิดเห็นของผู้บริหาร ครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ท่านมีความคาดหวังต่อความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอันเนื่องมาจากการการนำรูปแบบมาใช้ในสถานศึกษา, สถานศึกษาของท่านดำเนินการตามรูปแบบ โดยบริหารจัดการตามสภาพบริบทของโรงเรียน และนำนโยบาย การยกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมาเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน, มีการนำผลการนิเทศติดตามรวมทั้งผลการจากนิเทศภายในสถานศึกษามาปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากัน อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ มีการดำเนินการวางแผนร่วมกันก่อนการนำรูปแบบมาใช้ในสถานศึกษา, สร้างความตระหนักให้ครู คณะกรรมการสถานศึกษา และนักเรียนทราบถึงความสำคัญของการนำรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนมาใช้ ในสถานศึกษา, มีการนำผลการดำเนินงานตามรูปแบบมาวางแผนร่วมกันเพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการในสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากัน อยู่ในระดับมากที่สุด และ การดำเนินงานตามรูปแบบส่งผลให้คุณภาพการศึกษาของผู้เรียนดีขึ้น, ท่านคิดว่ารูปแบบที่นำมาใช้ในสถานศึกษามีประสิทธิผล, โรงเรียนมีระบบการนิเทศภายในเพื่อประเมินการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง, มีระบบการวัดประเมินผลตามสภาพจริงของนักเรียนอย่างมีมาตรฐานเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากัน อยู่ในระดับมากที่สุด ตามลำดับ

4.2 ความคิดเห็นของผู้ปกครอง/ชุมชน ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ท่านเชื่อมั่นว่าการปรับเปลี่ยนแนวทางการเรียนการสอนแบบใหม่จะทำให้นักเรียนเก่งขึ้น ท่านมีส่วนในการให้ข้อเสนอแนะแก่คุณครูในการจัดการเรียนการสอนท่านช่วยสอนการบ้านและปรึกษาคุณครูในการเรียนของลูกหลาน, คุณครูสอนโดยเน้นที่จะแก้ปัญหาหรือพัฒนานักเรียนเป็นรายบุคคล ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากัน อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ ท่านมีโอกาสร่วมชื่นชมนักเรียนที่เรียนดี/ความประพฤติดี, ท่านมีความพึงพอใจต่อการปรับเปลี่ยนแนวทางการเรียนการสอนแบบใหม่ของทางโรงเรียน ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากัน อยู่ในระดับมากที่สุด และท่านรับทราบการปรับเปลี่ยนแนวทางการเรียนการสอนจากทางโรงเรียน, ท่านมีโอกาสไปเยี่ยมห้องเรียนบ่อยครั้งขึ้น ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากัน อยู่ในระดับมากที่สุด ตามลำดับ

4.3 ความคิดเห็นของนักเรียนในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ คุณครูติดตามเรื่องการเรียนและพฤติกรรมนักเรียนอย่างเข้มข้น, นักเรียนมีผลการเรียนที่ดีขึ้นจากการปรับเปลี่ยนแนวทางการเรียนการสอนแบบใหม่ ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากัน อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ นักเรียนกล้าแสดงออกในห้องเรียนมากขึ้น, คุณครูมีความเอาใจใส่นักเรียนมากยิ่งขึ้น, มีคุณครูท่านอื่นๆ มาช่วยแนะนำการสอนของครูประจำชั้นของนักเรียน ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากัน อยู่ในระดับมากที่สุด และนักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนมากขึ้น อยู่ในระดับมากที่สุด ตามลำดับ

โพสต์โดย อรรถพงษ์ อินต๊ะวงศ์ : [6 มิ.ย. 2562 เวลา 18:35 น.]
อ่าน [201] ไอพี : 223.207.251.173
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
สมัครงานอย่างมืออาชีพ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์กับอุปกรณ์เพิ่มความสะดวกสบายอย่าง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ้กและอีกมากมาย การรันตีสินค้าได้มาตราฐาน
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ