ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การเปรียบเทียบรูปแบบการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์ระหว่างการเรียนตามคู่มือครูกับบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

บทคัดย่อ
ชื่องานวิชาการ การเปรียบเทียบรูปแบบการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์ระหว่างการเรียนตามคู่มือครูกับบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง แสงและการเกิดภาพ รายวิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ชื่อผู้ศึกษา นางรุ่งลดา แพงยา
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ โรงเรียนศรีฐานกระจายศึกษา
การเปรียบเทียบรูปแบบการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์ระหว่างการเรียนตามคู่มือครูกับบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง แสงและการเกิดภาพ รายวิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 2 ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง แสงและการเกิดภาพ ตามเกณฑ์ที่กำหนด (2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง แสงและการเกิดภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ระหว่างรูปแบบการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์ตามคู่มือครูกับบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (3) วิเคราะห์ดัชนีประสิทธิผลทางการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และ (4) ศึกษาระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์รู้ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ จำแนกได้ดังนี้
1. กลุ่มตัวอย่างเพื่อหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549 ได้มาโดยการสุ่มแบบง่าย จำแนกเป็น
1.1 การทดลองแบบเดี่ยว จำนวน 3 คน จำแนกตามผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียน เก่ง ปานกลาง และอ่อนอย่างละ 1 คน (นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1)
1.2 การทดลองแบบกลุ่มย่อย จำนวน 9 คน จำแนกตามผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เก่ง ปานกลาง และอ่อนอย่างละ 3 คน (นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1)
1.3 การทดลองแบบกลุ่มใหญ่ จำนวน 30 คน (นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2)
2. กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างรูปแบบการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์ตามคู่มือครูกับการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 โรงเรียนศรีฐานกระจายศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550 ได้มาโดยการสุ่มแบบง่ายแล้วจับสลากเลือกกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ดังนี้
2.1 กลุ่มทดลอง เป็นกลุ่มเรียนตามรูปแบบการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนศรีฐานกระจายศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 2 ปีการศึกษา 2550 จำนวน 31 คน
2.2 กลุ่มควบคุม เป็นกลุ่มที่เรียนตามรูปแบบการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์ตามคู่มือครู คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 โรงเรียนศรีฐานกระจายศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 2 ปีการศึกษา 2550 จำนวน 33 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวมรวบข้อมูลในการศึกษาครั้งนี้ ประกอบด้วย (1) บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง แสงและการเกิดภาพ โดยแบ่งออกเป็นหน่วยการเรียน 12 หน่วย (2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 50 ข้อ และ (3) แบบสอบถามวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนตามรูปแบบการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่า t-test Independent
ผลการศึกษาพบว่า
1. ประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง แสงและการเกิดภาพ มีค่าเท่ากับ 81.28/81.47 แสดงว่า บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง แสงและการเกิดภาพ ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น มีประสิทธิภาพเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 สามารถนำไปใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามรูปแบบโครงงานวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ช่วงชั้นที่ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง แสงและการเกิดภาพ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 2 ระหว่างการเรียนตามรูปแบบการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์ตามคู่มือครูกับการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 โดยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนสูงกว่านักเรียนที่เรียนตามคู่มือครู
3. ประสิทธิผลทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนตามรูปแบบการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์ตามคู่มือครูกับการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน พบว่า กลุ่มที่เรียนตามคู่มือครูมีประสิทธิผลทางการเรียน เท่ากับ 0.468 แสดงว่า มีพัฒนาการทางการเรียนเพิ่มขึ้น 0.468 หรือคิดเป็นร้อยละ 46.80 และกลุ่มที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน มีประสิทธิผลทางการเรียน เท่ากับ 0.636 แสดงว่ามีพัฒนาการทางการเรียนเพิ่มขึ้น 0.636 หรือคิดเป็นร้อยละ 63.60
4. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนตามรูปแบบการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน โดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ ( = 4.18)

โพสต์โดย รุ่งลดา แพงยา : [17 ก.ย. 2552]
อ่าน [1118] ไอพี : 124.157.224.4
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม