ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การใช้โมเดล CIPPI สำหรับการประเมินคุณภาพโครงการระดับโรงเรียน: กรณีศึกษาโครงการธรรมะชำระใจบายดาลี่ ตามโครงการโรงเรียนคุณธรรม โรงเรียนบ้านแพรกประชาสรรค์

บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง การใช้โมเดล CIPPI สำหรับการประเมินคุณภาพโครงการระดับโรงเรียน:

กรณีศึกษาโครงการธรรมะชำระใจบายดาลี่ ตามโครงการโรงเรียนคุณธรรม

โรงเรียนบ้านแพรกประชาสรรค์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 3

Implementation of CIPPI Model for Project Quality Evaluation at

School Level: A Case Study of Moral School Project by using DALI in Banprak Prachasan Secondary School

ผู้ประเมิน นางสาวพัชรี ศรีสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแพรกประชาสรรค์

สถานที่ โรงเรียนบ้านแพรกประชาสรรค์ อำเภอบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ปีที่รายงาน พ.ศ. 2562

รายงานการใช้โมเดล CIPPI สำหรับการประเมินคุณภาพโครงการระดับโรงเรียน: กรณีศึกษาโครงการธรรมะชำระใจบายดาลี่ ตามโครงการโรงเรียนคุณธรรม โรงเรียนบ้านแพรกประชาสรรค์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 3 ทำการประเมินตามโมเดล CIPPI (CIPPI Model) มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อประเมินบริบทเกี่ยวกับ ความต้องการจำเป็น ความเป็นไปได้ ความพร้อมของสถานศึกษา และวัตถุประสงค์ของโครงการ 2) เพื่อประเมินปัจจัยนำเข้าเกี่ยวกับ ความเหมาะสมของงบประมาณ ความเหมาะสมของบุคลากร และความเหมาะสมของรูปแบบการจัดโครงการ 3) เพื่อประเมินกระบวนการเกี่ยวกับ กระบวนการดำเนินงาน การประสานงาน การจัดกิจกรรมในโครงการ และการติดตามโครงการ 4) เพื่อประเมินผลผลิตอย่างรอบด้านเกี่ยวกับ ผลที่เกิดกับนักเรียน ผลที่เกิดกับครู และผลที่เกิดกับชุมชน 5) เพื่อประเมินผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบของโครงการที่ส่งผลต่อความพึงพอใจต่อโครงการของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผลกระทบของโครงการต่อ นักเรียน ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาและโรงเรียน และ 6) เพื่อประเมินความพึงพอใจต่อโครงการในภาพรวม รวมทั้งสิ้น 17 ตัวชี้วัด

กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินงานโครงการธรรมะชำระใจ บาย ดาลี่ (DALI) ตามโครงการโรงเรียนคุณธรรม โรงเรียนบ้านแพรกประชาสรรค์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 3 คือ ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 19 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 11 คน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1-6 จำนวน 50 คน และผู้ปกครองนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1-6 จำนวน 50 คน รวมทั้งสิ้น 130 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยได้สร้างขึ้น เพื่อสอบถามความคิดเห็นของผู้ตอบแบบสอบถาม ข้อคำถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS for Windows และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การหาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟา ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน

วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การหาค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา การหาค่าอำนาจจำแนกรายข้อของแบบสอบถาม การหาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟา ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน

สรุปผลการประเมิน ตัวชี้วัดผ่านเกณฑ์การประเมินทั้ง 17 ตัวชี้วัด ผลการประเมินคุณภาพของโครงการโดยใช้โมเดล CIPPI เป็นดังนี้

1. ผลการประเมินคุณภาพของโครงการด้านบริบท โดยภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับสูง ตัวชี้วัดความต้องการจำเป็นของโครงการผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับสูงที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.56 รองลงมา คือ ความเป็นไปได้ของโครงการ วัตถุประสงค์ของโครงการ และความพร้อมของสถานศึกษา มีค่าเฉลี่ย 4.35 และ 4.43 และ 4.09 ตามลำดับ 3 ตัวชี้วัด ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับสูง

2. ผลการประเมินคุณภาพของโครงการด้านปัจจัยนำเข้า โดยภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับสูง โดยตัวชี้วัดความเหมาะสมของงบประมาณผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับสูงที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.61 ส่วนตัวชี้วัดที่มีผลการประเมินอยู่ในระดับสูงมี 2 ตัวชี้วัด คือ ตัวชี้วัดความเหมาะสมของบุคลากร และความเหมาะสมของรูปแบบการจัดโครงการมีค่าเฉลี่ย 4.23 และ 4.02 ตามลำดับ

3. ผลการประเมินด้านกระบวนการ โดยภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับสูง โดยตัวชี้วัดกระบวนการดำเนินงาน ผ่านการประเมินอยู่ในระดับสูงที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.57 ส่วนตัวชี้วัดที่มีผลการประเมินอยู่ในระดับสูงมี 3 ตัวชี้วัด คือ ตัวชี้วัดการจัดกิจกรรมในโครงการมีผลการประเมินอยู่ในระดับสูง (4.44) การประสานงาน (4.32) และการติดตามโครงการ (3.40) ตามลำดับ

4. ผลการประเมินคุณภาพของโครงการด้านผลผลิต โดยภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับสูง โดยตัวชี้วัดผลที่เกิดกับชุมชน ผ่านการประเมินอยู่ในระดับสูงที่สุด เมื่อพิจารณาผลการประเมินแต่ละตัวชี้วัด พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินทั้ง 3 ตัวชี้วัด โดยตัวชี้วัดผลที่เกิดกับชุมชน มีค่าเฉลี่ย 4.44 ตัวชี้วัดผลที่เกิดขึ้นกับครู มีค่าเฉลี่ย 4.35 และตัวชี้วัดผลที่เกิดกับนักเรียนมีค่าเฉลี่ย 4.18 ตามลำดับ

5. ผลการประเมินคุณภาพของโครงการด้านผลกระทบ ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับสูงที่สุด โดยตัวชี้วัด 2 ตัวชี้วัดที่มีผลการประเมินอยู่ในระดับสูงที่สุด คือ ผลกระทบที่เกิดต่อโรงเรียน ( 4.56) ผลกระทบต่อผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา ( 4.51) ส่วนตัวชี้วัดที่มีผลการประเมินอยู่ในระดับสูงมี 1 ตัวชี้วัด คือ ตัวชี้วัดผลกระทบต่อนักเรียน ( 4.44)

6. ผลการประเมินความพึงพอใจต่อโครงการในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ได้ค่าเฉลี่ย 4.41รายการประเมินอยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด 4 รายการ คือ ความพึงพอใจต่อบรรยากาศของโรงเรียนจากผลการดำเนินโครงการ (4.57) ประโยชน์และความคุ้มค่าที่ได้รับจากโครงการ ความภาคภูมิใจกับผลงานหรือพัฒนาการด้านคุณธรรม จริยธรรมของนักเรียน (4.53) วิทยากรทั้งภายในและภายนอกมีความรู้ ความสามารถ (4.50) รายการประเมินอยู่ในระดับความพึงพอใจมาก 6 รายการ

ประเด็นการประเมินคุณภาพของโครงการทั้ง 5 ประเด็น ผ่านเกณฑ์การประเมิน โดยประเด็นด้านผลกระทบ อยู่ในระดับสูงที่สุด ส่วนประเด็นด้านบริบท ด้านปัจจัยนำเข้า ด้านผลผลิต และด้านกระบวนการอยู่ในระดับสูง ตามลำดับแสดงถึงคุณภาพของโครงการในภาพรวมอยู่ในระดับสูง เฉลี่ยทุกตัวชี้วัด

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร การประเมินคุณภาพของโครงการธรรมะชำระใจบายดาลี่ ตามโครงการโรงเรียนคุณธรรม โรงเรียนบ้านแพรกประชาสรรค์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 3 ใช้โมเดล CIPPI สามารถสรุปได้ตามวัตถุประสงค์ของการประเมินคุณภาพโครงการ เพื่อทราบใน 3 ประเด็น ดังนี้

จุดเน้นเชิงคุณภาพของโครงการ

คุณภาพของโครงการโรงเรียนคุณธรรมสามารถพิจารณาจาก 4 องค์ประกอบ คือ องค์ประกอบด้านครู ด้านโรงเรียน ด้านผู้บริหาร และด้านนักเรียน ซึ่งถือเป็นสิ่งแสดงถึงประสิทธิผลของโครงการโรงเรียนคุณธรรม ในการประเมินคุณภาพของโครงการธรรมะชำระใจบายดาลี่ ตามโครงการโรงเรียนคุณธรรม โรงเรียนบ้านแพรกประชาสรรค์นี้ สามารถสรุปจุดเน้นเชิงคุณภาพของโครงการได้ ดังนี้

1. ครูมีแนวทางในการพัฒนาตนเอง จากการที่โครงการธรรมะชำระใจบายดาลี่ มีจุดเริ่มต้นโดยที่เริ่มจากแนวคิดการหันหน้ามาปรึกษา หารือ พูดคุยกันด้วยเจตคติที่ดี หรือ Growth Mind Set แล้ว จึงใช้กระบวนการค้นหาแนวทางแก้ปัญหาร่วมกันตามกระบวนการ 3Q และ DALI ดังนี้ 1) เริ่มจากการกำหนด Q-Goal เป้าหมายคุณภาพร่วม คือ คุณธรรมอัตลักษณ์ตามแนวทางโรงเรียนคุณธรรม โดยเป้าหมายร่วมหรือคุณธรรมอัตลักษณ์ของโรงเรียนบ้านแพรกประชาสรรค์ คือ “ความรับผิดชอบ” ซึ่งเกิดจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้ง นักเรียน ครู ผู้บริหาร ผู้ปกครอง และกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 2) ใช้กระบวนการ Q-PLC ของครูในการขับเคลื่อนความร่วมมือผ่านการปลูกฝัง Growth Mind Set ให้ครูมีช่องทางในการร่วมกันสะท้อนคิดอย่างสร้างสรรค์ สร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ร่วมกันได้อย่างดียิ่ง เห็นได้จากการร่วม PLC ในทุกครั้ง มีกำหนดตารางการ PLC ชัดเจนในทุกสัปดาห์ทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ครูส่วนใหญ่จะเข้าร่วม และได้ร่วมกันสะท้อนคิดปัญหาและแนวทางแก้ไขจนเกิดผลผลิต เป็นวิธีการ กระบวนการ สื่อ หรือเครื่องมือเพื่อใช้ในกิจกรรมต่างๆของโครงการ 3) นอกจากนี้ยังเกิดการแสวงหาแนวทางการมีส่วนร่วมจากเครือข่ายร่วมพัฒนา Q-Network ทั้งชุมชน โรงเรียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นแนวทางหนึ่งในการสร้างและพัฒนาบุคลากรนอกเหนือจากกระบวนการ PLC เช่นการเข้าร่วมโครงการอบรมพัฒนาบุคลากรด้านโครงการโรงเรียนคุณธรรม การตั้งเป้าหมายคุณภาพ การสร้าง Growth Mind Set การร่วมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของทั้งครูและนักเรียน หรือการสร้างโอกาสให้ครูได้เผยแพร่ผลการพัฒนาการเรียนการสอนและการจัดกิจกรรมตามเป้าหมายคุณภาพ โดยพบว่า ทำให้เกิดครูแกนนำในกิจกรรมต่างๆของโครงการ ตัวอย่างเช่น ครูแกนนำกิจกรรมสมาธิสร้างจินตนาการ จะมีกระบวนการ คือ ครูร่วม PLC กันเพื่อแก้ปัญหานักเรียนขาดความรับผิดชอบในการเรียน การเข้าห้องเรียน โดยผลจากการร่วมคิดวิเคราะห์ร่วมกันว่าควรส่งเสริมกำลังใจ และความรับผิดชอบด้วยการประชุมและทำความเข้าใจกับนักเรียน ด้วยกระบวนการสมาธิ การร่วมกันคัดเลือกบทความ คลิปวิดีโอ หรือสื่อต่างๆของคณะครูเพื่อนำมาสร้างจินตนาการจูงใจหรือส่งเสริมความรักในตนเอง ครอบครัว และส่วนรวม จนเกิดเป็นความรับผิดชอบขึ้นในตัวนักเรียน โดยจะมีครูแกนนำเสนอตัวเข้าร่วมกิจกรรมและนำนักเรียนทำกิจกรรมในทุกระดับชั้น แม้กระทั่งครูบรรจุใหม่ หรือครูที่ไม่เคยได้รับโอกาสในการพูดหรือให้โอวาทนักเรียนมาก่อน เห็นได้ว่า กิจกรรมในโครงการนี้สร้างให้เกิดครูแกนนำตามกระบวนการ 3Q ขึ้นอย่างชัดเจนและต่อเนื่องในโรงเรียนบ้านแพรกประชาสรรค์

2. กระบวนการเรียนรู้ของครูที่ได้รับการพัฒนาและได้รับการยอมรับ โดยในโครงการธรรมะชำระใจบายดาลี่นี้ใช้กระบวนการ DALI ในการดำเนินกิจกรรมที่สอดคล้องกับกระบวนการ 3Q คือ กิจกรรมการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความรับผิดชอบ หรือกิจกรรมการส่งเสริมความรับผิดชอบนอกห้องเรียนของคณะครู 1) เริ่มต้นจาก การร่วมกันออกแบบ (Design) แนวทางการจัดการเรียนรู้หรือกิจกรรมที่จะส่งเสริมความรับผิดชอบของนักเรียนผ่านกระบวนการ PLC ของคณะครู 2) นำแนวทางตามมติที่ร่วมกันออกแบบไปปฏิบัติ (Action) โดยการจัดการเรียนรู้และกิจกรรมให้แก่นักเรียนในแต่ละสัปดาห์ โดยใช้เครื่องมือจากการร่วมกันออกแบบ 3) จากนั้นนำผลการจัดการเรียนรู้หรือจัดกิจกรรมที่ได้ดำเนินการไปมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Learning) และร่วมสะท้อนคิดในวง PLC หากพบปัญหาก็ร่วมกันหาแนวทางปรับปรุงแก้ไข และ 4) นำแนวทางที่ได้สะท้อนคิดและเรียนรู้ร่วมกันไปปรับปรุง (Improvement) การจัดการเรียนรู้และกิจกรรมในครั้งต่อไป จากระบวนการ DALI นี้เองทำให้ครูมีแนวทางการดำเนินกิจกรรมอย่างมีส่วนร่วมในแต่ละสัปดาห์อย่างต่อเนื่องเป็นระบบ และสามารถจัดเก็บผลการดำเนินงานได้ในแต่ละสัปดาห์ หรือสามารถร่วมกันช่วยเหลือหาแนวทางแก้ไขได้ทันท่วงที ยกตัวอย่างเช่น กิจกรรมสมาธิสร้างจินตนาการในแต่ละสัปดาห์ หรือแต่ละวัน คณะครูระดับชั้นและครูแกนนำจะร่วมสะท้อนคิดกันหลังกิจกรรม เพื่อทวนสอบพฤติกรรมนักเรียนหลังร่วมกิจกรรมจากการสังเกตและบันทึกพฤติกรรมนักเรียน ที่ทำสมาธิ ดูคลิปวิดีโอ และการสะท้อนคิดของนักเรียน โดยครูจะร่วมกันวางแผนการนำคลิปวิดีโอในรูปแบบต่างๆที่เหมาะสมกับสถานการณ์หรือวันสำคัญต่างๆร่วมกัน เช่น ช่วงวันแม่ หรือการเตรียมตัวเมื่อใกล้สอบ เป็นต้น จะเห็นได้ว่า กระบวนการ DALI ที่คณะครูใช้เป็นแนวทางร่วมพัฒนานี้สร้างความร่วมมือในการดำเนินงานอย่างชัดเจน เป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์ในการจัดการเรียนรู้และการจัดกิจกรรม พิจารณาจากความร่วมมือของคณะครูในการดำเนินการและการมีส่วนร่วมในทุกกระบวนการตั้งแต่จุดเริ่มต้นของกิจกรรม

3. การบริหารจัดการอย่างมีคุณภาพผ่านการมีส่วนร่วมตามกระบวนการ 3Q และ DALI ส่งผลให้โรงเรียน นักเรียน ครูได้รับรางวัลในด้านคุณธรรมจริยธรรม และได้รับการยอมรับจากชุมชน และหน่วยงานต่างๆ ซึ่งสะท้อนความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม และทำให้เกิดแนวทางที่ชัดเจนสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่องและพัฒนาขึ้นได้ เช่น โรงเรียนผ่านการประเมินโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. ระดับ 2 ดาว โรงเรียนได้รับรางวัลนวัตกรรมสร้างสรรค์คนดี ในด้านการบริหารจัดการโดยกระบวนการ 3Q และ DALI เป็นตัวแทนโรงเรียนในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 3 นำเสนอผลงานนวัตกรรมสร้างสรรค์คนดี ด้านการบริหารจัดการโรงเรียนต้นแบบคุณธรรมระดับ 3 ดาว โครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ ระดับเขตตรวจราชการส่วนกลาง และเขตตรวจราชการที่ 1 คุณครูได้รับรางวัลนวัตกรรมสร้างสรรค์คนดี ด้านการจัดการเรียนการสอนโรงเรียนต้นแบบคุณธรรมระดับ 3 ดาว โครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ ระดับเขตตรวจราชการส่วนกลาง และเขตตรวจราชการที่ 1 นวัตกรรม นักเรียนเป็นฐานครูอาจารย์เป็นทุน และได้เผยแพร่ผลงานในระดับ สพฐ. ปีการศึกษา 2561 และได้รับการตีพิมพ์ผลงานจากโครงการในระดับ สพฐ หรือ OBEC Line คณะครูและนักเรียนได้รับรางวัลชมเชยการประกวดภาพยนตร์สั้นคุณธรรม นอกจากนี้ ผู้บริหารและคณะครูยังได้รับเกียรติและมีโอกาสได้แสดงศักยภาพของครูแกนนำจากการดำเนินโครงการโดยเป็นวิทยากรในระดับโรงเรียน ระดับกลุ่มโรงเรียน และเครือข่ายโรงเรียน เป็นต้น

4. คุณภาพที่เกิดกับนักเรียน มีที่มาจากกระบวนการเริ่มต้นโครงการด้วยการร่วมกันค้นหาเป้าหมายคุณภาพ หรือ Q-Goal ในการกำหนดคุณธรรมอัตลักษณ์ของโรงเรียน โดยคำนึงถึงความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งนักเรียน ครู ผู้บริหาร ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และการมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินกิจกรรมของโครงการทำให้สามารถกำหนดเป้าหมายอย่างมีคุณภาพ ตรงตามความต้องการจำเป็น และทำให้เกิดความร่วมมืออย่างดียิ่งเพราะเป้าหมายเกิดจากความต้องการที่สำคัญและจำเป็น ดังจะเห็นได้จากพฤติกรรมนักเรียนในด้านความรับผิดชอบต่อการเรียนที่ดีขึ้น การมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมของครูและนักเรียน ซึ่งสะท้อนผลผลิตของกิจกรรมในโครงการได้อย่างเป็นรูปธรรม พิจารณาได้จากความสะอาดของห้องเรียน บริเวณเขตพื้นที่ของโรงเรียน การเข้าเรียน ตลอดจนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (ONET) ที่ได้รับการพัฒนาอย่างชัดเจน จากลำดับที่ 28 จำนวนโรงเรียนมัธยม 29 โรงเรียนในปีการศึกษา 2559 มาเป็นลำดับที่ 14 ในปีการศึกษา 2560 เหล่านี้ล้วนเป็นผลจากการพัฒนาตนเองของครู และกระบวนการต่างๆที่เกิดอย่างมีส่วนร่วม

ข้อจำกัดของโครงการ

1. กิจกรรมต่างๆในโครงการมีจำนวนมาก ซึ่งเกิดจากการร่วมคิดค้นแนวทางในการส่งเสริมความรับผิดชอบของนักเรียนทั้งความรับผิดชอบต่อตนเองและความรับผิดชอบต่อส่วนรวม โดยแนวทางการดำเนินกิจกรรมมาจากกระบวนการ PLC ของคณะครู ทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ดังนั้นครูจึงต้องพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา ทั้งในส่วนของการ PLC การอบรมพัฒนาตามหลักสูตรต่างๆ หรือแม้กระทั่งการร่วมกันคิดค้นกิจกรรม สื่อ เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ต่างๆอย่างหลากหลาย ซึ่งครูแกนนำแต่ละกิจกรรมจะต้องเร่งดำเนินการให้สำเร็จเสร็จทันในแต่ละสัปดาห์ ทำให้กระบวนการ PLC ของโรงเรียนบ้านแพรกประชาสรรค์เป็นไปอย่างต่อเนื่อง เป็นประจำ และเร่งด่วน หากไม่แล้วจะทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหา หรือมีแนวทางปรับปรุงอย่างทันท่วงที อาจมีผลให้เกิดการละเลยและหมดความกระตือรือร้นในที่สุด

2. ผู้บริหารและครูแกนนำจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้แก่ครูบรรจุใหม่ และเผยแพร่ความรู้ แนวคิด แนวปฏิบัติแก่ครูทั่วไปในโรงเรียน เนื่องจากกิจกรรมแต่ละกิจกรรมในโครงการมีความจำเป็นที่คณะครูต้องร่วมคิดร่วมทำ ครูทุกคนต้องร่วมดูแลและส่งเสริมความรับผิดชอบในชั้นเรียนของตนเอง และต้องเข้าร่วม ในกิจกรรมกับนักเรียนในที่ปรึกษา เพื่อสร้างความเข้มแข็งและความเข้าใจตรงกันในการนำไปอบรมดำเนินการกับนักเรียนอย่างต่อเนื่อง

ข้อเสนอแนะของโครงการ

1. ควรใช้กระบวนการนิเทศติดตามโครงการอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง ด้วยกระบวนการ PLC เพื่อให้ครูมีโอกาสในการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมสะท้อนคิด และสร้างบรรยากาศแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยดำเนินการแยกกลุ่มกิจกรรมเพื่อให้เกิดเป้าหมายร่วมในการปรับปรุงแต่ละกิจกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ ในภาคปลายของปีการศึกษานี้โรงเรียนบ้านแพรกประชาสรรค์กำหนดให้คณะกรรมการนักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานของแต่ละกิจกรรมในเวทีระดมความคิดเห็นของนักเรียนเพิ่มเติม

2. ในส่วนของการได้รับการยอมรับจากหน่วยงาน ชุมชน หรือสังคมในด้านการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมนั้น การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เป็นกระบวนการหนึ่งที่สร้างการยอมรับและการชื่นชมจากภายนอก ดังนั้นต้องดำเนินการพัฒนาส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง และเผยแพร่กระบวนการดำเนินการตั้งแต่การตั้งคุณธรรมเป้าหมายอย่างมีส่วนร่วม ไปจนถึงการประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงผลการดำเนินงาน การประเมินผลผลิต และผลกระทบสู่ภายนอกอย่างต่อเนื่อง

3. การได้รับรางวัล ยกย่อง หรือชมเชยนั้นเป็นตัวชี้วัดหนึ่งของผลการดำเนินโครงการ แต่พฤติกรรมหรือผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนจะเป็นตัวบ่งชี้ความสำเร็จอย่างยั่งยืนในการดำเนินงานของโครงการ ดังนั้น ควรมีการประเมินถึงสาเหตุหรือปัจจัยที่จะทำให้เกิดผลในเชิงพฤติกรรมที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในที่สุด

4. ควรมีการส่งเสริมให้ครูได้รับการพัฒนาด้านคุณธรรมจริยธรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อดำเนินกิจกรรมในฐานะแกนนำและขยายผลไปสู่นักเรียนและชุมชนมากยิ่งขึ้น และจัดเวทีให้ครูและนักเรียนได้แสดงออกซึ่งพฤติกรรมความรับผิดชอบต่อส่วนรวมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ควรมีการคงไว้ซึ่งบรรยากาศแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของโครงการ และส่งเสริมให้ครูพัฒนานวัตกรรมการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม โดยสอดแทรกในระดับชั้นเรียนผ่านกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรม/งาน/โครงการ และกิจวัตรประจำวันในโรงเรียน เป็นต้น

โพสต์โดย พัชรี ศรีสุวรรณ : [14 ก.พ. 2562 เวลา 19:48 น.]
อ่าน [282] ไอพี : 182.232.138.46
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
การเลี้ยงแมว
สมัครงานอย่างมืออาชีพ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์กับอุปกรณ์เพิ่มความสะดวกสบายอย่าง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ้กและอีกมากมาย การรันตีสินค้าได้มาตราฐาน
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ