ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• รูปแบบการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการ โดยใช้กลยุทธ์ภาคีเครือข่าย โรงเรียนชุมชนบ้านคลองพลู(วิศิษฐ์ว

ชื่อวิจัย รูปแบบการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการ โดยใช้กลยุทธ์ภาคีเครือข่าย โรงเรียนชุมชนบ้านคลองพลู(วิศิษฐ์วิทยาทาน) ปีการศึกษา 2559 และปีการศึกษา 2560

ผู้วิจัย นายภิญญา รัตนวรชาติ ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านคลองพลู

(วิศิษฐ์วิทยาทาน) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 1

ปีที่วิจัย ปีการศึกษา 2559-2560

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษารูปแบบการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการ 2) ศึกษาการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องในการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ ด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการ ของนักเรียน 3) ศึกษาพฤติกรรมการมีคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการ ของนักเรียน 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง กลุ่มประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วยกลุ่มตัวอย่าง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 107 คน ปีการศึกษา 2560 จำนวน 111 คนกลุ่มตัวอย่างผู้ปกครองนักเรียน ปีการศึกษา 2559 จำนวน 107 คน ปีการศึกษา 2560 จำนวน 111 คน ประชากรครูปีการศึกษา 2559 จำนวน 29 คน ปีการศึกษา 2560 จำนวน 28 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมีจำนวนทั้งสิ้น 12 ฉบับ มีลักษณะแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ ทุกฉบับมีการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือได้ค่าความเชื่อมั่นแต่ละฉบับระหว่าง .89-.94 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ความถี่ร้อยละ (Frequency Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

สรุปผลการวิจัย

1. ผลการศึกษารูปแบบการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการตามความคิดเห็นของนักเรียน ผู้ปกครองและครู พบว่าปีการศึกษา 2559ครูเห็นว่ารูปแบบการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมากมีค่าเฉลี่ยสูงสุด (=3.68,  = 0.63) รองลงมาคือนักเรียนเห็นว่ารูปแบบการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการ มีการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง

( = 3.46, SD = 0.79) ส่วนผู้ปกครอง เห็นว่ารูปแบบการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการมีการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลางมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ( = 3.34, SD = 0.79)

ปีการศึกษา 2560 ตามความคิดเห็นของนักเรียน ผู้ปกครองและครูพบว่า ครูเห็นว่ารูปแบบการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการ มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมากมีค่าเฉลี่ยสูงสุด (= 4.57,  = 0.51) รองลงมาคือผู้ปกครองมีความคิดเห็นว่ารูปแบบการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก

( = 4.30, SD = 0.50) ส่วนนักเรียนมีความคิดเห็นว่ารูปแบบการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมากมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ( = 4.24, SD = 0.63) เมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย ตามความคิดเห็นของนักเรียนต่อรูปแบบการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการ2 ปีการศึกษา พบว่ามีระดับการปฏิบัติมากขึ้น โดยปีการศึกษา 2560 มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าปีการศึกษา 2559อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01

(t = 22.416; P < .01) เมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยตามความคิดเห็นของครูต่อรูปแบบการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการ พบว่ามีระดับการปฏิบัติมากขึ้นโดย ปีการศึกษา 2560 มีค่าเฉลี่ยสูงกว่า ปีการศึกษา 2559(&#61549; =+0.89) และเมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยตามความคิดเห็นของผู้ปกครอง ต่อรูปแบบการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการพบว่า มีระดับ การปฏิบัติมากขึ้น โดยปีการศึกษา 2560 มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าปีการศึกษา 2559อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (t = 32.236; P < .01)

2. ผลการศึกษาการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องในการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการของนักเรียน ตามความคิดเห็นของนักเรียน ผู้ปกครองและครู พบว่าปีการศึกษา 2559 นักเรียนเห็นว่าการมีส่วนร่วมการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการและการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ของนักเรียน มีส่วนร่วมอยู่ในระดับปานกลางมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ( = 3.38, SD = 0.72) รองลงมาคือครูเห็นว่าการมีส่วนร่วมการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการของนักเรียน มีส่วนร่วมอยู่ในระดับปานกลาง ( = 3.11, SD = 0.75)ส่วน ผู้ปกครองเห็นว่าการมีส่วนร่วมการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการของนักเรียน มีส่วนร่วมอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด (&#61549; = 3.09, &#61555; = 0.75) ปีการศึกษา 2560 พบว่า นักเรียนเห็นว่าการมีส่วนร่วมในการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการของนักเรียน มีส่วนร่วมอยู่ในระดับมากมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ( = 4.32, SD = 0.65) รองลงมาคือ ผู้ปกครองเห็นว่าการมีส่วนร่วมในการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการของนักเรียน มีส่วนร่วมอยู่ในระดับมาก

( = 4.15, SD = 0.76) ส่วนครูเห็นว่าการมีส่วนร่วมในการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการของนักเรียน มีส่วนร่วมอยู่ในระดับมาก

มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด (&#61549; = 3.98, &#61555; = 0.71) เมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยตามความคิดเห็นของนักเรียนต่อการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องในการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการของนักเรียน พบว่าผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมมากขึ้น โดยปีการศึกษา 2560 มีค่าเฉลี่ย

สูงกว่า ปีการศึกษา 2559อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (t = 22.436; P < .01) เมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย ตามความคิดเห็นของผู้ปกครองต่อการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องในการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการของนักเรียน พบว่ามีระดับการปฏิบัติมากขึ้น โดยปีการศึกษา 2560 มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าปีการศึกษา 2559 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01

(t = 17.456; P < .01) และเมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย ตามความคิดเห็น ของครูต่อการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องในการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการของนักเรียน พบว่าผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมมากขึ้น โดยปีการศึกษา 2560 มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าปีการศึกษา 2559

(&#61549; = + 0.87)

3. ผลการศึกษาพฤติกรรมการมีคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการของนักเรียน ตามความคิดเห็นของนักเรียน ผู้ปกครอง และครู พบว่าปีการศึกษา 2559 นักเรียนมีความเห็นต่อพฤติกรรมการมีคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการ ของนักเรียนอยู่ในระดับปานกลางมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ( = 3.48, SD

= 0.67) รองลงมาคือผู้ปกครองเห็นว่าพฤติกรรมการมีคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการของนักเรียน อยู่ในระดับปานกลาง ( = 3.35, SD = 0.76) ส่วนครูเห็นว่าพฤติกรรมการมีคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการของนักเรียน อยู่ในระดับปานกลางมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด (&#61549; = 3.30, &#61555; = 0.77) ปีการศึกษา 2560 พบว่า นักเรียนมีความเห็นต่อพฤติกรรมการมีคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการของนักเรียนอยู่ในระดับมากมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ( = 4.51, SD = 0.73) รองลงมาคือผู้ปกครองเห็นว่าพฤติกรรมการมีคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการของนักเรียนอยู่ในระดับมาก ( = 4.47, SD = 0.72) ส่วนครูเห็นว่าพฤติกรรมการมีคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการของนักเรียน อยู่ในระดับมากมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด (&#61549; = 4.45, &#61555; = 0.70) เมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยตามความคิดเห็นของนักเรียนต่อพฤติกรรมการมีคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการของนักเรียน พบว่าพฤติกรรมการมีคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการมากขึ้น โดยปีการศึกษา 2560 มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าปีการศึกษา 2559อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.01 (t = 24.524; P < .01) เมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยตามความคิดเห็นของผู้ปกครองต่อพฤติกรรม การมีนิสัยรักการอ่านของนักเรียน พบว่าพฤติกรรมการมีคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการมากขึ้น โดยปีการศึกษา 2560 มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าปีการศึกษา 2559อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (t = 20.874; P < .01) และเมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย ตามความคิดเห็นของครูต่อพฤติกรรมการมีคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการของนักเรียน พบว่าพฤติกรรมการมีคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการมากขึ้น โดยปีการศึกษา 2560 มีค่าเฉลี่ยสูงกว่า ปีการศึกษา 2559 (&#61549; = +1.15)

4. ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน ผู้ปกครอง ครู ที่มีต่อรูปแบบการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการของนักเรียน ปีการศึกษา 2559 โดยรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง ( = 3.31, SD = 0.74) เมื่อพิจารณาแต่ละกลุ่มพบว่า ผู้ปกครองมีความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลางมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ( = 3.34, SD = 0.76) รองลงมาคือนักเรียนและครูมีความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลางค่าเฉลี่ยเท่ากัน (&#61549;= 3.30, &#61555; = 0.75) , (&#61549;= 3.30,

&#61555; = 0.70) ปีการศึกษา 2560 โดยรวมความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( = 4.41,SD = 0.73) เมื่อพิจารณาแต่ละกลุ่มพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ( = 4.48, SD

= 0.72) รองลงมาคือผู้ปกครอง ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากมีค่าเฉลี่ย(&#61549; = 4.42, &#61555; = 0.76)ส่วนครูมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด (&#61549; = 4.41, &#61555; = 0.73) และเมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย 2 ปี พบว่า ปีการศึกษา 2560 มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าปีการศึกษา 2559โดยรวมสูงขึ้น ( = + 1.10) เมื่อพิจารณาแต่ละกลุ่มพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการของนักเรียน มากขึ้น โดยปีการศึกษา 2560 มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าปีการศึกษา 2559อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (t = 20.751; P < .01) เมื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้ปกครองที่มีต่อรูปแบบการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการของนักเรียน พบว่าผู้ปกครองมีความพึงพอใจมากขึ้นโดยปีการศึกษา 2560 มีค่าเฉลี่ย สูงกว่าปีการศึกษา 2559อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (t = 21.362; P < .01) เมื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจของครูที่มีต่อรูปแบบการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการของนักเรียน ปีการศึกษา 2559และปีการศึกษา 2560 พบว่าครูมีความพึงพอใจมากขึ้น โดยปีการศึกษา 2560 มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าปีการศึกษา 2559 (&#61549; = +1.03)

ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะเพื่อการนำผลการวิจัยไปใช้ในการพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการประการแรก ผู้บริหารควรศึกษาหลักการ แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับกลยุทธ์ การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม และส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนเป็นรายบุคคล และรายกลุ่มคุณภาพ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน สืบเนื่องคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการ ของนักเรียนเป็นพื้นฐานที่สำคัญ ในการดำรงชีวิตและเป็นเครื่องมือในการสร้างความสำเร็จในอนาคต ที่สำคัญการพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการ ของนักเรียนของนักเรียน ควรได้มีการคัดกรองความสามารถของนักเรียน ตามศักยภาพ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาและการพัฒนาผู้เรียนอย่างเต็มศักยภาพเหมาะสมกับวัย และระดับชั้น นอกจากนั้น โรงเรียนควรจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการ ของนักเรียน ทุกชั้นเรียน/ทุกสัปดาห์ อย่างต่อเนื่อง โดยจัดเป็นกลุ่มสนใจให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มมีครูเป็นที่ปรึกษาให้การสนับสนุน ประการสุดท้ายการสร้างเครือข่ายเพื่อให้สถานศึกษาอื่นหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมกับโรงเรียนสร้างเครือข่ายเพื่อพัฒนาต่อยอดการจัดกิจกรรมนักเรียนด้วยกระบวนการลูกเสือ เพื่อพัฒนาคุณลักษณะค่านิยมหลัก 12 ประการ ให้กับนักเรียน

โพสต์โดย ท็อป : [14 พ.ย. 2561 เวลา 05:21 น.]
อ่าน [133] ไอพี : 183.89.5.15
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
อาหารเด็ก
รับสร้างบ้าน
มอเตอร์เกียร์
รับจัดเลี้ยง
ที่นอน
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม