ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่
หน้าแรก  ข่าวการศึกษา  ครูบ้านนอกBLOG  ห้องสมุดความรู้  เนื้อหาในเว็บไซต์ เผยแพร่ผลงานวิชาการ เกมส์ game เกม เกมส์มากมาย รวมเกมส์
ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน พลายแก้วแต่งงานกับนางพิม

หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (กระทรวงศึกษาธิการ , กรมวิชาการ 2544 ข : 12) ได้กำหนดสาระที่เป็นองค์ความรู้ของการเรียนรู้ภาษาไทยไว้ 5 สาระคือ สาระที่ 1 : การอ่าน สาระที่ 2 : การเขียน สาระที่ 3 : การฟัง การดู และการพูด สาระที่ 4 : หลักการใช้ภาษา สาระที่ 5 : วรรณคดีและวรรณกรรม จะเห็นได้ว่าการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เป็นการจัดการเรียนรู้เพื่อให้เกิดทักษะอย่างถูกต้องเหมาะสมในการสื่อสาร เป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้และประสบการณ์เรียนรู้ในฐานะเป็นวัฒนธรรมทางภาษา ให้เกิดความชื่นชมซาบซึ้งและภูมิใจในภาษาไทยโดยเฉพาะคุณค่าของวรรณคดีและภูมิปัญญาทางภาษาของบรรพบุรุษที่ได้สร้างสรรค์ไว้โดยในสาระที่ 5 วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท 5.1 ที่ระบุไว้ว่า “ผู้เรียนสามารถเข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง...” (กระทรวงศึกษาธิการ , กรมวิชาการ 2544 ก : 12) ผู้เรียนจะต้องเห็นความงามของถ้อยคำ ในบทร้อยกรอง และเข้าใจเรื่องราวของวรรณคดีเพราะการเรียนการสอนวรรณคดีและวรรณกรรม ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้สังคม เข้าใจการดำเนินชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมของคนไทย(กระทรวงศึกษาธิการ, กรมวิชาการ 2544 ก : 9) อีกทั้งการศึกษาวรรณคดียังเป็นการเชื่อมโยงความรู้สึกนึกคิดของคนจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งแล้วยังทำให้ผู้เรียนได้รับความสนุกสนานจากเรื่องที่อ่านอีกด้วย
จากประสบการณ์ที่ผ่านมาซึ่งข้าพเจ้ามีส่วนรับผิดชอบการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระ วิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ตั้งแต่ปีการศึกษา 2534 เป็นต้นมา ได้พบปัญหาสาเหตุที่ส่งผลทำให้ผู้เรียนไม่ประสบผลสำเร็จในการเรียนสาระวิชาภาษาไทยเท่าที่ควรและจากการได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นจากผู้สอนสาระวิชาภาษาไทยทั้งในสถานศึกษาเดียวกันและต่างสถานศึกษา พบว่าปัจจัย ที่ทำให้ผู้เรียนในสาระภาษาไทยไม่บรรลุผล ด้วยเหตุเพราะครูมีข้อจำกัดในการฝึกฝนนักเรียนให้ เกิดทักษะตามจุดม่งหมายของหลักสูตร และครูขาดสื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจ ไม่ทันสมัยนักเรียนไม่มีปฏิสัมพันธ์ต่อสื่อ ทำให้มองเห็นว่าภาษาไทยยุ่งยากไม่จูงใจให้เรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสาระที่ 5 วรรณคดี วรรณคดีและวรรณกรรม เป็นสาระที่สอนแล้วประสบความสำเร็จบรรลุจุดมุ่งหมายค่อนข้างยากเพราะ ผู้เรียนมักไม่สนใจที่จะอ่าน เนื่องจากเป็นภาษาที่เก่าแก่ไม่ร่วมสมัยอีกทั้งยังไม่เข้าใจความหมายของศัพท์ ต้องอาศัยการแปลความ ถอดความ ยากแก่การทำความเข้าใจทำให้ไม่อยากอ่าน
ซึ่งสอดคล้องกับประสบการณ์ที่ข้าพเจ้าได้พบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสอนวรรณคดีไทยในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ข้าพเจ้ารับผิดชอบทำการสอนประสบปัญหาอย่างมาก ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากตัวนักเรียนเอง ดังที่ มล.อัจจิมา เกิดผล (อ้างถึงใน บุญทิวา สิริชยานุกูล 3 : 2546)กล่าวว่า ปัจจุบันการจัดการเรียนการสอนวรรณคดีไทยเกิดปัญหามากมาย เนื่องจากตัวนักเรียนเองไม่มีความสนใจที่จะเรียน และยังเห็นว่าวรรณคดีไทยเป็นสิ่งมอมเมา ไร้เหตุผลและเป็นเรื่องเพ้อฝัน นอกจากปัญหาดังกล่าวปัญหาอีกส่วนหนึ่งอยู่ที่ผู้สอนไม่มีวิธีสอนที่จูงใจนักเรียน สอดคล้องกับผลการวิจัยของกรมวิชาการ (อ้างถึงในอ้างถึงใน บุญทิวา สิริชยานุกูล 3 : 2546) กล่าวว่าครูส่วนใหญ่สอนนักเรียนมุ่งให้นักเรียนท่องจำเพื่อการสอบ รวมทั้งมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการสอนภาษาไทย ครูบางคนขาดการศึกษาค้นคว้า ไม่พยายามใช้เทคนิคการสอนใหม่ๆ อีกทั้งยังยึดติดกับการสอนแบบเดิม ไม่พยายามที่จะปรับวิธีเรียน เปลี่ยนวิธีสอน จึงทำให้นักเรียนเกิดความเบื่อหน่ายและมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการเรียนวรรณคดีไทย ปัญหาสำคัญคือนักเรียนไม่ชอบอ่านเนื้อเรื่อง ไม่ชอบอ่านคำกลอน ไม่เข้าใจความหมายของคำศัพท์ มีความยากลำบากในการแปลและสรุปเรื่องราว แต่มีความสนใจในเนื้อหาของเรื่องที่ครูเล่าให้ฟัง ทำให้ผู้เรียนไม่แตกฉานและไม่เกิดความซาบซึ้งในการพัฒนาการเรียนรู้ด้านวรรณคดีไทย
จากปัญหาสำคัญที่ได้นำเสนอข้างต้นแสดงให้เห็นว่าวิธีการสอน หรือการจัดกิจกรรม การเรียนการสอนของครูเป็นปัญหาสำคัญที่สุด ที่ให้การเรียนการสอนวรรณคดีไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้ข้าพเจ้า จำเป็นต้องพิจารณาแก้ปัญหาด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนได้มีความรู้ ความเข้าใจโดยที่ผู้สอนต้องมีวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แก่ผู้เรียนอย่างเหมาะสม ข้าพเจ้าในฐานะ ผู้มีส่วนรับผิดชอบในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 คาดหวังว่า หากได้ส่งเสริมการเรียนรู้วรรณคดีไทยด้วยการพัฒนาสื่อ วัสดุอุปกรณ์ที่ช่วยให้นักเรียนสนใจส่งผลให้มีความรู้ความเข้าใจในวรรณคดีไทย น่าจะช่วยให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในสาระวิชาภาษาไทยดีขึ้น ทั้งนี้เพราะในปัจจุบันการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญครูจะต้องใช้วิธีการ ที่หลากหลายในอันที่จะให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรม ที่แตกต่างและสร้างสรรค์ ให้ผู้เรียนได้คิดและตัดสินใจด้วยตนเองโดยครู เป็นเพียงผู้เตรียมสื่อต่างๆ เพื่อให้เนื้อหาบทเรียนเป็นรูปธรรม เรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและเป็นผู้คอยแนะนำแนวทางในการคิดเพื่อนำไปสู่การตัดสินใจ สื่อการเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญในการจัดกิจกรรมเพราะจะเป็นสิ่งที่จะช่วยให้เข้าใจบทเรียนยิ่งขึ้นและสื่อบางอย่างนักเรียนสามารถสัมผัสได้ด้วยประสาททั้ง 5 ทำให้นักเรียนเข้าใจได้อย่างแจ่มแจ้งและยังช่วยให้เกิดความคิด ความสนุกสนาน สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ดังนั้นจึงได้มีการศึกษาและค้นคว้า พัฒนากิจกรรม การเรียนรู้ โดยมุ่งเน้นวิธีการที่จะช่วยส่งเสริมและแก้ปัญหาการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีมุ่งประสบการณ์ภาษา กระบวนการกลุ่ม บทเรียนสำเร็จรูป เป็นต้น และมีกิจกรรมการเรียนรู้ลักษณะหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน คือ การใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ทั้งนี้เนื่องจากปัจจุบันข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ มีมากมาย ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ มีแพร่หลายมากและใช้สะดวก โดยเฉพาะเครื่องมือสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ผู้คนจำนวนมากสามารถแบ่งปันความรู้กันได้โดย ไม่จำเป็นต้องอยู่ในที่เดียวกันและสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันโดยผ่าน คอมพิวเตอร์เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้กรอบแนวคิดเกี่ยวกับนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ (IT2000) และแผนพัฒนาสื่อมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคมเพื่อการพัฒนาคนและสังคม (พ.ศ. 2542-2551) ได้กำหนดกรอบการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษาสร้างเนื้อหาความรู้และใช้ในการเรียนการสอน (ไพรัช ธัชยพงษ์ 2541 และพิเชษฐ ดุรงคาวโรจน์ 2541 : 12) ซึ่งสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หมวดที่ 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ในมาตรา 64 รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการผลิตและพัฒนาแบบเรียน ตำรา หนังสือทางวิชาการ สื่อการพิมพ์อื่น วัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอื่น มาตรา 65ให้มีการพัฒนาบุคลากรทั้งด้านผู้ผลิตและผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้มีความรู้ความสามารถและทักษะในการผลิต มาตรา 67 รัฐต้องส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนา การผลิตและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ 2543 ก : 37–38) จึงเห็นได้ว่าการใช้สื่อการเรียนการสอนประเภทคอมพิวเตอร์มาช่วยในการสอน ได้เข้ามามีบทบาท ต่อการเรียนการสอนมากขึ้น ทั้งนี้เพราะสามารถทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างหลากหลายและเรียน อย่างมีความหมายผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองได้ปฏิบัติจริง แต่เนื่องจากสื่อการเรียนการสอนประเภทนี้ยังมีน้อยมากจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการศึกษาค้นคว้าเพื่อผลิตและพัฒนาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาการเรียนในกลุ่มทักษะภาษาไทยในระดับมัธยมศึกษาและระดับอื่นๆให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ด้วยเหตุที่คอมพิวเตอร์ช่วยสอนเป็นสื่อประเภทหนึ่งที่มีความเหมาะสมกับปัจจุบัน เพราะวิทยาการทางคอมพิวเตอร์นับว่ามีบทบาทและความสำคัญต่อการนำไปใช้เพื่อการเรียนการสอนมาก ดังที่ ฟรีแมน (อ้างถึงใน ชาตรี เกิดธรรม 2544 : 2) กล่าวว่า วิทยาการคอมพิวเตอร์ มีความสำคัญมาก สามารถนำไปใช้อธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ทางวิทยาศาสตร์ที่เข้าใจยากให้เข้าใจง่ายมากขึ้น สามารถจัดลำดับได้ตามความต้องการโดยเริ่มจากสิ่งที่ง่ายไปสู่ที่ยากและเริ่มจากสิ่งที่เป็นรูปธรรมไปเป็นนามธรรมด้วยตัวของผู้เรียนเอง ดังที่มีผู้วิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาสื่อการเรียนรู้เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน เช่น ธัญญา ตันติชวลิต (2541 : 80) วิจัยเรื่องการสร้างบทเรียนมัลติมีเดีย เรื่อง การเขียน กาพย์ยานี 11 สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่าบทเรียนมัลติมีเดีย เรื่อง กาพย์ยานี 11 สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ผลสัมฤทธิ์หลังจากการเรียนโดยใช้บทเรียนมัลติมีเดียเรื่อง กาพย์ยานี 11สูงกว่าก่อนเรียน
ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงทำให้ข้าพเจ้าสนใจที่จะสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน พลายแก้วแต่งงาน กับนางพิม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยศึกษาค้นคว้าข้อมูลเนื้อหาสาระและรายละเอียดจากเอกสารตำราและแหล่งข้อมูลต่างๆ เพื่อนำมาผลิตสื่อการเรียนรู้และเป็นการสร้างความสนใจให้ผู้เรียนสนุกสนานไม่เบื่อหน่ายในบทเรียนเพราะโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมีทั้งข้อความ เสียง ภาพลายเส้น ภาพเคลื่อนไหว ตลอดจนการให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนที่มีความรู้ความสามารถต่างกันได้เรียนรู้ด้วยตนเองโดยไม่จำกัดเวลาและบรรลุตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร อีกทั้งเพื่อนำผลที่ได้จากการวิจัยเป็นข้อมูลพื้นฐานประกอบในการวางแผนพัฒนารูปแบบเนื้อหา ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานในรูปแบบอื่น ๆ ให้เหมาะสมกับหลักสูตรต่อไป

วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1. เพื่อพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน พลายแก้วแต่งงานกับนางพิมให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80
2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน พลายแก้วแต่งงานกับนางพิมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ก่อนและหลังเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
3. เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนกลุ่มสาระ การเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน พลายแก้วแต่งงานกับนางพิม

สมมติฐานของการวิจัย
1.บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนพลายแก้วแต่งงานกับนางพิม มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80
2.ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอน พลายแก้วแต่งงานกับนางพิม หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3.นักเรียนมีความคิดเห็นต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน พลายแก้วแต่งงานกับนางพิม ในระดับมากที่สุด



ขอบเขตของการศึกษา
การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้กำหนดขอบเขตของการวิจัยไว้ดังนี้
1.ประชากร
ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนพังตรุราษฎร์รังสรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 และ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 จำนวน 52 คน
2.กลุ่มตัวอย่าง
เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2โรงเรียนพังตรุราษฎร์รังสรรค์ สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษากาญจนบุรี เขต 1 จำนวน 27 คน ที่ได้จากการใช้วิธีการสุ่มแบบง่าย (Sample Random -Sampling) โดยการจับสลากเลือกห้องจากทั้งหมด 2 ห้องเรียน

3. ระยะเวลาในการทดลอง
3.1 ดำเนินการทดลองกับกลุ่มย่อย ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550 จำนวน 2 ครั้ง ใช้เวลาในการทดลองจำนวน 30 ชั่วโมง
3.2 ดำเนินการทดลองภาคสนามกับกลุ่มตัวอย่าง ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550 ใช้เวลาในการทดลองจำนวน 15 ชั่วโมง

4.เนื้อหา
เนื้อหาที่ใช้ในการทดลอง เป็นเนื้อหาวรรณคดีไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอน พลายแก้วแต่งงานกับนางพิม ซึ่งผู้วิจัยแบ่งเนื้อหาเป็นตอนย่อยๆ ดังนี้
ตอนที่ 1 ตอนนางทองประศรีสู่ขอนางพิมจากนางศรีประจันให้พลายแก้ว
ตอนที่ 2 ตอนนางศรีประจันนิมนต์สมภารและภิกษุสงฆ์มาในงานแต่งงานพลายแก้วกับนางพิม
ตอนที่ 3 ตอนพลายแก้วปลูกเรือนหอและยกขันหมากมาแต่งงานที่บ้านนางพิมพร้อมจัดงานเลี้ยงแก่แขกที่มาในงาน
ตอนที่ 4 ตอนพลายแก้วเข้าพิธีแต่งงานตามประเพณีและจัดงานเลี้ยงฉลองแก่แขกผู้มาร่วม ในงาน
ตอนที่ 5 ตอนพลายแก้วเข้าหอและนางศรีประจันอบรมสั่งสอนนางพิมและส่งตัวนางพิมให้แก่พลายแก้วเพื่ออยู่ร่วมหอ



5.ตัวแปรที่ใช้ในการศึกษา
5.1 ตัวแปรต้น ได้แก่ การเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน พลายแก้วแต่งงานกับนางพิม
5.2 ตัวแปรตาม ได้แก่
5.2.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน พลายแก้วแต่งงานกับนาพิม
5.1.2 ความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน พลายแก้วแต่งงานกับนางพิม

นิยามศัพท์เฉพาะ
1. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน หมายถึง บทเรียนเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน พลายแก้วแต่งงานกับนางพิมสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป และ โปรแกรม Macromedia ประกอบด้วย ประวัติความเป็นมา ลักษณะคำประพันธ์ แนะนำ ตัวละคร เนื้อหา คุณค่าทางด้านวรรณศิลป์ ข้อคิด เพื่อให้ผู้เรียนใช้เรียนด้วยตนเองเป็นรายบุคคล
2. ประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน หมายถึง บทเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอน พลายแก้วแต่งงานกับนางพิม สามารถพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้เฉลี่ย ร้อยละ 80 ซึ่งมีดัชนีบ่งชี้ประสิทธิภาพ คือประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 หมายถึง
80 ตัวแรก คือ คะแนนที่ได้จากการทำกิจกรรมการเรียนระหว่างแบบฝึกหัดโดยเฉลี่ย ร้อยละ 80
80 ตัวหลัง คือ คะแนนที่ได้จากการทำแบบประเมินผลหลังการเรียน โดยเฉลี่ยร้อยละ 80
3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ความรู้ ความจำและความเข้าใจหลังจากที่เรียนเนื้อหาโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ซึ่งวัดจากคะแนนที่ได้จากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเป็นแบบเลือกตอบจำนวน 40 ข้อ และมีการตรวจสอบคุณภาพของแบบทดสอบแล้ว
4. ความคิดเห็นของนักเรียน หมายถึง ความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับการใช้งานบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2550 ที่ตอบแบบสอบถาม ที่ผู้รายงานพัฒนาสร้างขึ้น หลังจากการเรียนบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน พลายแก้วแต่งงานกับนางพิม

โพสต์โดย นางพรศรี ชุติมาศ : [9 ก.ย. 2552]
อ่าน [3643] ไอพี : 192.168.212.71
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
     

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.

Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม

เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory
การจัดอันดับของ Stats in Thailand

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าใน

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com
Email2 : kroobannokdotcom@gmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม