ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมโดยใช้เทคนิคการระดมพลังสร้างสรรค์ : กรณีศึกษา การพัฒนาคุณภาพชีวิต

ชื่อเรื่อง การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมโดยใช้เทคนิคการระดมพลังสร้างสรรค์ : กรณีศึกษา

การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุบ้านท่า หมู่ 10 ตำบลส้มป่อย อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ

ชื่อวิจัย ฉันทลักษณ์ ศรีผา

ปีที่วิจัย 2560

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research : PAR) เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุบ้านท่า หมู่ 10 ตำบลส้มป่อย อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ โดยนำหลักการ การระดมพลังสร้างสรรค์ (Appreciation Influence Control : AIC) ที่เข้ามามีส่วนสำคัญเพื่อการกำหนดแนวทางการดำเนินงาน โดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม 3 ขั้นตอน คือ 1) การวางแผนการวิจัย โดยการศึกษาบริบทชุมชน และการแสวงหากิจกรรมและความรู้ ด้วยเทคนิค การระดมพลังสร้างสรรค์ (Appreciation Influence Control : AIC) 2) การปฏิบัติและสังเกตผลตามแผนการดำเนินงาน และ 3) การสะท้อนผลการพัฒนา ซึ่งในแต่ละขั้นตอน ผู้วิจัยใช้เครื่องมือในการเก็บข้อมูล ได้แก่ 1) แบบสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง (Non -Structured interview).เพื่อสำรวจบริบทชุมชน เป็นเครื่องมือที่ผู้วิจัยและผู้ช่วยนักวิจัยในพื้นที่รวบรวมข้อมูลจากการสังเกตและการสอบถาม 2) แบบบันทึกผลการสังเกตการเข้าร่วมกิจกรรมของผู้สูงอายุในชุมชน เป็นเครื่องมือที่ผู้วิจัยและผู้ช่วยนักวิจัยในพื้นที่รวบรวมข้อมูลจากการสังเกตการเข้าร่วมกิจกรรมของผู้สูงอายุ 3) แบบสอบถามสำหรับผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรม เป็นเครื่องมือที่ใช้ประเมินคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อศึกษาและการสะท้อนผลที่ได้ภายใต้มุมมองของผู้สูงอายุแต่ละคน ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ 1) ทีมนักวิจัยพี่เลี้ยง (บุคลากร กศน. อำเภอราษีไศล จำนวน 4 คน) 2) ผู้สูงอายุบ้านท่า หมู่ 10 ตำบลส้มป่อย อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ 3) ผู้ช่วยนักวิจัยในพื้นที่ (อาสาสมัคร กศน. จำนวน 2 คน) 4) ผู้ร่วมจัดกิจกรรม/ผู้ร่วมกิจกรรม และดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล ดังต่อไปนี้ 1) รวบรวมข้อมูลจากเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อเปรียบเทียบข้อมูล (Constant comparison) โดยตรวจสอบความสอดคล้องและถูกต้องของข้อมูล 2) การจัดระเบียบข้อมูล (Data organizing) 3) ประมวลผลข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลโดยทำไปพร้อมๆ กัน ซึ่งทุกครั้งที่ได้ข้อมูลมาต้องจัดประเภทและจัดหมวดหมู่ของข้อมูล สังเคราะห์ แปลความหมายและตีความข้อมูลที่ได้รวบรวมมาทุกครั้ง 4) ตรวจสอบความเชื่อถือได้ (Credibility) ของข้อมูลด้วยวิธีการตรวจสอบสามเส้า (Triangulation) เพื่อตรวจสอบสาระที่ได้จากหลายๆมุมมอง ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยใช้การตรวจสอบจากภายนอก ด้วยวิธีการใช้แหล่งข้อมูลที่แตกต่างกันมาวิเคราะห์เพื่อหาผลสรุป ความสอดคล้องของข้อมูล ซึ่งใช้เก็บข้อมูลที่แตกต่างกัน และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน

การสรุปผลการวิจัยได้สรุป 3 ตอน คือ ตอนที่ 1 การวางแผนการวิจัย โดยการศึกษาบริบทชุมชน และการแสวงหากิจกรรมและความรู้ ด้วยเทคนิค การระดมพลังสร้างสรรค์ (Appreciation Influence Control : AIC) ตอนที่ 2 ผลการวิจัย เกี่ยวกับสภาพความสำเร็จ และปัจจัยหรือเงื่อนไขที่เป็นปัจจัยหลักแห่งความสำเร็จ (Critical Success Factors - CSFs) ในการในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุบ้านท่า หมู่ 10 ตำบลส้มป่อย อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ

สรุปผลการวิจัย

ตอนที่ 1 การวางแผนการวิจัย โดยการศึกษาบริบทชุมชน และการแสวงหากิจกรรมและความรู้ ด้วยเทคนิคการระดมพลังสร้างสรรค์ (Appreciation Influence Control : AIC)

1. การวางแผนการวิจัย โดยการศึกษาบริบทชุมชน และการแสวงหากิจกรรมและความรู้ ด้วยเทคนิค การระดมพลังสร้างสรรค์ (Appreciation Influence Control : AIC) โดยการจัดประชุมกลุ่มเวทีชาวบ้าน ซึ่งมีประชากรในพื้นที่เข้าร่วม 55 คน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันวิเคราะห์ชุมชน มองสภาพปัญหาและแนวทางแก้ไข โดยใช้เทคนิคการระดมพลังสร้างสรรค์ (AIC) ที่มุ่งเน้นการสร้างการมีส่วนร่วม โดยเริ่มที่

1.1 ขั้นตอนการสร้างความรู้ (Appreciation : A) โดยการทบทวนสถานการณ์ชุมชนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และร่วมกันกำหนดอนาคตหรือแนวทางที่จะพัฒนาร่วมกันในวันข้างหน้าตามสภาพที่ต้องการ โดยมุ่งเน้นความคิดเห็นระหว่างกันอย่างให้เกียรติและเท่าเทียมกัน ไม่ครอบงำความคิดระหว่างกัน ซึ่งได้ผลสรุปคือ บ้านท่า หมู่ 10 ตำบลส้มป่อย อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ มีประชากรทั้งหมด 436 คน เป็นชุมชนที่มีความหลากหลายทางด้านชาติพันธ์ มีรักใคร่ ความสามัคคี รักษาประเพณีอันดีงามสืบทอดกันมา เช่น บุญบั้งไฟ การแข่งเรือยาว เป็นต้น มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ปัญหาในด้านขยะมีบ้าง ส่วนสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ไม่มีปัญหาใด ๆ และปัจจุบัน สภาพสังคมเปลี่ยนไปจากที่ครอบครัวเคยอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่ คือ พ่อ แม่ ลูกหลาน ปู่ ย่า ตา และยาย เป็นครอบครัวขนาดเล็ก และมีผู้สูงอายุจำนวนมาก ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในอีก 3 ปีข้างหน้า ที่จะมีมากถึง จำนวน 115 คน โดยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามลำพังสามีภรรยา หรือบางครอบครัวมีหลานอยู่ด้วย ซึ่งลูกๆ ของผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่ไปทำงานต่างจังหวัด ส่งผลให้ผู้สูงอายุมีเวลาว่างตลอดทั้งวัน และไม่ได้รับการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ในชุมชนมากนัก นอกจากกิจกรรมวันผู้สูงอายุและการรับเบี้ยยังชีพเท่านั้น และนอกจากนี้ ยังพบว่า เยาวชนในชุมชนเริ่มเป็นสังคมก้มหน้า ไม่ค่อยสนใจบุคคลรอบข้างและสิ่งรอบข้าง และพบว่าในชุมชนมีจุดแข็งคือ มีผู้นำชุมชนที่มีความเข้มแข็ง และบุคลากร กศน. อำเภอราศีไศล ทำงานเป็นทีมและเป็นที่รักของคนในชุมชนนั้น ๆ และเมื่อให้ประชาชนร่วมกันเลือกอนาคตที่อยากเห็นในชุมชน สรุปได้ว่าส่วนใหญ่อยากให้ผู้สูงอายุในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มากที่สุด โดยด้านสุขภาพทางกายอยากให้สามารถดูแลตนเองได้ในเบื้องต้น ด้านสังคมอยากให้มีกิจกรรมที่พบปะและทำกิจกรรมเกี่ยวกับนันทนาการร่วมกัน ด้านอารมณ์และจิตใจ และด้านการปฏิบัติทางศาสนา โดยการเล่านิทานธรรมะและอ่านคำคล้องจองธรรมะ รองลงมาคือ อยากให้เสริมความรู้เกี่ยวกับทักษะด้านการดูแลลูกหลาน การดูแลบ้านเรือน การเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทยในแต่ละยุคสมัย ตลอดจนการบริโภคที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ

1.2 ขั้นตอนการสร้างแนวทางพัฒนา (Influence : I) โดยประชาชนร่วมกันกำหนดแนวทางความสำเร็จในรูปแบบของกิจกรรมที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกัน และการร่วมกันคัดเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมที่สุดเพื่อที่จะดำเนินการ และการร่วมกันจัดลำดับกิจกรรม เพื่อพิจารณาว่ากิจกรรมใดควรดำเนินการก่อนหลัง ได้ผลสรุป คือ สามารถกำหนดการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุโดยใช้หลักการเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมที่เน้นการเรียนรู้นอกห้องเรียน เพื่อให้เกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชน ในรูปแบบกิจกรรมพัฒนาชีวิต ดังต่อไปนี้ 1) กายบริหาร/ออกกำลังกาย/การนวดเพื่อส่งเสริมสุขภาพ 2) กิจกรรมนันทนาการโดยการฟ้อนรำ 3) กิจกรรมคุยเฟื่อง...เล่าเรื่องอาชีพ 4) กิจกรรมการเล่าสู่กันฟัง (นิทานธรรมะ และคำคล้องจองธรรมะ) 5) กิจกรรมการประดิษฐ์ศิลปะประดิษฐ์ ประกอบด้วย การสานตะกร้า และการทำดอกไม้จันทน์

1.3 ขั้นตอนการสร้างแนวทางการปฏิบัติ (Control : C) โดยการร่วมกันกำหนดแผนปฏิบัติ ระยะเวลา ทรัพยากร และแบ่งผู้รับผิดชอบหลักในแต่ละโครงการหรือกิจกรรม โดยที่กิจกรรมในข้อ 1) กายบริหาร/ออกกำลังกาย/การนวดเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และข้อ 2) กิจกรรมนันทนาการโดยการฟ้อนรำ ดำเนินการทุกเดือน ๆ ละ 1 ครั้ง โดยมีผู้วิจัย ทีมนักวิจัยพี่เลี้ยง (บุคลากร กศน. อำเภอราษีไศล จำนวน 3 คน) และผู้ช่วยนักวิจัยในพื้นที่ (อาสาสมัคร กศน. จำนวน 2 คน) เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดกิจกรรม ร่วมกับนักวิชาการขององค์กรบริหารตำบลส้มป่อย และบุคลากรของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลส้มป่อย อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ และกลุ่มชมรมผู้รักษ์สุขภาพตำบลส้มป่อย รับผิดชอบหลักจะจัดเตรียมสถานที่ และมีนางหม่อน หงส์อินทร์ ร่วมเป็นผู้นำในการออกกำลังกายและฟ้อนรำ ให้ผู้สูงอายุได้ยืดเส้นยืดสาย รู้วิธีการออกกำลังกาย การนวด ที่ถูกวิธีสำหรับผู้สูงอายุ พร้อมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเบื้องต้นแก่ผู้สูงวัย พร้อมทั้งการตอบคำถามที่ผู้สูงอายุต้องการเรียนรู้

ส่วนกิจกรรม ข้อ 3) กิจกรรมคุยเฟื่อง...เล่าเรื่องอาชีพ และข้อ 4) กิจกรรมการเล่าสู่กันฟัง (นิทานธรรมะ และคำคล้องจองธรรมะ) ดำเนินการ 4 ครั้งในช่วงเดือน พฤษภาคม – กันยายน 2560 โดยมีผู้วิจัย ทีมนักวิจัยพี่เลี้ยง (บุคลากร กศน. อำเภอราษีไศล จำนวน 3 คน) และผู้ช่วยนักวิจัยในพื้นที่ (อาสาสมัคร กศน. จำนวน 2 คน) เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดกิจกรรม ร่วมกับนักวิชาการขององค์กรบริหารตำบลส้มป่อย

และ 5) กิจกรรมการประดิษฐ์ศิลปะประดิษฐ์ ประกอบด้วย การสานตะกร้า ดำเนินการ 1 ครั้ง โดยมีผู้วิจัย ทีมนักวิจัยพี่เลี้ยง (บุคลากร กศน. อำเภอราษีไศล จำนวน 3 คน) เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดกิจกรรม ส่วนวิชาชีพการทำดอกไม้จันทน์ ดำเนินการในช่วงเดือน พฤษภาคม – กันยายน 2560 โดยมีผู้วิจัย ทีมนักวิจัยพี่เลี้ยง (บุคลากร กศน. อำเภอราษีไศล จำนวน 3 คน) เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดกิจกรรม

ตอนที่ 2 ผลการวิจัย

2.1 สภาพความสำเร็จของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ โดยใช้กระบวนการการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research : PAR) ได้ข้อสรุปว่า

การดำเนินการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมด้วยเทคนิคการระดมพลังสร้างสรรค์ : กรณีศึกษาการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุบ้านท่า หมู่ 10 ตำบลส้มป่อย อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ นับเป็นโครงการที่มีประโยชน์ สร้างคุณค่า และชี้นำลูกหลานให้กลับมาสนใจใส่ใจดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งถือได้ว่าผู้สูงอายุเป็นปูชนียบุคคลที่สำคัญที่เป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตที่ดีงามแก่ลูกหลาน เป็นคลังภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมในชุมชน ที่สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ จากการสัมภาษณ์ผู้สูงอายุแบบไม่มีโครงสร้าง สรุปได้ว่า ด้านสุขภาพทางกาย พบว่า ผู้สูงอายุมีความแข็งแรง และรู้วิธีการรักษาสุขภาพ ด้านสังคม พบว่า ผู้สูงอายุมีความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลมากขึ้น โดยมีการติดต่อ พบปะสังสรรค์ รวมถึงการมีกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับคนในครอบครัว เพื่อน ญาติมิตรและคนรอบข้าง ด้านอารมณ์และจิตใจ พบว่า ผู้สูงอายุ มีความสุข มีอารมณ์แจ่มใส มีความคิดความจำที่ดี และและด้านการปฏิบัติทางศาสนา พบว่า ผู้สูงอายุ ได้มีโอกาสพูดคุยหลักธรรมะกับเพื่อนบ้านวัยเดียวกันและต่างวัย และสามารถนำหลักทางศาสนามาใช้ในชีวิตได้ เช่น การทำจิตใจให้คิดดี ทำดี พูดดี การให้อภัย การรักษาศีล และการช่วยเหลือผู้อื่น มีความพร้อมที่จะเป็นผู้ให้ และเป็นที่ปรึกษาให้กับลูกหลาน ทำให้ผู้สูงอายุเกิดความภาคภูมิใจ เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างมีความหมาย สอดคล้องกับผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถาม สรุปได้ว่า ผู้สูงอายุมีความคิดเห็นว่าการมีส่วนร่วมในกิจกรรมมีผลต่อคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ จำแนกตามรายด้านดังนี้ ด้านสุขภาพทางกาย พบว่า ผู้สูงอายุเห็นว่าสุขภาพทางกายมีค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยทุกข้อที่มีคะแนนเฉลี่ยในระดับมากที่สุด โดยข้อที่มีคะแนนสูงสุด 3 ลำดับแรกคือ กิจกรรมทำให้ท่านได้มีโอกาสออกกำลังกายมากขึ้น รองลงมาคือ กิจกรรมทำให้ท่านรู้สึกว่า สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างว่องไว และกระฉับกระเฉง และกิจกรรมทำให้ท่านรู้สึกว่า กล้ามเนื้อขา แขน ยังแข็งแรงสามารถยืดหยุ่นได้ ตามลำดับ ด้านสังคม พบว่า ผู้สูงอายุเห็นว่าด้านสังคมมีค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยทุกข้อที่มีคะแนนเฉลี่ยในระดับมากที่สุด โดยข้อที่มีคะแนนสูงสุด 3 ลำดับแรกคือ กิจกรรมทำให้ท่านสามารถสนทนากับบุคคลในวัย เดียวกันได้อย่างมีความสุข รองลงมา กิจกรรมทำให้ท่านสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เข้าร่วมกิจกรรมด้วยกันได้เป็นอย่างดี และกิจกรรมนันทนาการทาให้ท่านได้ ช่วยเหลือเพื่อนในกลุ่มในกิจกรรม ที่ท่านถนัด ตามลำดับ ด้านอารมณ์และจิตใจ พบว่า ผู้สูงอายุเห็นว่าด้านอารมณ์และจิตใจมีค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยข้อที่มีคะแนนสูงสุด 3 ลำดับแรกคือ กิจกรรมทำให้ท่านรู้สึกดี มีความสุข รองลงมาคือ กิจกรรมทำให้ท่านรู้สึกผ่อนคลาย กิจกรรมทำให้ท่านรู้สึกว่า การใช้ชีวิตของท่านทุกวันมีคุณค่า และความหมาย กิจกรรมทำให้ท่านรู้สึกว่าได้การยอมรับจากผู้อื่น ตามลำดับ และด้านการปฏิบัติทางศาสนา พบว่าพบว่า ผู้สูงอายุเห็นว่าด้านการปฏิบัติทางศาสนามีค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยทุกข้อที่มีคะแนนเฉลี่ยในระดับมากที่สุด โดยข้อที่มีคะแนนสูงสุด 3 ลำดับแรกคือ กิจกรรมทำให้ท่านได้ใช้เวลาว่างในการศึกษาธรรมะหรือปฏิบัติธรรม รองลงมาคือ กิจกรรมทำให้ท่านแก้ปัญหาหรืออุปสรรคในชีวิตได้โดยใช้หลักธรรมของศาสนา และกิจกรรมทำให้ท่านเข้าใจชีวิตมากขึ้น ตามลำดับ

ดังนั้นการดำเนินการในครั้งนี้ มีสภาพความสำเร็จตามจุดมุ่งหมายของการวิจัย โดยมีประเด็นที่น่าสนใจที่ผู้วิจัยค้นพบ คือ สังคมหรือกลุ่มคนในชุมชนบ้านท่า หมู่ 10 ตำบลส้มป่อย อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ เห็นคุณค่าของการเรียนรู้ มีการร่วมมือรวมพลัง โดยการแสวงหาความรู้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การส่งเสริมกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ ในชุมชน ดังจะเห็นได้จากการร่วมวางแผนรูปแบบการพัฒนาผู้สูงอายุในชุมชน โดยการจัดประชุมกลุ่มเวทีชาวบ้าน ซึ่งมีประชากรในพื้นที่เข้าร่วมจำนวนมากถึง 55 คน เพื่อทบทวนสถานการณ์ชุมชนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งได้ผลสรุปร่วมกันหลายประการ และที่ประชาชนมีความเห็นร่วมกันมากที่สุด คือ ผู้สูงอายุมีจำนวนมาก และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในอีก 3 ปีข้างหน้า ที่จะมีมากถึง จำนวน 115 คน และอนาคตที่อยากเห็นในชุมชน คือ อยากให้ผู้สูงอายุในชุมชนดูแลตนเองได้ในเบื้องต้น ในด้านสุขภาพ ด้านร่างกายและจิตใจ และร่วมกันสร้างแนวทางการพัฒนาจนสามารถกำหนดกิจกรรมได้ จำนวน 5 กิจกรรม โดยการดำเนินการในแต่ละกิจกรรมนั้น มีหน่วยงานภาครัฐประชาชนและวัด เข้ามาร่วมเป็นภาคีเครือข่ายและเป็นเจ้าภาพหลัก นอกจากนี้ยังพบว่า ทีมนักวิจัยพี่เลี้ยง (บุคลากร กศน. อำเภอราษีไศล จำนวน 3 คน) และผู้ช่วยนักวิจัยในพื้นที่ (อาสาสมัคร กศน. จำนวน 2 คน) รวมทั้งกลุ่มคนในชุมชนบ้านท่า อำเภอราษีไศล จังหวัด ศรีสะเกษ เกิดกระบวนการเรียนรู้จากการวิพากษ์วิจารณ์ การสะท้อนผลการปฏิบัติ ดังจะเห็นได้จากการร่วมกันสะท้อนผล และการหาแนวทางการกำหนดกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ในชุมชน ที่เกิดจากความต้องการของประชาชนมากขึ้น ซึ่งได้ข้อสรุปในการวางแผนดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพชีวิต ในระยะที่ 2 คือ 1) ด้านการอบรมนักวิจัยพี่เลี้ยง (บุคลากร กศน. อำเภอราษีไศล จำนวน 3 คน) และบุคลากรท่านอื่น ๆ ด้านการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research : PAR) เกี่ยวกับการสร้างเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูลเทคนิคการเก็บและบันทึกข้อมูล การวิเคราะห์ผลและสรุปข้อมูลเบื้องต้น พร้อมทั้งขยายผลการดำเนินงานให้มากขึ้น 2) การแสวงหาภาคีเครือข่าย และการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และ 3) การหาแนวทางการกำหนดกิจกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุโดยเน้นให้พัฒนาตนเองด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยต้องการให้หน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ สนับสนุนสื่อเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ กาย ใจ อารมณ์ และสังคม รวมทั้งการดูแลสภาพแวดล้อมภายในบ้านและชุมชนให้น่าอยู่ สะอาด โดยเน้นสื่อที่เป็นรูปภาพ ที่สอดคล้องกับเนื้อหาเพื่อให้เรียนรู้ด้วยตนเองต่อไปอย่างต่อเนื่องต่อไป เนื่องจากผู้สูงอายุในชุมชนบ้านท่า มีบ้านที่ห่างไกลกัน ไม่สะดวกในการเดินทางมาเข้าร่วมกิจกรรมบ่อย ๆ และที่สำคัญผู้สูงอายุมีความเข้าใจต่อเนื้อหาในกิจกรรมต่างที่เข้าร่วมดีแล้ว จึงต้องการสื่อเพื่อใช้ในการทบทวนและดำเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยตนเองต่อไป

2.2 ปัจจัยหรือเงื่อนไขที่เป็นปัจจัยหลักแห่งความสำเร็จ (Critical Success Factors - CSFs) ในการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมโดยใช้เทคนิคการระดมพลังสร้างสรรค์ : กรณีศึกษาการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุบ้านท่า หมู่ 10 ตำบลส้มป่อย อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ได้ข้อสรุปว่า ปัจจัยที่เป็นรูปธรรมในการเชื่อมโยงการดำเนินงานทุกขั้นตอนที่ทำให้ผู้สูงอายุบ้านท่า หมู่ 10 ตำบลส้มป่อย อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ตามจุดมุ่งหมาย มีจำนวน 3 ประการ ดังนี้

2.3.1 การส่งเสริมเครือข่ายที่เข้มแข็ง คือ บุคลากร กศน. อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ โดยจากการดำเนินงาน พบว่า ครู กศน. มีความสัมพันธ์กับประชาชนในพื้นที่ทั้งในเชิงโครงสร้างทางสังคมและส่วนตัว เป็นที่รักของประชาชนในพื้นที่และผู้นำชุมชน สามารถเข้าถึง เรียนรู้และพัฒนาชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความกระตือรือร้นในการดำเนินการ ประกอบกับ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ มีความรู้ความสามารถ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งการให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่ผู้วิจัยในการดำเนินงานทุกขั้นตอน ทั้งด้านบุคลากร งบประมาณ และกิจกรรมการดำเนินงาน ซึ่งนับเป็นพลังสำคัญหนึ่งที่ทำให้เกิดความเข้มแข็งของการดำเนินกิจกรรม และประการสำคัญ ผู้อำนวยการและบุคลากร กศน. อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ เห็นความสำคัญและความจำเป็นการพัฒนาผู้สูงอายุให้ รวมทั้งการมุ่งพัฒนาชุมชนจากความต้องการของชุมชนเอง นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญในการกระตุ้นให้สมาชิกในชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา ทุกกิจกรรม ให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนราชการในชุมชนเป็นอย่างดี รวมทั้งกำกับ ติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง จนสามารถดำเนินการพัฒนาชุมชนโดยชุมชนได้อย่างหลากหลายตามบริบทของชุมชนอย่างแท้จริง

2.3.2 สร้างความตระหนัก และให้ความสำคัญผู้มีส่วนร่วม โดยการใช้เทคนิคการระดมพลังสร้างสรรค์ หรือเทคนิค (A-I-C) เพื่อให้ผู้มีส่วนร่วมการแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งจะทำให้ทุกคนมีโอกาสใช้ทั้งข้อเท็จจริง เหตุผลผลความรู้สึก ตลอดจนการแสดงออกในลักษณะที่เป็นจริง เมื่อทุกคนได้แสดงออกและได้รับการยอมรับ จะมีความรู้สึกดี อบอุ่น และเกิด “พลังร่วม” ขึ้นระหว่างผู้มาร่วมประชุมด้วยกัน เกิดการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ของแต่ละคนที่มีอยู่ มาช่วยกัน มาช่วยกันกำหนดยุทธศาสตร์ที่จะบรรลุวิสัยทัศน์ร่วม (Shared Vision) หรืออุดมการณ์ร่วม (Shared Ideal) ของกลุ่มและเมื่อทุกคนได้แสดงความคิดเห็น จะนำวิธีการที่เสนอแนะนำมาจัดหมวดหมู่ แยกแยะ พิจารณารวมกัน จนกระทั่งได้วิธีการที่สำคัญที่กลุ่มเห็นพ้องต้องกันว่าจะนำไปสู่ความสำเร็จที่กลุ่มต้องการ และการนำวิธีการสำคัญมากำหนดเป็นแผนปฏิบัติหรือแผนการดำเนินงาน (Action Plan) อย่างละเอียดว่าทำอะไร อย่างไร เป้าหมาย ผู้รับผิดชอบคือใคร ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ดังนั้นผู้มีส่วนร่วมจะรู้สึกว่าตนเอง มีความสำคัญในกระบวนการ และจะร่วมมืออย่างเต็มที่ดังจะเห็นได้จากการเข้าร่วมเวทีชาวบ้าน การเข้าร่วมกิจกรรม และจากกิจกรรมการสะท้อนผลการดำเนินงาน ซึ่งข้อสรุปที่ได้มา คือ ได้แนวทางการพัฒนาผู้สูงอายุในชุมชน และข้อมูลสารสนเทศที่จะนำไปสู่การพัฒนากิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุด้วยตนเองอย่างแท้จริง

2.3.3 การสร้างการยอมรับจากผู้มีส่วนร่วม พบว่า ผู้วิจัยได้ดำเนินการในช่วงแรกเพื่อสร้างความเป็นมิตร อย่างจริงใจ กับบุคลากร กศน.อำเภอในพื้นที่ และการพบปะพูดคุยอย่งไม่เป็นทางการกับผู้นำชุมชน และประชาชนในชุมชน จนทุกฝ่ายเข้าใจและเกิดความรู้สึกชื่นชมและไว้วางใจ โดย เฉพาะบุคลากร กศน.อำเภอในพื้นที่ เต็มใจและ สนับสนุน เรื่อง แรงกาย ใจ สถานที่ งบประมาณ กิจกรรม และเวลา นอกจากนี้ยังพบว่า การดำเนินกิจกรรมได้รับความร่วมมือจากสมาชิกในชุมชนอย่างหลากหลาย ทั้งการเข้ามาร่วมคิดร่วมในการวางแผนการดำเนินงาน ร่วมดำเนินการ ร่วมประเมินผลและร่วมสะท้อนผล โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในพื้นที่ทั้งจากประชาชน จากสถานศึกษา และจากหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ส่งผลให้เกิดการทำงานหนุนเสริม ซึ่งกันและกัน ในการขับเคลื่อนไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้เป็นผลสำเร็จบนความร่วมมือร่วมใจของสมาชิกในชุมชน ทั้งนี้การมีความร่วมมือ จากสมาชิก และภาคีเครือข่ายในชุมชน ได้ให้ความร่วมมือเป็นทีมนักวิจัยพี่เลี้ยง (บุคลากร กศน. อำเภอราษีไศล จำนวน 4 คน) เป็นผู้ช่วยนักวิจัยในพื้นที่ (อาสาสมัคร กศน. จำนวน 2 คน) และเป็นผู้ร่วมจัดกิจกรรม/ผู้ร่วมกิจกรรม ซึ่งประกอบด้วย ผู้อำนวยการและคณะบุคลากรศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอราษีไศล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านท่า อาสาสมัคร กศน.บ้านท่า อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน บุคลากรโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลส้มป่อย และแกนนำชุมชน ได้แก่ ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งจุดเด่นของการมีส่วนร่วมของเครือขายในการดำเนินงานครั้งนี้ได้สนับสนุนกำลังคน หรือเข้าร่วมดำเนินงาน บริหารงาน และประสานงาน และที่สำคัญศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอราษีไศลให้การสนับสนุนเป็นกำลังหลักด้านงบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ และบุคลากร ดังนั้นจึงสามารถกล่าวได้ว่า หลายๆ ภาคส่วนได้ผนึกกำลังในการจัดกิจกรรมทุกกิจกรรมในชุมชนด้วยความเต็มใจจนเกิดความภาคภูมิใจร่วมกัน

ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะการวิจัยครั้งต่อไป

3.1 การดำเนินการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุด้วยกระบวนการการวิจัย เชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research : PAR) ควรมีการดำเนินการในพื้นที่อื่นๆ ที่มีบริบทคล้ายคลึงกัน และแตกต่างกันเพื่อให้ได้สารสนเทศเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ที่หลากหลาย อันจะเป็นฐานในการกำหนดนโยบาย แนวปฏิบัติที่ดีในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ให้ครบทุกด้านต่อไป

3.2 การดำเนินการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research : PAR) ควรดำเนินการพัฒนาผู้สูงอายุในมิติอื่น ๆ เพื่อให้ได้สารสนเทศในการพัฒนาผู้สูงอายุในมิติอื่น ๆ ที่หลากหลาย อันจะเป็นฐานในการกำหนดนโยบาย แนวปฏิบัติที่ดีในการพัฒนาผู้สูงอายุให้ครบทุกมิติต่อไป

3.3 การดำเนินการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research : PAR) เพื่อพัฒนาผู้สูงอายุครั้งต่อไปควรเตรียมพร้อม ทีมนักวิจัยพี่เลี้ยง ผู้ช่วยนักวิจัยในพื้นที่ และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความรู้เกี่ยวกับวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป

3.4 การดำเนินการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research : PAR) เพื่อพัฒนาผู้สูงอายุในชุมชน ควรส่งเสริมสถาบันครอบครัวเป็นแกนหลักในการร่วมกันพัฒนาผู้สูงอายุในครัวเรือนแต่ละครัวเรือน ด้วยกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่องและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้เกิดความผูกพัน รักใคร่ภายในครอบครัวนั้น ๆ และส่งผลให้ผู้สูงอายุเห็นคุณค่าในตนเองต่อไป

โพสต์โดย เหมียว : [19 พ.ค. 2561 เวลา 14:21 น.]
อ่าน [694] ไอพี : 1.47.137.232
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
สมัครงานอย่างมืออาชีพ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์กับอุปกรณ์เพิ่มความสะดวกสบายอย่าง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ้กและอีกมากมาย การรันตีสินค้าได้มาตราฐาน
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ