ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมี วิจารณญาณและจิตวิทยาศาสตร์

บทคัดย่อ

การวิจัยและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและ จิตวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบ 2) เพื่อพัฒนารูปแบบและหาประสิทธิภาพ 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบ 4) เพื่อประเมินประสิทธิผลของรูปแบบ โดยเปรียบเทียบก่อนเรียนและหลังเรียน ด้านทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ด้านจิตวิทยาศาสตร์ ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และศึกษาความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ตามแนวรูปแบบ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 38 คน โรงเรียนเทศบาล 3 วัดไชนาวาส เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย รูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อส่งเสริมทักษะ การคิดอย่างมีวิจารณญาณและจิตวิทยาศาสตร์ คู่มือการใช้รูปแบบ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบประเมินทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ แบบประเมินจิตวิทยาศาสตร์ แบบประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบประเมิน ความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสถิติ t-test dependent และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า

1. ในการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ นักเรียนควรได้รับการส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และพฤติกรรม/ค่านิยมที่ดีงามด้านจิตวิทยาศาสตร์

2. รูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและจิตวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มี 4 องค์ประกอบ (1) หลักการและวัตถุประสงค์ หลักการ คือ มนุษย์เป็นผู้มีเหตุผล และมีความพร้อมที่จะพัฒนาตนเองในระดับที่แตกต่างกันด้วยกระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ร่วมมือกันใน การเรียนรู้ และมีการเสริมแรงที่เหมาะสมเพื่อการเรียนรู้อย่างมีความหมาย มีวัตถุประสงค์ ส่งเสริมทักษะการคิดอย่าง มีวิจารณญาณ จิตวิทาศาสตร์ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และศึกษาความพึงพอใจ (2) กระบวนการของรูปแบบที่พัฒนา ชื่อ มีแมค (MEMC Model) ประกอบด้วย ขั้น 1 สร้างศรัทธา (M: Make believe) ได้แก่ 1) กายจิตสมาธิ 2) มิติสัมพันธ์ ขั้น 2 เสริมกระบวนการ (E: Extra processes) ได้แก่ 1) จุดประสงค์/มโนทัศน์กว้าง 2) การเรียนรู้สาระใหม่ 3) กิจกรรม CTP ขั้น 3 ผสานค่านิยม (M: Merge values) ขั้น 4 สะสม/เสริมแรง (C:Collector/reinforcement) (3) การวัดผลประเมินผล 4 ด้าน คือ ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ จิตวิทยาศาสตร์ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความพึงพอใจของนักเรียน และ (4) เงื่อนไขการนำรูปแบบไปใช้ นักเรียนควรมีความพร้อมทางกาย จิตใจ อารมณ์ ปฏิสัมพันธ์ที่ดี และเห็นความสำคัญในสถานการณ์หรือบทเรียน โดยพบว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 81.95/82.96 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้

3. ทดลองจัดการเรียนรู้ตามแนวรูปแบบ MEMC Model กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 วิชาวิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 แรง การเคลื่อนที่และพลังงาน

4. ประสิทธิผลของรูปแบบ MEMC Model พบว่า นักเรียนมีทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณหลังเรียน ภาพรวมอยู่ในระดับสูง และสูงกว่าก่อนเรียนซึ่งอยู่ในระดับควรปรับปรุง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ด้านจิตวิทยาศาสตร์ของนักเรียนหลังเรียนภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และมากกว่าก่อนเรียนซึ่งอยู่ในระดับปานกลาง ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมีคะแนนหลังเรียนระดับคุณภาพสูง และสูงกว่าก่อนเรียนซึ่งอยู่ในระดับพอใช้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนรู้ตามแนวรูปแบบ ภาพรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด

Pisamai Hongtong: The Development of a Model for Managing the Learning of Science in Support of

the Critical Thinking Skills and the Scientific Mind of Mattayom 3 Students

Abstract

Researching and developing a model for managing the learning of science in support of the critical thinking skills and the scientific mind of Mattayom 3 students has the following objectives: 1. To study background information in order to develop a model, 2. To develop a model and search for its effectiveness, 3. To experiment the model, and 4. To evaluate the effectiveness of the model through pre-post learning by comparing the critical thinking skills, the scientific mind, the learning achievement, and the satisfaction in the learning as per the model. The sample group of this study was 38 Mattayom 3/2 students studying the second semester, academic year of B.E. 2557 at Wat Chinawas Municipality School 3, Muang Suphanburi, Suphanburi. The instruments used in this research con-sisted of the model for managing the learning of science in support of the critical thinking skills and the scientific mind, the manual on how to use the model for managing the learning, the critical thinking skills evaluation form, the scien-tific mind evaluation form, the learning achievement evaluation form, and the satisfaction evaluation form. The data was analysed using average, standard deviation, and t-test dependent. The analysis of the research results found that:

1. In managing the learning of science, the students should be encouraged to gain the critical thinking skills and the behaviour/good value for scientific mind;

2. The model for managing the learning of science in support of the critical thinking skills and the scientific mind of Mattayom 3 students had 4 elements as follows: 1. Principle and Objective: Principle: humans are with reasons and prepared to improve themselves to different levels based on their critical thinking processes, collaboration in learning, and appropriate reinforcement for meaningful learning, Objective: to support the critical thinking skills, the scientific mind, the learning achievement; and to study satisfaction, 2. Processes of the developed model: the MEMC Model consists of Step 1 M: Make believe, which includes 1) mind concentration, 2) spatial temporal; Step 2 E: Extra processes, which includes 1) objectives/broad visions, 2) learning new information, 3) CTP activities; Step 3 M: Merge values; and Step 4 C:Collector/Reinforcement, 5. Assessment and Evaluation 4 issues: the critical thinking skills, the scientific mind, the learning achievement, and the satisfaction. 4. Conditions of using the model: the students should be prepared in terms of their readiness in maturation, mentality, and emotional intelligence; have good interactions; and see the importance of situations or lessons: it was found that the model for managing the learning of science worked effectively at 81.95/82.96, which was higher than the set criteria of 80/80.

3. Experimented managing the learning as per the MEMC Model with the Mattayom 3 students studying the Science Subject, Learning Unit 1 on Force, Movement, and Energy.

4. Effects of the MEMC Model found that the students had the critical thinking skills after the learning. In general, it was at a high level in which it was higher than the period before learning, which was at a needing improvement level. This resulted in a statistically significant level of .05. As for the scientific mind of the students after the learning, in general, it was at highest level in which it was higher than the period before learning, which was at the middle level. In terms of the learning achievement, the scores after the learning were at a high quality level in which it was higher before the period before learning, which was at a fair level. This resulted in a statistically significant level of .05. The satisfaction of the students in their learning as per the model was at the highest level.

โพสต์โดย pissamai : [20 ม.ค. 2560 เวลา 08:32 น.]
อ่าน [475] ไอพี : 110.77.215.174
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
สมัครงานอย่างมืออาชีพ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์กับอุปกรณ์เพิ่มความสะดวกสบายอย่าง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ้กและอีกมากมาย การรันตีสินค้าได้มาตราฐาน
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ