ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนารูปแบบการนิเทศโดยใช้เครือข่ายการเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์เพื่อแก้ปัญหา การอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้

การพัฒนารูปแบบการนิเทศโดยใช้เครือข่ายการเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์เพื่อแก้ปัญหา

การอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ของโรงเรียนสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น

เทวา ตั้งวานิชกพงษ์*

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

จากพระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2520 ความว่า“การศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนา ความรู้ ความคิด ความประพฤติ เจตคติ ค่านิยมและคุณธรรมของบุคคล เพื่อให้เป็นพลเมืองดี มีคุณภาพและประสิทธิภาพ การพัฒนาประเทศก็ย่อมทำได้สะดวกราบรื่นได้ผลที่แน่นอนรวดเร็ว” ทรงพระราชทานเกี่ยวกับการศึกษาไว้ว่า การศึกษามีความหมาย 2 มิติคือ 1) เป็นการพัฒนาองค์ความรู้ในเรื่องต่าง ๆ 2) เป็นการพัฒนาบุคคลให้ผู้ศึกษามีความคิด ความประพฤติ เจตคติ ค่านิยมและคุณธรรม ส่งผลให้ประเทศต้องเร่งพัฒนาการจัดการศึกษา เพราะการศึกษาเป็นเรื่องของการพัฒนาประชากร เมื่อประชากรของประเทศมีคุณภาพสูงขึ้น ก็ย่อมจะสร้างสรรค์และพัฒนางานรวมทั้งสามารถแก้ปัญหาต่าง ๆโดยวิธีการที่ถูกต้องเหมาะสม

การพัฒนาความสามารถในการใช้ภาษาไทยของเยาวชนเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เนื่องจากสังคมโลกต้องมีการสื่อสาร การพัฒนาผู้เรียนให้สามารถอ่านออกเขียนได้จึงมีส่วนสำคัญเบื้องต้นที่จะช่วยให้สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากผลการศึกษาของกลุ่มงานศึกษานิเทศก์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น พบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ยังขาดทักษะการอ่านทั้งการอ่านออกเสียง และการอ่านในใจ อ่านเรื่องแล้วจับใจความสำคัญจากเรื่อง ที่อ่านไม่ได้ หรือจับใจความได้แต่ไม่ครอบคลุมเนื้อหา อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ และขาดนิสัยรักการอ่าน กล่าวคือปัญหาที่พบในเรื่องการอ่านการเขียนคือ 1) นักเรียนอ่านหนังสือไม่คล่อง อ่านตะกุกตะกักอ่านตู่ตัว คืออ่านผิดไม่ตรงกับคำที่เป็นจริง 2) นักเรียนไม่มีสมาธิในการอ่านโดยขณะอ่านจะให้ความสนใจกับสิ่งรอบข้างทำให้การอ่านขาดความต่อเนื่อง 3) นักเรียนอ่านเรื่องราวแล้วไม่เข้าใจความหมาย ไม่สามารถจับใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่านได้ 4) นักเรียนขาดนิสัยรักการอ่าน โดยใช้เวลาในการอ่านแต่ละครั้งน้อยและไม่อ่านหนังสืออย่างสม่ำเสมอ และ 5) นักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ซึ่งที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ มีร้อยละ 2.50

ผู้วิจัยในฐานะหัวหน้ากลุ่มงานนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนารูปแบบการนิเทศ เพื่อพัฒนาครูให้สามารถแก้ไขปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ จึงมีความสนใจที่จะนำรูปแบบการนิเทศหรือการโค้ชทางปัญญา (Cognitive coaching) มาส่งเสริมให้ครูเกิดการร่วมมือกันทางวิชาชีพ ก่อให้เกิดชุมชนการเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์ คือ Professional Learning Community (PLC) ร่วมกับการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) จึงก่อให้เกิดประโยชน์มากมายต่อการสอนของครู ไม่ว่าจะเป็นด้านเนื้อหาและวิธีการสอนและต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน เพื่อแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ของนักเรียน ในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ตามขั้นตอนการนิเทศ 4 ระยะ สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช, 2545) และหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่ตั้งไว้ อีกทั้งยังก่อประโยชน์ต่อการนำความรู้ไปใช้ในการดำเนินชีวิตของผู้เรียนและนำไปสู่การพัฒนาสังคมและประเทศชาติต่อไปในอนาคต

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1. เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการ ในการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ของโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น

2. เพื่อพัฒนารูปแบบการนิเทศโดยใช้เครือข่ายการเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์ เพื่อแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ของโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น

3. เพื่อศึกษาผลของการใช้รูปแบบการนิเทศโดยใช้เครือข่ายการเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์ เพื่อแก้ปัญหาการอ่าน ไม่ออกเขียนไม่ได้ ของโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น

4. เพื่อประเมินและปรับปรุง การใช้รูปแบบการนิเทศโดยใช้เครือข่ายการเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์ เพื่อแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ของโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น

ขอบเขตของการวิจัย

การพัฒนารูปแบบการนิเทศโดยใช้เครือข่ายการเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์ เพื่อแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ของโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ผู้วิจัยได้กำหนดขอบเขตของการวิจัยแบ่งเป็น 4 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐาน

1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาในขั้นการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน ได้แก่

1.1 ประชากร

1.1.1 ผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ผู้อำนวยการสถานศึกษา 19 คน รองผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน 26 คน รวม 45 คน

1.1.2 หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น จำนวน 19 คน

1.1.3 ครูผู้สอนวิชาภาษาไทย โรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นจำนวน 85 คน

1.1.4 นักเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ในปีการศึกษา 2558 ของโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น จำนวน 10,879 คน

1.15 ศึกษานิเทศก์สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น จำนวน 4 คน

1.2 กลุ่มตัวอย่าง

1.2.1 ตัวแทนผู้บริหารสถานศึกษา ของโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น จำนวน 19 โรงเรียน

1.2.2 ตัวแทนครูภาษาไทยที่สอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 18 คน เป็นครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ในปีการศึกษา 2558 ของโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)

1.2.3 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในปีการศึกษา 2558 ของโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นจำนวน 18 โรงเรียน ที่ได้รับการคัดกรองเป็นนักเรียนที่มีปัญหาด้านการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ จำนวน 150 คน

2. ตัวแปร

2.1 แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับรูปแบบการนิเทศ โดยใช้เครือข่ายการเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์

2.2 สภาพปัจจุปันปัญหาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครู ในการแก้ปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ของนักเรียน

2.3 แนวทางการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์

3. ระยะเวลา

การดำเนินการศึกษาในขั้นที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐานการวิจัย ดำเนินการระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2558 - 30 เมษายน 2558

ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบการนิเทศ

1. ตัวแปร

ความเหมาะสมของรูปแบบการนิเทศ โดยใช้เครือข่ายการเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์

2. ระยะเวลา

การดำเนินการศึกษาในขั้นที่ 2 การพัฒนารูปแบบการนิเทศ ดำเนินการระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2558 - 31 พฤษภาคม 2558

ระยะที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบการนิเทศ

1. กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาในขั้นการทดลองใช้รูปแบบ ในการวิจัย

ครั้งนี้ ได้แก่

1.1 กลุ่มตัวอย่าง

1.1.1 ตัวแทนครูภาษาไทยที่สอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 18 คน เป็นครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ในปีการศึกษา 2558 ของโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นจำนวน 19 โรงเรียน ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)

1.1.2 ตัวแทนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในปีการศึกษา 2558 ของโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นจำนวน 18 โรงเรียน ที่ได้รับการคัดกรองเป็นนักเรียนที่มีปัญหาด้านการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ จำนวน 150 คน

1.1.3 ตัวแทนศึกษานิเทศก์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น จำนวน 3 คน

2. ตัวแปร

การแก้ปัญหาการอ่านออกเขียนได้

3. ระยะเวลา

การดำเนินการศึกษาในขั้นที่ 2 การทดลองใช้รูปแบบการนิเทศ ดำเนินการระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2558 - 31 กรกฎาคม 2558

ระยะที่ 4 การประเมินรูปแบบการนิเทศ

1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่

1.1 กลุ่มตัวอย่าง

1.1.1 ตัวแทนครูภาษาไทยที่สอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 19 คน เป็นครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ในปีการศึกษา 2558 ของโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นจำนวน 19 โรงเรียน ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)

1.1.2 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในปีการศึกษา 2558 ของโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นจำนวน 19 โรงเรียน ที่ได้รับการคัดกรองเป็นนักเรียนที่มีปัญหาด้านการอ่านออกเขียน จำนวน 150 คน

1.1.3 ตัวแทนศึกษานิเทศก์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น จำนวน 3 คน

2. ตัวแปร

ความเหมาะสมของรูปแบบการนิเทศ โดยใช้เครือข่ายการเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์

3. ระยะเวลา

การดำเนินการวิจัย ดำเนินการระหว่างมิถุนายน 2558 ถึงมีนาคม 2559 โดยแบ่งเป็น 4 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1 เป็นขั้นตอนของการดำเนินการสร้างและพัฒนารูปแบบการนิเทศการสอนประกอบด้วย ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐาน และขั้นตอนที่ 2 การออกแบบและพัฒนารูปแบบการนิเทศการสอน ดำเนินการระหว่างมิถุนายน 2558 ถึงกันยายน 2558

ระยะที่ 2 เป็นขั้นตอนของการดำเนินการนำรูปแบบการนิเทศการสอนไปใช้ในโรงเรียนกลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วย ขั้นตอนที่ 3 การนำรูปแบบการนิเทศการสอนไปใช้ และ ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผลรูปแบบการนิเทศการสอน ดำเนินการระหว่างตุลาคม 2558 ถึงมีนาคม 2559

วิธีการดำเนินการวิจัย

การวิจัย เรื่อง การพัฒนารูปแบบการนิเทศ โดยใช้เครือข่ายการเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์ เพื่อแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ของโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น มีขั้นตอนดำเนินการตามวิธีการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) โดยมีขั้นตอนการดำเนินการ 4 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 การศึกษา วิเคราะห์ ข้อมูลพื้นฐาน (Analysis) = Research : (R,) เป็นการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน เกี่ยวกับสิ่งที่คาดหวังและสภาพจริงที่ปรากฏจาก นโยบายและเป้าหมาย การนิเทศการสอน การพัฒนาครู และการสอนภาษาไทยด้านการอ่านการเขียน ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ศึกษา วิเคราะห์ แนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยเกี่ยวกับการนิเทศการสอน ชุมชนการเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์ Professional Learning Community (PLC) การศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) การจัดการเรียนรู้ด้านการอ่านการเขียน และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และ สังเคราะห์ผลที่คาดหวังจากการใช้รูปแบบการนิเทศการสอน

ขั้นตอนที่ 2 การออกแบบและพัฒนารูปแบบการนิเทศการสอน (Design and Development) = Development : (D1) เป็นการออกแบบและพัฒนาควบคู่กันไปด้วยการนำผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน ในขั้นที่ 1 มา ระบุเป้าหมาย ผลลัพธ์ที่พึงประสงค์และเงื่อนไขในการใช้รูปแบบการนิเทศการสอนฯ ออกแบบรูปแบบการนิเทศการสอน (Design) และนำต้นแบบรูปแบบการนิเทศการสอนที่พัฒนาขึ้นตามหลักการแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบความสมเหตุสมผลเชิงทฤษฎีและการนำไปปฏิบัติ โดยผู้เชี่ยวชาญ แล้วปรับปรุงแก้ไขรูปแบบเพื่อจะนำไปใช้

ขั้นตอนที่ 3 การนำรูปแบบการนิเทศการสอนไปใช้ (Implementation) = Research : (R2) เป็นการนำรูปแบบที่พัฒนาขึ้นในขั้นตอนที่ 2 ไปใช้ ตามแบบแผนการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi Experimental Design) แบบกลุ่มตัวอย่างเดียว มีการทดสอบก่อนและหลังการทดลอง (One-Group Pretest-Posttest Design) และแบบดุลยภาพเวลากลุ่มทดลองกลุ่มเดียวมีการเก็บคะแนนพัฒนาการต่อเนื่องตามช่วงเวลาที่กำหนด (Equivalent Time-Samples Design)

ขั้นที่ตอนที่ 4 การประเมินผลรูปแบบการนิเทศการสอน (Evaluation) = Development : (D2) เป็นขั้นการประเมินผลเพื่อยืนยันผลของการนำไปใช้จากครูกลุ่มตัวอย่างและผู้บริหารโรงเรียนสังเคราะห์ข้อมูลและปรับปรุงแบบการนิเทศการสอนให้เป็นรูปแบบที่สมบูรณ์ และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โพสต์โดย เทวา ตั้งวานิชกพงษ์ : [12 ม.ค. 2560 เวลา 09:40 น.]
อ่าน [715] ไอพี : 1.47.40.11
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
สมัครงานอย่างมืออาชีพ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์กับอุปกรณ์เพิ่มความสะดวกสบายอย่าง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ้กและอีกมากมาย การรันตีสินค้าได้มาตราฐาน
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ