ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการบริหารงานโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องใน สังกัดองค์การบริหาร

ผู้วิจัย นางพรรณี พาชื่น

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อทราบระดับการพัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนในการบริหารงานโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ตามกรอบแนวคิด 5 ด้าน คือ ด้านงานบริหารวิชาการ ด้านการบริหารงานบุคคล

ด้านการบริหารงานทั่วไป ด้านการบริหารงานกิจการนักเรียน ด้านการบริหารงานเกี่ยวกับชุมชน และการประชาสัมพันธ์ กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้ปกครองนักเรียน ปีการศึกษา 2557 จำนวน 149 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า เป็นแบบสอบถามที่ ผู้วิจัยสร้างขึ้น เป็นแบบมาตราส่วน (Rating Scale) 5 ระดับจำนวน 50 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.96 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าเฉลี่ยและค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัยปรากฏดังนี้

การพัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนในการบริหารงานโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องใน สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยเรียงอันดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยคือ โดยเรียงอันดับค่าเฉลี่ยจากน้อยไปหามากคือ ด้านงานบริหารวิชาการ ด้านการบริหารงานทั่วไป ด้านการบริหารงานกิจการนักเรียน ด้านการบริหารงานเกี่ยวกับชุมชนและการประชาสัมพันธ์โรงเรียน และด้านการบริหารงานบุคคล โดยมีรายข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดในแต่ละด้าน ตามลำดับ คือ ในการส่งเสริมและสนับสนุนความรู้ทางวิชาการแก่ชุมชนท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในการกำหนดนโยบายการวางแผนงานบุคคล มีส่วนร่วมวางแผนกำหนดแนวทางวิธีการพัฒนาโรงเรียน และอาคารสถานที่ทั่วไป มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมส่งเสริมให้นักเรียนมีความสามารถในการจัดการสร้างงานอาชีพ โรงเรียนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมของชุมชน

ภูมิหลัง

การบริหารงานในภาครัฐนั้น ผู้บริหารต้องมีการวางแผนในการใช้ทรัพยากรในทุกๆด้าน ที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อที่จะให้บรรลุตามเป้าหมายขององค์การที่กำหนดไว้ ทั้งนี้การที่องค์การจะประสบความสำเร็จและบรรลุตามเป้าหมายได้นั้น ตัวชี้วัดที่จะเป็นเครื่องตัดสินในขั้นสุดท้ายว่าการบริหารองค์การจะประสบผลสำเร็จหรือไม่เพียงไดก็คือ ประสิทธิผลขององค์การ ซึ่งมีความสำคัญยิ่งในศาสตร์บริหาร เป็นการแสดงถึงว่าองค์การได้บรรลุวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่กำหนดไว้ เพราะถ้าหากองค์การสามารถบรรลุวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่กำหนดไว้ก็สามารถดำรงอยู่ต่อไป แต่ถ้าไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย องค์การนั้นก็จะล่มสลายไป แต่การที่จะทำให้ประสิทธิผลบังเกิดขึ้นได้ อาจต้องอาศัยกระบวนการที่ชัดเจน ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย และการที่จะสามารถทำให้บุคลากรในองค์การมีการทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สิ่งสำคัญคือผู้บริหารอาจต้องใช้หลักการบริหารแบบมีส่วนร่วมเข้าสนับสนุน (นพพงษ์ บุญจิตราดุลย์. 2554ก : 6 )

ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ได้มอบหมายนโยบายในการพัฒนาการศึกษาให้กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษาและหน่วยงานการศึกษาที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติ โดยเฉพาะนโยบายเกี่ยวกับชุมชน ท้องถิ่น ให้บุคลากรภายนอกที่สมัครรับการคัดเลือกให้เป็นกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เข้ามามีส่วนร่วมใน

การดำเนินการจัดการศึกษาและให้มีการประชาสัมพันธ์ข่าวสารทางการศึกษา ให้ชุมชนได้ทราบข่าวสารทางการศึกษา ให้ชุมชนได้ทราบความเคลื่อนไหวร่วมมือกับ ชุมชน ครอบครัว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยให้โรงเรียนร่วมมือกับชุมชน กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานวางแผนดำเนินการติดตาม ดูแลและช่วยเหลือเด็กในวัยเรียนทุกคนได้เข้าเรียนจนจบหลักสูตร รวมทังการแสวงหาความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และทรัพยากรเพื่อสนับสนุนในการพัฒนาโรงเรียน จัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เด็กมีพัฒนาการที่สมบูรณ์ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2550 : 9 )

การพัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการบริหารงานโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ยังไม่ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายการศึกษาที่วางไว้เพราะสภาพในปัจจุบันเป็นไปตามสภาวะของเศรษฐกิจ ซึ่งผู้ปกครองต้องดิ้นรนหาเลี้ยงชีพครอบครัว จึงไม่มีเวลาเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียนมากนัก เห็นได้จากสภาพปัจจุบันปัญหาที่เกิดขึ้น ผู้ปกครองส่วนใหญ่ใช้เวลาในการทำมาหากิน จึงไม่มีเวลาในการเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารงานโรงเรียนมากนัก ซึ่งจริงๆแล้วผู้ปกครองต้องการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและการจัดกิจกรรมของโรงเรียนในด้านต่างๆ แต่ติดขัดที่เวลาและโอกาสในการบริหารงานโรงเรียนในด้านต่างๆส่วนมากไม่ตรงกับเวลาที่ผู้ปกครองต้องการ พร้อมทั้งสภาพของแต่ละชุมชน แต่ละครอบครัวมีความแตกต่างกัน กำลังทรัพย์ของแต่ละชุมชนหรือผู้ปกครองบางส่วนไม่เพียงพอที่จะให้ความร่วมมือในการเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารงานโรงเรียน จึงทำให้เกิดปัญหาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ส่วนโรงเรียนต้องการความช่วยเหลือในการบริหารงานโรงเรียนจากผู้ปกครองเป็นอย่างมาก เพื่อพัฒนาให้การบริหารงานโรงเรียนดำเนินการไปอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งผลดีกับโรงเรียน นักเรียนและชุมชน ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาชุมชนของตนเองให้มีความเจริญก้าวหน้า โดยเฉพาะด้านการศึกษาของนักเรียนในความปกครองของตนเอง เพื่อเป็นการสื่อสารระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครองนักเรียน ทำให้โรงเรียนทราบข้อมูล สภาพปัญหาต่าง ๆ ตลอดจนการมีส่วนร่วมเกี่ยวกับการจัดการศึกษาในโรงเรียน

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผู้วิจัยจึงได้ดำเนินการวิจัยการพัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนในการบริหารงานโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องจะได้พิจารณานำผลการวิจัยนี้ไปใช้เป็นแนวทางในการให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารงานโรงเรียนและพัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนในการบริหารงานโรงเรียนให้ดียิ่งขึ้น อันจะส่งผลดีต่อการบริหารงานโรงเรียนและพัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนในการบริหารจัดการโรงเรียนต่อไป

กรอบแนวคิดของการวิจัย

การวิจัยผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารตำรางานวิจัยเกี่ยวข้องกับการพัฒนาการมีส่วนร่วมในการบริหารงานโรงเรียนตามแนวทางการบริหารจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ

(นพพงษ์ บุญจิตราดุลย์. 2554 : 51) แล้วนำมาประยุกต์เป็นกรอบแนวคิด 5 ด้าน คือ

1. ด้านงานบริหารวิชาการ

2. ด้านการบริหารงานบุคคล

3. ด้านการบริหารงานทั่วไป

4. ด้านการบริหารงานกิจการนักเรียน

5. ด้านการบริหารงานเกี่ยวกับชุมชน และการประชาสัมพันธ์

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

เพื่อทราบระดับการพัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนในการบริหารงานโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี

ขอบเขตของการวิจัย

1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

1.1 ประชากร ได้แก่ ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ปีการศึกษา 2557 จำนวน 248 คน

1.2 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ปีการศึกษา 2557 กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างได้มาโดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) ใช้ตารางเครจซีและมอร์แกน(Krejcie and Mogan, 1970) ได้149 คน

2. ระยะเวลาในการวิจัย ปีการศึกษา 2557

3. ตัวแปรที่วิจัย การพัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนในการบริหารงานโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 5 ด้าน

นิยามศัพท์เฉพาะ

1. การพัฒนา หมายถึง การเปลี่ยนแปลงที่มีการกระทำให้เกิดขึ้น หรือมีการวางแผนกำหนดทิศทางไว้ล่วงหน้า โดยการเปลี่ยนแปลงนี้ต้องเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

2. การมีส่วนร่วม หมายถึง การที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลได้มีโอกาสแสดงความรับผิดชอบ หรือแสดงพฤติกรรมเกี่ยวข้องในโครงการ หรืองานบางอย่างทั้งในระดับของ การแสดงความคิดเห็น ตลอดจนการเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนาองค์กร โดยร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมปฏิบัติกิจกรรม ตลอดจนการควบคุม กำกับ ติดตาม และประเมินผล เพื่อให้งานบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ และเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียนกับชุมชน

3. การบริหารงานโรงเรียน หมายถึง การที่บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปร่วมมือกันทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างและเป็นศิลปะในการทำกิจกรรมต่างๆจนเป็นผลสำเร็จ เป็นงานที่ปฏิบัติเกี่ยวกับบุคคลโดยอาศัยกลุ่มคนหรือรายบุคคลตลอดจนเป็นกระบวนการที่ผู้บริหารใช้อำนาจโดยศาสตร์หรือศิลป์ อีกทั้งทรัพยากรต่างๆมาจัดดำเนินการโดยใช้กระบวนการอย่างเป็นระบบ

รวมทั้งทักษะเทคนิคต่างๆอย่างเหมาะสมเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ตามเป้าหมายได้อย่างมี ประสิทธิภาพ

3.1 ด้านงานบริหารวิชาการ หมายถึง งานที่มีความสำคัญยิ่งเป็นหัวใจในการจัดการเรียนการสอนผู้บริหารโรงเรียนจะให้ความรับผิดชอบและเอาใจใส่เป็นพิเศษโดยการวางแผนดำเนินงานร่วมกับคณะครูในโรงเรียนอย่างรอบคอบเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานสูงสุดคือนักเรียนมีความรู้ความสามารถและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามจุดประสงค์ตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรเพราะคุณภาพมาตรฐานของสถานศึกษาขึ้นอยู่กับการบริหารงานวิชาการ

3.2 ด้านการบริหารบุคคล หมายถึง การใช้คนให้ทำงานให้ได้ผลดีที่สุด เหมาะสมกับงานหรือตรงตามประสบการณ์ความถนัด โดยใช้เวลาน้อยที่สุดและสิ้นเปลืองเงินและวัสดุในการทำงานนั้นๆน้อยที่สุด ในขณะเดียวกัน คนที่เราใช้นั้นมีความสุข มีความพอใจที่จะให้ผู้บริหารพอใจที่จะทำงานตามที่ผู้บริหารต้องการ

4.3 ด้านการบริหารงานทั่วไป หมายถึง การจัดสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกโรงเรียนให้เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอน การสร้างบรรยากาศดี น่าอยู่ น่าเรียน อาคารเรียน อาคารประกอบเพียงพอกับผู้เรียน มีอาคารที่มั่นคง แข็งแรง สะอาดดูใหม่อยู่เสมอ บริเวณโรงเรียนมีสภาพแวดล้อมสวยงาม มีธรรมชาติที่จะใช้ประโยชน์ในการเรียนการสอนรวมทั้งการบำรุงซ่อมแซมให้มีสภาพดีอยู่ตลอดเวลา

3.4 ด้านการบริหารงานกิจกรรมนักเรียน หมายถึง งานที่สำคัญว่าด้วยการดำเนินงานทุกอย่างภายในโรงเรียนเพื่อให้กิจการนักเรียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การปฐมนิเทศนักเรียน การปกครองนักเรียน การจัดบริการแนะแนว การบริการเกี่ยวกับสุขภาพนักเรียน การจัดกิจกรรมและการบริการต่างๆ เป็นต้น

3.5 ด้านการบริการงานเกี่ยวกับชุมชน และการประชาสัมพันธ์ หมายถึง งานที่ผู้บริหารจะต้องให้ความสำคัญ เพราะเป็นงานที่จะเผยแพร่ข่าวสารการดำเนินการของโรงเรียนให้ชุมชนทราบและมีความภูมิใจในผลงานร่วมกันรวมทั้งจะเป็นการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างโรงเรียนกับชุมชน จะช่วยให้โรงเรียนปฏิบัติงานด้วยความสะดวกราบรื่นยิ่งขึ้น กิจกรรมที่ปฏิบัติโดยทั่วไป เช่น การประชุมผู้ปกครอง การจัดทำ จุลสาร สิ่งพิมพ์ ป้ายประกาศ การพบปะเยี่ยมเยียน การออกข่าวทางสื่อสารมวลชน การจัดทำ หอกระจายข่าว เสียงตามสาย หรือการพูดประชาสัมพันธ์ในงานพิธีต่างๆ ที่มีโอกาส เป็นต้น

4. ผู้ปกครองนักเรียน หมายถึง บิดา - มารดา หรือผู้ที่นักเรียนอาศัยอยู่ด้วยเป็นประจำ

ของโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ปีการศึกษา 2557

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

เครื่องมือที่ใช้ในในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น มีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) ตามเนวคิดของลิเคริท (Likert) 5 ระดับ คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด

การเก็บรวบรวมข้อมูล

การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้ดำเนินการตามลำดับดังนี้

ผู้วิจัยนำแบบสอบถามไปเก็บข้อมูลกับผู้ปกครองที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง 149 คนในโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ด้วยตนเอง โดยดำเนินการตั้งแต่วันที่ ตั้งแต่วันที่ 1 เดือน กันยายน พุทธศักราช 2557 ถึงวันที่ 30 เดือน ธันวาคม พุทธศักราช 2557

การจัดทำข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล

1. รวบรวมแบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างที่ส่งไป จำนวน 149 ฉบับ ได้รับแบบสอบถามคืน จำนวน 149 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 100

2. ตรวจสอบความสมบรูณ์ของแบบสอบถามที่ได้รับคืนมา 149 ฉบับ ผลปรากฏว่าเป็นแบบสอบถามที่สมบูรณ์หมด คิดเป็นร้อยละ 100

3. ตรวจให้คะแนนแบบสอบถาม ตามเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้

ระดับการมีส่วนร่วมมากที่สุด ให้คะแนน 5

ระดับการมีส่วนร่วมมาก ให้คะแนน 4

ระดับการมีส่วนร่วมปานกลาง ให้คะแนน 3

ระดับการมีส่วนร่วมน้อย ให้คะแนน 2

ระดับการมีส่วนร่วมน้อยที่สุด ให้คะแนน

4. การวิเคราะห์ข้อมูลครั้งนี้ ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์

ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป วิเคราะห์ค่าสถิติ ดังนี้

วิเคราะห์ระดับการพัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนในการบริหารงานโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี โดยการหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน แล้วนำค่าเฉลี่ยที่ได้ไปแปลความหมายระดับการพัฒนาการมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงาน โดยใช้เกณฑ์ ดังนี้

ค่าเฉลี่ย ความหมาย

4.50 - 5.00 การพัฒนาการมีส่วนร่วมอยู่ในระดับ มากที่สุด

3.50 - 4.49 การพัฒนาการมีส่วนร่วมอยู่ในระดับ มาก

2.50 - 3.49 การพัฒนาการมีส่วนร่วมอยู่ในระดับ ปานกลาง

1.50 - 2.49 การพัฒนาการมีส่วนร่วมอยู่ในระดับ น้อย

1.00 - 1.49 การพัฒนาการมีส่วนร่วมอยู่ในระดับ น้อยที่สุด

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

1. สถิติที่ใช้ในการหาคุณภาพของแบบสอบถาม

1.1 หาค่าอำนาจจำแนกรายข้อแบบสอบถาม โดยใช้วิธีหาค่าสัมปะสิทธิ์สหสัมพันธ์อย่างง่ายระหว่างคะแนนรายข้อกับคะแนนรวมแต่ละด้าน โดยใช้สูตรอย่างง่ายของเพียร์สัน (Pearson)

1.2 วิเคราะห์ค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ของแบบสอบถามทั้งฉบับ โดยใช้วิธี

สัมประสิทธิ์แอลฟา (Alpha Coefficient) ตามวิธีของครอนบาค (Cronbach)

2. สถิติพื้นฐาน

2.1 ค่าเฉลี่ย (Mean)

2.2 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

สรุปผลการวิจัย

1. ระดับการพัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนในการบริหารงานโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องใน สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี โดยรวมอยู่ในระดับมาก

เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยเรียงอันดับค่าเฉลี่ยจากน้อยไปหามากคือ ด้านงานบริหารวิชาการ ด้านการบริหารงานทั่วไป ด้านการบริหารงานกิจการนักเรียน ด้านการบริหารงานเกี่ยวกับชุมชนและการประชาสัมพันธ์โรงเรียน ด้านการบริหารงานบุคคล

2. ระดับการพัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนในการบริหารงาน

โรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องใน สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานีเป็นรายด้าน

2.1 ด้านการบริหารงานวิชาการ การพัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนในการบริหารงานโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องใน สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี

ด้านการบริหารงานวิชาการ โดยรวมอยู่ในระดับ มาก เมื่อพิจารณารายข้อพบว่า อยู่ในระดับ ปานกลาง 4 ข้อ นอกนั้นอยู่ในระดับ มาก เรียงอันดับค่าเฉลี่ยจากน้อยไปหามาก 3 อันดับแรกคือ ในการส่งเสริมและสนับสนุนความรู้ทางวิชาการแก่ชุมชนท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการแนะแนวงานวิชาการ

มีส่วนร่วมในการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา

2.2 ด้านการบริหารงานบุคคล การพัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนในการบริหารงานโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องใน สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี

ด้านการบริหารงานบุคลากร โดยรวมอยู่ในระดับ มาก เมื่อพิจารณารายข้อพบว่า อยู่ในระดับ มาก ทุกข้อ เรียงอันดับค่าเฉลี่ยจากน้อยไปหามาก 3 อันดับแรกคือ มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในการกำหนดนโยบายการวางแผนงานบุคคล มีส่วนร่วมในการดำเนินการเกี่ยวกับวินัยข้าราชการครูและป้องกันการกระทำผิดวินัย มีส่วนร่วมในการสร้างขวัญกำลังในการทำงาน

2.3 ด้านการบริหารงานทั่วไป การพัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนในการบริหารงานโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องใน สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ด้านการบริหารงานทั่วไป โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายข้อพบว่า อยู่ในระดับ ปานกลาง 5 ข้อ นอกนั้นอยู่ในระดับมาก เรียงอันดับค่าเฉลี่ยน้อยไปหามาก 3 อันดับแรกคือ มีส่วนร่วมวางแผนกำหนดแนวทางวิธีการพัฒนาโรงเรียน และอาคารสถานที่ทั่วไป มีส่วนร่วมในโรงเรียนจัดให้มีกิจกรรม 5 ส. (สะสาง สะอาด สะดวก สุขลักษณะ สร้างนิสัย) มีส่วนร่วมในโรงเรียนพัฒนาอาคารสถานที่ให้สวยงาม สะอาด ปลอดภัย และทันสมัยอยู่เสมอ

2.4 ด้านการบริหารงานกิจการนักเรียน การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนในการบริหารงานโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องใน สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ด้านการบริหารงานกิจกรรมนักเรียน โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายข้อพบว่า อยู่ในระดับ มาก ทุกข้อเรียงอันดับค่าเฉลี่ยน้อยไปหามาก 3 อันดับแรกคือ มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมส่งเสริมให้นักเรียนมีความสามารถในการจัดการสร้างงานอาชีพ มีส่วนร่วมในการส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน มีส่วนร่วมในการประกาศยกย่องเกียติคุณให้แก่นักเรียนที่สร้างชื่อเสียงด้านต่างๆ

2.5 ด้านการบริหารงานเกี่ยวกับชุมชนและประชาสัมพันธ์โรงเรียน การพัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนในการบริหารงานโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องใน สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ด้านการบริหารงานเกี่ยวกับชุมชนและประชาสัมพันธ์โรงเรียน โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายข้อพบว่า อยู่ในระดับ มาก ทุกข้อเรียงอันดับค่าเฉลี่ยจากน้อยไปหามาก 3 อันดับแรกคือ โรงเรียนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมของชุมชน มีส่วนร่วมใน

การติดตามและรายงานผลการดำเนินงานด้านการบริหารทั่วไปของสถานศึกษา มีส่วนร่วมใน

การประสานงานการจัดการศึกษา

อภิปรายผล

การวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนในการบริหารงานโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องใน สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี มีประเด็นสำคัญที่ควรแก่การนำมาอภิปรายแต่ละด้าน ดังนี้

1. ด้านการบริหารงานบุคคล ระดับการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนใน

การบริหารงานโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องใน สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี โดยรวมอยู่ในระดับ มาก อาจเป็นเพราะว่า ผู้บริหารโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องใน สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี เอาใจใส่ในการบริหาร ให้ความสำคัญกับบุคลากรในการปฏิบัติงานการส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าทางด้านความรู้ ความสามารถ หน้าที่การงานตลอดจนการสร้างขวัญกำลังในและการยกย่องเชิดชูเกียรติของบุคลากรทางการศึกษาและการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพของบุคลากร ให้ปฏิบัติงานตามกฎหมายว่าด้วย ระเบียบข้าราชการปฏิบัติที่ชัดเจน งานในด้านนี้จึงอยู่ในระดับมากซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ สุจิตรา จรทะผา ( 2553 : บทคัดย่อ ) ได้ทำการศึกษาค้นคว้าเรื่อง การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนในการบริหารงานโรงเรียนเนินลาดวิทยา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสิน เขต 3 ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมาก เรียงอันดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยคือ ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านการบริหารงานทั่วไป ด้านงานบริหารวิชาการ ด้านการบริหารงานเกี่ยวกับชุมชนและการประชาสัมพันธ์โรงเรียน ด้านการบริหารงานกิจการนักเรียน

2. ด้านการบริหารงานเกี่ยวกับชุมชนและประชาสัมพันธ์ ระดับการพัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนในการบริหารงานโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องใน สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี โดยรวมอยู่ในระดับ มาก ที่เป็นเช่นนี้อาจเนื่องมาจากผู้ปกครองนักเรียนมองเห็นว่าทางโรงเรียนมีการประชุมผู้ปกครองทุกปีการศึกษาเพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวการการบริหารงานโรงเรียนในด้านต่างๆรวมทั้งการประชาสัมพันธ์โรงเรียนให้ทางผู้ปกครองนักเรียน คนในชุมชน หน่วยงานต่างๆทราบและทางโรงเรียนยังมีการสนับสนุนให้ทางโรงเรียนมีการทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคม เช่นการบำเพ็ญประโยชน์ในโรงเรียนกับชุมชน การเข้าร่วมงานสำคัญต่างๆ สอดคล้องกับงานวิจัยของณัฐพร ยืนยาน ( 2555 : บทคัดย่อ ) ได้ศึกษาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการบริหารงานโรงเรียนของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 2 พบว่า การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการบริหารงานโรงเรียนของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 2 โดยรวมอยู่ในระดับมาก เรียงอันดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยคือ ด้านการบริหารงานเกี่ยวกับชุมชนและการประชาสัมพันธ์ ด้านงานบริหารวิชาการ ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านการบริหารงานกิจการนักเรียน ด้านการบริหารงานทั่วไป

3. ด้านการบริหารงานกิจการนักเรียน ระดับการพัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนในการบริหารงานโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องใน สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี โดยรวมอยู่ในระดับ มาก ที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะ ผู้ปกครองนักเรียนเห็นว่าทางโรงเรียนมีการประกาศรายชื่อเด็กที่สร้างชื่อเสียงด้านต่างๆ หลังจากการเข้าประกวดในแต่ละงานแล้วได้ผลงานติดอันดับทางโรงเรียนทำป้ายประกาศติดไว้ที่หน้าโรงเรียนและการให้ผู้ปกครองนักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารงานกิจการนักเรียนในการทำโครงการต่างๆจึงทำให้ ชัดเจนเป็นรูปธรรม ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ พะนากร มีภูคำ (2553 : บทคัดย่อ) ได้ศึกษาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนในการบริหารงานโรงเรียนบ้านต้อนราษฎร์ดำรงวิทย์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1 โดยรวมอยู่ในระดับมาก เรียงอันดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยคือ ด้านงานบริหารวิชาการ ด้านการบริหารงานเกี่ยวกับชุมชนและการประชาสัมพันธ์

ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านการบริหารงานทั่วไป ด้านการบริหารงานกิจการนักเรียน

4. ด้านการบริหารทั่วไป ระดับการพัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนในการบริหารงานโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องใน สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี โดยรวมอยู่ในระดับ มาก ที่เป็นเช่นนี้เพราะผู้ปกครองนักเรียนเห็นว่าทางโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องใน สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี นั้นมีอาคารเรียนที่มั่นคงและเพียงพอต่อการเรียนการสอนและทางโรงเรียนมีการจัดสภาพแวดล้อมให้โรงเรียนสวยงามพร้อมแก่การจัดการเรียนการสอนรวมทั้งการที่ทางโรงเรียนมีการเชิญผู้ปกครองนักเรียนมีส่วนร่วมในการประชุมปรึกษาหารือในการพัฒนาอาคารเรียนและการจัดสภาพแวดล้อมของโรงเรียนอยู่เสมอ ผู้ปกครองนักเรียนจึงมองเห็นเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับงานวิจัยของ กฤษดา ผุยพรม ( 2553: บทคัดย่อ ) ได้ศึกษาการมีส่วนร่วมในการบริหารโรงเรียนบ้านหนองบัวหลวง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี พบว่าการมีส่วนร่วมในการบริหารโรงเรียนบ้านหนองบัวหลวง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับ มาก เรียงอันดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ ด้านการบริหารงานทั่วไป ด้านงานบริหารวิชาการ ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านการบริหารงานกิจการนักเรียน ด้านการบริหารงานเกี่ยวกับชุมชนและการประชาสัมพันธ์โรงเรียน โดยมีรายข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดในแต่ล่ะด้านคือ มีส่วนร่วมในการส่งเสริมให้โรงเรียนจัดรูปแบบอาคารเรียนให้เหมาะสม มีส่วนร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการและจัดกิจกรรมประสานงานกับชุมชนผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าได้รับความรู้ประสบการณ์ มีส่วนร่วมเสริมสร้างงานบริการให้แก่ชุมชน การสนับสนุนจากชุมชนและหน่วยงานอื่นๆ

5. ด้านงานบริหารวิชาการ ระดับการพัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนในการบริหารงานโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องใน สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี โดยรวมอยู่ในระดับ มาก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องใน สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี มีการให้การบ้านหรือการมอบหมายให้นักเรียนทำโดยเน้นให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการสอนการบ้านนักเรียน เน้นให้นักเรียนได้ปฏิบัติจริง มีวิธีการเรียนรู้ มีทักษะ แสวงหาความรู้ สร้างความรู้ด้วยตนเองผลิตและพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีที่เหมาะสม ทันสมัย มาใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอน เพื่อปลูกฝังผู้เรียนให้มีคุณธรรม จริยธรรม และสอดคล้องกับความต้องการของผู้ปกครองและส่งเสริมให้เด็กสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้โดยส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้ควบคู่กับการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร รวมทั้งโรงเรียนเคยผ่านการประเมินเป็นโรงเรียนต้นแบบโรงเรียนในฝันมาแล้วจึงมีมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านวิชาการสูง การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองชัดเจนเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับงานวิจัยของรังสิโรจน์ สิริสมุทรสาร ( 2554 : บทคัดย่อ ) ได้ศึกษาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนในการบริหารงานโรงเรียนตลาดรางกระทุ่ม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมาก เรียงอันดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยคือ ด้านงานบริหารวิชาการ ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านการบริหารงานกิจการนักเรียน ด้านการบริหารงานทั่วไป การบริหารงานเกี่ยวกับชุมชนและการประชาสัมพันธ์

ข้อเสนอแนะ

1. ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้

จากการวิจัยการพัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนในการบริหารงานโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องใน สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ได้ข้อเสนอแนะในการบริหารงานโรงเรียนนาคำวิทยา อำเภอเขื่องใน สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ผู้เรียนโรงเรียนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องควรให้ความสำคัญแต่ละด้าน ดังนี้

1.1 ด้านการบริหารงานวิชาการ

1.1.1 ผู้บริหารสถานศึกษาควรให้ผู้ปกครองนักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและการวางแผนจัดทำและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นโดยการเชิญผู้ปกครองนักเรียนเข้าร่วมประชุม

1.1.2 ผู้บริหารสถานศึกษาควรส่งเสริมให้ได้รับการอบรมแลกเปลี่ยน

การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาสื่อนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา โดยการเชิญผู้ปกครองนักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการอบรมด้วย

1.1.3 ผู้บริหารสถานศึกษาควรให้ผู้ปกครองนักเรียนมีส่วนร่วมใน

การวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยเชิญให้ผู้ปกครองนักเรียนได้เสนอความคิดเห็นในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน

1.2 ด้านการบริหารงานบุคคล

1.2.1 ผู้บริหารควรให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการสรรหาและบรรจุแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยให้ผู้ปกครองนักเรียนเป็นคณะกรรมการในการสัมภาษณ์

1.2.2 ผู้บริหารสถานศึกษาควรให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการติดตามและรายงานผลการดำเนินงานด้านบุคคลของสถานศึกษาให้แก่สาธารณะชนทราบ

1.2.3 ผู้บริหารสถานศึกษาควรให้ผู้ปกครองนักเรียนมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการทำงานเป็นทีมของบุคลากรโดยการให้ผู้ปกครองร่วมประเมินในการทำงาน

1.3 ด้านการบริหารงานทั่วไป

1.3.1 ผู้บริหารสถานศึกษาควรให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการวางแผนกับโรงเรียนในการพัฒนาสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนโดยการประชุมปรึกษาหารือ

1.3.2 ผู้บริหารสถานศึกษาควรมีการบำรุงรักษาสถานที่สิ่งแวดล้อมภายในและภายนอกห้องเรียนให้สะอาดน่าเรียนเอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียนโดยขอความร่วมมือจากผู้ปกครองนักเรียน

1.3.3 ผู้ปกครองนักเรียนมีส่วนร่วมพัฒนาโรงเรียนเมื่อขอความร่วมมือและขอความช่วยเหลือ

1.4 ด้านการบริหารงานกิจการนักเรียน โรงเรียนควรมีการให้ชุมชนเสนอกิจกรรมส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ตามที่โรงเรียนกำหนด

1.4.1 ผู้บริหารสถานศึกษาควรให้ผู้ปกครองนักเรียนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์โดยการเชิญผู้ปกครองมาเป็นคณะกรรมการในการตัดสินในการจัดกิจกรรมการประกวดมารไทยของนักเรียน

1.4.2 ผู้บริหารควรให้ผู้ปกครองนักเรียนมีส่วนร่วมในการแนะนำตักเตือนห้ามปรามนักเรียนที่ประพฤติตัวไม่เหมาะสมโดยมีการประชุมผู้ปกครอง

1.4.3 โรงเรียนควรจัดกิจกรรมการส่งเสริมและพัฒนาให้นักเรียนห่างไกลยาเสพติดโดยการจัดงานกีฬาต้านยาเสพติด

1.5 ด้านการบริหารงานเกี่ยวกับชุมชนและการประชาสัมพันธ์

1.5.1 ผู้บริหารสถานศึกษาควรให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการเยี่ยมชมการจัดนิทรรศการผลงานของนักเรียนโดยมีการส่งหนังสือเชิญเข้าร่วมงาน

1.5.2 ผู้บริหารควรให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมกำหนดนโยบายแผนพัฒนาโรงเรียนเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ปกครอง

1.5.3 ผู้บริหารสถานศึกษาควรส่งเสริมให้ผู้ปกครองเสนอกิจกรรมเพื่อพัฒนาโรงเรียน

2. ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัย

2.1 ควรทำการวิจัยเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการบริหารงานโรงเรียนแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์

2.2 ควรทำการวิจัยเกี่ยวกับความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียน

2.3 ควรทำการวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาในการบริหารงานโรงเรียน

บรรณานุกรม

กฤษดา ผุยพรม.การมีส่วนร่วมในการบริหารโรงเรียนบ้านหนองบัวหลวง อำเภอเดชอุดม จังหวัด

อุบลราชธานี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5. รายงาน

การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ศษ.ม. อุบลราชธานี : มหาวิทยาลัยราชธานี, 2553.

กาญจนา ศรีกาฬสิน. การบริหารกิจการนักเรียน. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ประสานมิตร, 2546.

กระทรวงศึกษาธิการ. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 )

พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์องค์การรับสินค้าและพัสดุภัณฑ์, 2546.

คู่มือการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล. กรุงเทพฯ : กระทรวงศึกษาธิการ,

2553.

กุลยา ตันติผลาชีวะ. รูปแบบการจัดการเรียนการสอน. กรุงเทพมหานคร : เอดิสันเพรสโปรดักส์,

2550.

กิติมาปรีดีลก. ทฤษฎีบริหารองค์การ.กรุงเทพฯ : คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทร

วิโรฒประสานมิตร, 2550.

จันทรานี สงวนนาม.ทฤษฏีและแนวปฏิบัติในการบริหารงานสถานศึกษา. กรุงเทพฯ : บุคพอยท์,

2551.

จอมพงศ์ มงคลวนิช. การบริหารองค์การและบุคลากรทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่ง

จุฬาลงกรมหาวิทยาลัย, 2555.

ชโยดม มะเสนะ. การพัฒนาตัวบ่งชี้การมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการศึกษาของศูนย์พัฒนาเด็ก

เล็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดอุบลราชธานี. วิทยานิพนธ์ ค.ม. อุบลราชธานี

: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 2556.

ชุมศักดิ์ อินทร์ลักษ์. การบริหารสถานศึกษาแนวใหม่.กรุงเทพฯ: ประสานมิตร, 2551.

ตรีถวิล เกษสุพรรณ์. การศึกษาสภาพการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในการ

บริหารงานโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 5.

วิทยานิพนธ์ ค.ม. อุบลราชธานี : มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 2552.

ธงชัยสันติวงษ์. องค์การและการบริหารการศึกษาการจัดการแผนใหม่ . กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช,

2550.

ธนาวุฒิ ประทุมนพรัตน์. การบริหารงานบุคคลทางการศึกษา. สงขลา: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิ-

โรฒสงขลา, 2546.

ธนเสฏฐ์ ดาเหลาพิพัฒธ์. การมีส่วนร่วมของครูในการบริหารงานวิชาการโรงเรียนบ้านโคกน้อย

อำเภอนาจะหลวย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5. กศ.ม.

อุบลราชธานี : มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 2556.

ธีระรุญเจริญ.การบริหารโรงเรียนยุคปฏิรูปการศึกษา. กรุงเทพฯ: ข้าวฟ่าง, 2550.

ณัฐพร ยืนนาน. การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการบริหารงานโรงเรียนของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 2. วิทยานิพนธ์ ค.ม.

อุบลราชธานี, : มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 2555.

นพพงษ์ บุญจิตราดุลย์. โน๊ตย่อบริหาร. กรุงเทพฯ : เทียมฝ่าการพิมพ์ กรุงเทพฯ, 2554ก.

. หลักการและทฤษฏีการบริหารการศึกษา. กรุงเทพฯ : บริษัท ตีรณสาร

จำกัด, 2554ข.

บุญช่วย จินดาประพันธ์. การบริหารอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์การศาสนา,

2546.

บัวพัน ขันตรี. การมีส่วนร่วมการบริหารงานวิชาการตามทัศนะของครูและผู้บริหารโรงเรียน

ประถมศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 4. วิทยานิพนธ์

ค.ม. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี : อุบลราชธานี, 2551.

ปรียาพร วงค์อนุตรโรจน์. การบริหารงานวิชาการ. กรุงเทพฯ: ศูนย์สื่อส่งเสริมกรุงเทพฯ, 2553.

พนัส หันนาคินทร์. การบริหารโดยองค์คณะบุคคล.กรุงเทพฯ: สำนักงานปฏิรูปการศึกษา,2551.

พะนากร มีภูคำ.การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนในการบริหารงานโรงเรียนบ้านต้อนราษฎร์-

ดำรงวิทย์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1.วิทยานิพนธ์ ศษ.ม.

กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ, 2553.

พาณี ศิริสวัสดิ์. การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครอง. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภา,

2551.

พัชราภรณ์ รุ่งวิทยา. ความคาดหวังของผู้ปกครองในการส่งบุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนเอกชน

ระดับประถมศึกษา : กรณีศึกษาโรงเรียนศิริศึกษา จังหวัดปทุมธานี. วิทยานิพนธ์ ศษ.ม.

กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2551.

เมตต์เมตต์การุณ์จิต.การมีส่วนร่วมในการบริหารโรงเรียนของคณะกรรมการศึกษาประจำโรงเรียน

เทศบาลในจังหวัดนครราชสีมา. วิทยานิพนธ์ ศษ.ม.นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรม-

มาธิราช, 2550

ยุพาพร รูปงาม. การมีส่วนร่วมของข้าราชการสำนักงานงบประมาณในการปฏิรูประบบราชการ.

ภาคนิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบันฑิต. สถาบัน บันฑิตพัฒนบริหารศาสตร, 2550.

รังสิโรจน์ สิริสมุทรสาร. การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนในการบริหารงานโรงเรียนตลาดราง-

กระทุ่ม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2. วิทยานิพนธ์

ศษ.ม. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี, 2554.

วาสนา จำปาเทศ. การมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีต่อการบริหารโรงเรียน

กลุ่มเครือข่ายพนมดงรักที่ 20 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์

เขต 3. การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ศษ.ม. อุบลราชธานี : มหาวิทยาลัยราชธานี, 2556.

วิชัยโถสุวรรณจินดา. ระบบงานธุรการสมัยใหม่. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : ดีไลท์จำกัด, 2548.

วิเชียร เกตุสิงห์.การวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพฯ : สุรีวียาสาส์น, 2548.

วิจิตร วรุตบางกูร.หลักและทฤษฏีการบริหารสถานศึกษา.กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัย

รามคำแหง,2551.

ศิริกาญจน์โกสุมภ์. การมีส่วนร่วมของโรงเรียนและชุมชนเพื่อการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฏีบัณฑิต (พัฒนศึกษาศาสตร์). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรี-

นครินทรวิโรฒประสานมิตร, 2550.

สงวน สิทธิเลิศอรุณ. การบริหารการศึกษาตามแนวปฏิรูปการศึกษา. กรุงเทพฯ: ประสานมิตร, 2550.

สมเดช สีแสง. การพัฒนาระบบส่งเสริมการประกันคุณภาพการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่

การศึกษา. วิทยานิพนธ์ กศ.ด. พิษณุโลก : มหาวิทยาลัยนเรศวร, 2549.

สัมฤทธ์ กางเพ็ง.รูปแบบการมีส่วนร่วมในสถานศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ. กรุงเทพฯ

บริษัทเคปริ้นท์ อินเตอร์กรุ๊ป, 2550.

สมพงษ์ เกษมสิน. การกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการ.กรุงเทพฯ:มหาวิทยาลัยศรีนคริน-

ทรวิโรฒ, 2550.

สุจิตรา จรทะผา. การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนในการบริหารงานโรงเรียนเนินลาดวิทยา

สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสิน เขต 3. การศึกษาค้นคว้าด้วย

ตนเอง ค.ม. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 2553.

สุรพันธ์ยันต์ทอง. การบริหารโรงเรียนประถมศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : ทิพย์อักษร, 2551. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. แนวทางการกระจายอำนาจการบริหารและ

การจัดการ.กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจำกัด,2553.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ.การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน.กรุงเทพฯ :

กระทรวงศึกษาธิการ,2550.

หนูอาง สมสมัย. การศึกษาความคิดเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานต่อการมีส่วนร่วม

ในการบริหารโรงเรียนของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

อุบลราชธานี เขต 1. วิทยานิพนธ์ ค.ม.อุบลราชธานี, : มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

2550.

อคิน รพีพัฒน์.การมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาชนบทในสภาพสังคมและวัฒนธรรมไทย.

กรุงเทพฯ : ศักดิ์โสภาการพิมพ์, 2550.

เอกชัย กี่สุขพันธ์. การบริหารทักษะและการปฎิบัติ. กรุงเทพฯ: รุ่งเรืองศาสน์การพิมพ์, 2552.

อุทัย เดชตานนท์. การบริหารงานเกี่ยวกับอาคารสถานที่. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช, 2546.

โพสต์โดย Pannee.52 : [25 ส.ค. 2559 เวลา 10:42 น.]
อ่าน [549] ไอพี : 203.114.109.25
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม