ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• รายงานการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้

บทคัดย่อ

รายงานการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ (1) เพื่อศึกษาผลการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด (2) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังการเรียนรู้จากครูผู้สอน ที่ได้รับการพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด (3) เพื่อนำเสนอผลที่ได้รับการพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) โดยผู้วิจัยได้นำเอาหลักการและขั้นตอน ตามแนวคิดของ Kemmis and Mc Taggart มาใช้ในการดำเนินการพัฒนาครูในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือการวางแผน (Planning) การปฏิบัติ (Action) การสังเกต (Observation) และการสะท้อนผล (Reflection) โดยได้แบ่งระยะเวลาดำเนินการออกเป็น 2 วงรอบ คือ วงรอบที่ 1 ระยะเวลาตั้งแต่ 2 เมษายน 2556 ถึง 31 ตุลาคม 2556 และวงรอบที่ 2 ระยะ เวลาตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2556 ถึง 31 มีนาคม 2557 กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย ใช้ครูผู้สอนทั้งหมดในศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด ในปีการศึกษา 2556 จำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบทดสอบ แบบสังเกตแบบมีส่วนร่วม แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง แบบบันทึกผลการนิเทศภายใน แบบประเมินความพึงพอใจ และแบบบันทึกการประเมินคุณภาพผลงาน ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้การหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) เพื่ออธิบายและสรุปเป็นความเรียง การรายงานด้วยการบรรยาย (Descriptive Methodology) การนำข้อมูล มาตีความหมาย (Interpretive Methodology) และวิธีการวิเคราะห์วิจารณ์ (Critical Methodology)

การพัฒนาครูในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานในศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด โดยใช้กลยุทธ์ 4 กลยุทธ์ คือ กลยุทธ์การอบรมเชิงปฏิบัติการกลยุทธ์การศึกษาดูงาน กลยุทธ์การศึกษาด้วยตนเองและกลยุทธ์การนิเทศภายใน ทำให้ได้วงรอบการพัฒนา 2 วงรอบ สรุปผลการวิจัยได้ ดังนี้

1. ผลการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด

1.1 ผลการดำเนินการพัฒนาครูในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานโดยใช้กลยุทธ์ในการพัฒนา

4 กลยุทธ์ จากการประเมินผลการพัฒนาโดยใช้แบบทดสอบวัดความรู้ความเข้าใจก่อน - หลังการพัฒนาครู พบว่า คะแนนเฉลี่ยทดสอบด้านความรู้ความเข้าใจหลังการพัฒนาสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนการพัฒนา

2. ผลการพัฒนานักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน พบว่า คะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ในปีการศึกษา 2557 (หลังการจัดการเรียนรู้ แบบโครงงาน) สูงกว่าคะแนนเฉลี่ย ในปีการศึกษา 2556 (ก่อนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน) ที่ใช้ค่าเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมาเปรียบเทียบ

3. ผลที่ได้รับการพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด พบว่า

3.1 ด้านผู้เรียน พบว่า การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานทำให้กลุ่มเป้าหมายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ ส่งผลให้นักเรียนได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนรู้ จากการรับฟังและทำตามคำสั่งของครู มาเป็นผู้ศึกษาค้นคว้า คิดวิเคราะห์ปัญหาหรือศึกษา เรื่องที่สนใจ อย่างลุ่มลึกลงมือปฏิบัติกิจกรรมตามความถนัด ความสนใจ และตามความสามารถของตนเองด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สามารถสร้างผลงานที่เกิดจากการเรียนรู้ด้วยตนเอง

3.2 ด้านครูผู้สอน พบว่า ครูผู้สอนทุกคนมีกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ โดยในขั้นเตรียมการครูในแต่ละกลุ่มสาระปรึกษาหารือร่วมกันศึกษาหลักสูตร ศึกษามาตรฐานการเรียนรู้ ศึกษาคำอธิบายรายวิชา ศึกษาคู่มือครู ร่วมกันวางแผนเตรียมการด้านเนื้อหาและวิธีการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานได้ถูกต้อง จัดหาแหล่งความรู้หรือแหล่งเรียนรู้ แหล่งในการศึกษาค้นคว้าและอุปกรณ์ต่าง ๆร่วมกันจัดเตรียมเครื่องมือประเมินผลโครงงาน ในขั้นดำเนินการกลุ่มเป้าหมายสามารถจัดการเรียนรู้ แบบโครงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

3.3 ด้านผู้บริหาร พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษา สามารถเป็นผู้นำการปฏิรูปใช้ยุทธวิธีการบริหารแบบมีส่วนร่วม ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์เพิ่มขึ้นทำให้สถานศึกษา มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

3.4 ด้านสถานศึกษา พบว่า สถานศึกษา มีการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ของครู โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองตามความสนใจ ครูพัฒนาตนเอง ด้านการจัดการเรียนรู้และส่งผลให้สถานศึกษา พัฒนาคุณภาพนักเรียนทำให้ชุมชน ยอมรับสถานศึกษา ชุมชน มีความพึงพอใจในการจัดการศึกษาของสถานศึกษา

3.5 ด้านผู้ปกครองและชุมชน พบว่า ผู้ปกครองและชุมชน ได้มีส่วนร่วมกับสถานศึกษา ในการเข้ามาประชุมในสถานศึกษา และร่วมประเมินนักเรียน ชุมชน ศรัทธาและยอมรับสถานศึกษา ทำให้มีการสนับสนุนด้านทรัพยากร ด้านวิทยากรท้องถิ่น ตลอดจนกาจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น ชุมชน มีความพึงพอใจและไว้วางใจในการจัดการศึกษาของสถานศึกษาด้วยดี

โพสต์โดย อุทัย : [14 ก.ค. 2559 เวลา 04:25 น.]
อ่าน [571] ไอพี : 223.206.251.204
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
สมัครงานอย่างมืออาชีพ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์กับอุปกรณ์เพิ่มความสะดวกสบายอย่าง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ้กและอีกมากมาย การรันตีสินค้าได้มาตราฐาน
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ