ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมความสามารถด้านการวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้สอน โรงเรียนเทศบาลเมืองปทุมธานี ส

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ

1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานและความจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมความสามารถด้านการวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้สอน

2) เพื่อพัฒนารูปแบบการส่งเสริมความสามารถด้านการวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้สอน

3) เพื่อศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการส่งเสริมความสามารถด้านการวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้สอน

4) เพื่อประเมินผลและปรับปรุงรูปแบบการส่งเสริมความสามารถด้านการวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้สอน

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วย

1) ผู้ให้ข้อมูลเชิงคุณภาพ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์สังกัดเทศบาลเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี จำนวน 3 คน ด้วยวิธีการแบบเจาะจง (Purposive sampling) เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพปัญหาปัจจุบันในการพัฒนาความสามารถด้านการวิจัยในชั้นเรียน และแนวทางในการพัฒนาความสามารถด้านการวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้สอนในโรงเรียนเทศบาลเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี

2) ผู้ให้ข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่ ครูปฏิบัติการสอนในโรงเรียนเทศบาลเมืองปทุมธานี สังกัดเทศบาลเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี จำนวน 54 คน ด้วยวิธีการแบบเจาะจง (Purposive sampling) เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเมินผลแนวทางในการส่งเสริมความสามารถด้านการวิจัยในชั้นเรียน และความคิดเห็นทีมีต่อแนวทางการส่งเสริมความสามารถด้านการวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้สอน โรงเรียนเทศบาลเมืองปทุมธานี สังกัดเทศบาลเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี พร้อมทั้งประเมินผลแนวทางในการพัฒนาความสามารถด้านการวิจัยในชั้นเรียน

ผลการวิจัยพบว่า

1. ปัญหาการวิจัยในชั้นเรียนที่ผ่านมา โดยมากครูคิดว่าการวิจัยในชั้นเรียนเป็นเรื่องยุ่งยาก ขาดความรู้ความเข้าใจ ไม่มีทักษะในการทำงานวิจัยในชั้นเรียน ไม่เข้าใจกระบวนการวิจัย สิ่งใดควรทำก่อน และสิ่งใดควรทำทีหลัง ไม่ได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลการแก้ปัญหาด้านการเรียนการสอนที่สำเร็จอย่างเป็นระบบ ผลการวิจัยจึงเป็นสิ่งที่ยังเชื่อถือไม่ได้ ทำให้ครูไม่สามารถแก้ไขปัญหาและพัฒนาด้านการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพให้กับนักเรียน ต่างจากปัจจุบันครูเริ่มสนใจค้นคว้างานวิจัยมากขึ้นเพราะครูส่วนใหญ่ได้ศึกษาต่อระดับปริญญาโท จึงต้องใช้กระบวนการวิจัยแต่ภาระงานมากทั้งจากจะจัดการเรียนการสอนที่มีจำนวนทำการสอนมาก ยังต้องจัดกิจกรรมตามนโยบายของต้นสังกัด ทำให้มีเวลาจำกัดที่จะทำงานวิจัยในชั้นเรียน ถึงแม้จะมีครูบางส่วนที่ทำวิจัยในชั้นเรียนแต่ก็ยังเขียนรายงานหัวข้องานวิจัยไม่สมบูรณ์ การรวบรวมข้อมูล และใช้สถิติเพื่อรายงานผลการวิจัยยังไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย และไม่มีการเผยแพร่ในเวทีที่เป็นการยอมรับกันของนักวิชาการทั่วไป เป็นเพียงนำเสนองานวิจัยให้กับเพื่อนครูในโรงเรียนได้ช่วยวิพากษ์วิจารณ์และปรับปรุงแก้ไข และทำวิจัยในชั้นเรียนส่งผู้อำนวยการสถานศึกษา

2. แนวทางในการส่งเสริมความสามารถด้านการวิจัยในชั้นเรียนด้านการวางแผนของครูผู้สอน โดยภาพรวมระดับปานกลาง คือ 1) ผู้วิจัยต้องช่วยให้ผู้ร่วมวิจัยสามารถจำแนกแยกแยะปรากฏการณ์ และทำนายปรากฏการณ์ของปัญหาที่จะเกิดขึ้น 2) ผู้วิจัยจะต้องนำเอาแนวคิดการวิจัยเชิงปฏิบัติการนำเสนอชี้แจงต่อผู้ร่วมวิจัย และ 3) ผู้วิจัยควรทำหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรมต่างๆ ให้แก่ผู้ร่วมวิจัย

3. แนวทางในการส่งเสริมความสามารถด้านการวิจัยในชั้นเรียนด้านการปฏิบัติ โดยภาพรวมระดับมากที่สุด คือ 1) ผู้วิจัยควรให้ผู้ร่วมวิจัยมีส่วนร่วมสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้มีการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการที่กำหนดไว้ 2) ผู้วิจัยควรกำหนดวัตถุประสงค์ให้ตามหลักการ โดยมุ่งการเปลี่ยนแปลงและเกิดการกระทำเพื่อบรรลุเป้าหมายในทางปฏิบัติ และ 3) ผู้วิจัยและผู้ร่วมวิจัยควรมีการปรับปรุงกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันอย่างเป็นระบบ

4. แนวทางในการส่งเสริมความสามารถด้านการวิจัยในชั้นเรียนด้านการสังเกตผล โดยภาพรวมระดับมาก คือ 1) ผู้วิจัยควรเน้นบทบาทและส่งเสริมสนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ผู้มีส่วนร่วมให้มีการสังเกตผลที่เกิดขึ้นจริง 2) ผู้วิจัยและผู้มีส่วนร่วมควรคาดหวังผลสำเร็จของการปฏิบัติงานที่จะเกิดขึ้น และ 3) ผู้วิจัยและผู้มีส่วนร่วมควรสังเกตว่า “กิจกรรมหรือกระบวนการปฏิบัติงานเป็นอย่างไร ได้ความรู้ใหม่ ทฤษฎีใหม่ หรือเกิดการเรียนรู้ใหม่อะไรบ้าง”

5. แนวทางในการส่งเสริมความสามารถด้านการวิจัยในชั้นเรียนด้านการสะท้อนผล โดยภาพรวมระดับมาก คือ 1) ผู้วิจัยและผู้ร่วมวิจัยควรสรุปผลการวิจัยเกี่ยวกับการจัดทำแผนปฏิบัติการ การปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติการ การสังเกตผลที่เกิดขึ้นจริง และผลการเปลี่ยนแปลงทั้งที่สำเร็จและ ยังไม่สำเร็จ 2) ผู้วิจัยและผู้ร่วมวิจัยควรวิเคราะห์ถึงสิ่งที่ทำสำเร็จ สิ่งที่ยังทำไม่สำเร็จ สิ่งที่เป็นปัจจัยผลักดัน และสิ่งที่เป็นปัจจัยต่อต้านการดำเนินงานวิจัย และ 3) ผู้วิจัยและผู้ร่วมวิจัยควรแสดงถึงผลการวิจัย (ผลทีเกิดขึ้น) ได้ว่าเป็นสิ่งที่ตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่

6. ภายหลังการส่งเสริมความสามารถด้านการวิจัยในชั้นเรียน พบว่า 1) ครูผู้สอนร่วมลงมือปฏิบัติการตามกระบวนการวิจัยและแผนการวิจัยที่กำหนดไว้ ในการร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นในวิธีการลงมือปฏิบัติการและวิธีการวัดความสำเร็จของการวิจัย รวบรวมข้อมูล สนับสนุน ประสานงานและอำนวยความสะดวก รับฟังปัญหาและความคิดเห็น มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เพื่อลดข้อผิดพลาด ลดการสูญเสีย ลดความไม่ยุติธรรมหรือปฏิกิริยาที่ไม่พึงพอใจ อันจะนำผลไปสรุปที่มีประโยชน์แก่ทุกคนที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้เพราะครูที่เข้าร่วมกิจกรรมมีเป้าหมายเพื่อให้ได้ข้อมูลความเป็นจริง แนวทางการพัฒนาที่เหมาะสม มีความพอดีกับบริบทของชุมชนท้องถิ่น 2) ครูผู้สอนร่วมประชุมปรึกษาหารือถึงวิธีการการสังเกตผลจากการปฏิบัติการ สังเกตปรากฏการณ์ของปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งที่คาดหวังและไม่ได้คาดหวัง ทั้งทางบวกและทางลบ ร่วมอธิบายตีความปรากฏการณ์ด้านต่างๆ จากกิจกรรมหรือกระบวนการการปฏิบัติงาน ร่วมกันปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์การสังเกตการเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสม และสามารถประเมินประสิทธิภาพและความสำเร็จของการปฏิบัติด้วยตนเอง 3) ครูผู้สอนสามารถเล่าเหตุการณ์เรื่องราวทั้งหมดในการปฏิบัติการของการวิจัยในชั้นเรียนอย่างมีเหตุผล ซึ่งแต่ละคนจะมีมิติการมองเหตุการณ์ที่แตกต่างกัน ที่นำไปสู่การมองปัญหาการวิจัยที่รอบด้าน สามารถเข้าใจความรู้สึกจากการลงมือปฏิบัติการทั้งความเครียด ความรู้สึกท้อถอย ความผิดหวังจากผลที่คาดไว้และพึงพอใจจากการปฏิบัติการ จัดทำรายงานเพื่อสรุปการปฏิบัติการอย่างตรงไปตรงมา ที่สะท้อนถึงแนวคิดทฤษฏีที่นำมาใช้ และสามารถอธิบายให้ผู้ร่วมวิจัยรับรู้เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ที่ถูกต้อง ก่อให้เกิดความรู้ใหม่อย่างถูกต้องตามกระบวนการวิจัย และสามารถให้ข้อมูลของการสะท้อนผลที่มีความเที่ยงตรงทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ

7. ครูในโรงเรียนเทศบาลเมืองปทุมธานี สังกัดเทศบาลเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี มีความคิดเห็นต่อประโยชน์ของการส่งเสริมความสามารถด้านการวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้สอนในสถานศึกษา สังกัดเทศบาลเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี โดยภาพรวมระดับมาก ได้แก่ 1) กิจกรรมการพัฒนาความสามารถด้านการวิจัยในชั้นเรียน ช่วยให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติหน้าที่ประจำได้โดยไม่รู้สึกว่าเป็นภาระที่ยุ่งยาก 2) กิจกรรมการวิจัยในชั้นเรียน ครูผู้วิจัยและครูผู้ร่วมวิจัย สามารถช่วยในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการจัดการศึกษาของครูผู้สอน และ 3) กิจกรรมการพัฒนาความสามารถด้านการวิจัยในชั้นเรียน มีส่วนช่วยให้บุคลากรภายในโรงเรียนมีความมั่นใจในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา ตามลำดับ

โพสต์โดย ศุภนิจ ศรีพระราม : [20 มี.ค. 2559 เวลา 07:02 น.]
อ่าน [693] ไอพี : 223.205.23.50
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
สมัครงานอย่างมืออาชีพ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์กับอุปกรณ์เพิ่มความสะดวกสบายอย่าง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ้กและอีกมากมาย การรันตีสินค้าได้มาตราฐาน
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ