ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การใช้กระบวนการพี่เลี้ยงร่วมกับการศึกษาผ่านบทเรียนด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ส่งเสริมความสาม

ชื่อเรื่อง การใช้กระบวนการพี่เลี้ยงร่วมกับการศึกษาผ่านบทเรียนด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนการสอนของครูโรงเรียนเมืองพัทยา 11 (มัธยมสาธิตพัทยา)

ชื่อผู้วิจัย นางผกาพันธุ์ วีระสิงห์

โรงเรียน โรงเรียนเมืองพัทยา 11 (มัธยมสาธิตพัทยา) สังกัดเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

ปีที่วิจัย 2558

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) ศึกษากระบวนการพี่เลี้ยงร่วมกับการศึกษาผ่านบทเรียนด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ2) ศึกษาความสามารถในการจัดการเรียนการสอนของครูโรงเรียนเมืองพัทยา 11 (มัธยมสาธิตพัทยา) หลังการใช้กระบวนการพี่เลี้ยงร่วมกับการศึกษาผ่านบทเรียนด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ และ3) เพื่อประเมินผลการใช้กระบวนการพี่เลี้ยงร่วมกับการศึกษาผ่านบทเรียนด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนการสอนของครูโรงเรียนเมืองพัทยา 11 (มัธยมสาธิตพัทยา) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้อำนวยการสถานศึกษา รองผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน 3 คน ศึกษานิเทศก์สังกัดสำนักการศึกษาเมืองพัทยา จำนวน 3 คน และครูโรงเรียนเมืองพัทยา 11 (มัธยมสาธิตพัทยา) จำนวน 67 คน รวมทั้งหมด 73 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แบบประเมินความสามารถในการจัดการเรียนการสอนของครูโรงเรียนเมืองพัทยา 11 (มัธยมสาธิตพัทยา) มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .945 แบบตรวจสอบการจัดการเรียนการสอนของครูโรงเรียนเมืองพัทยา 11 (มัธยมสาธิตพัทยา) มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .892 และแบบประเมินการใช้กระบวนการพี่เลี้ยงร่วมกับการศึกษาผ่านบทเรียนด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนการสอนของครูโรงเรียนเมืองพัทยา 11 (มัธยมสาธิตพัทยา) มีค่าคามเชื่อมั่นเท่ากับ .938 มีลักษณะเป็นแบบตรวจสอบรายการและแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) ตามแบบลิเคิร์ท มี 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) และวิเคราะห์เนื้อหา (content analysis)

ผลการวิจัยพบว่า

1. ผลการศึกษากระบวนการพี่เลี้ยงร่วมกับการศึกษาผ่านบทเรียนด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินกิจกรรมดังนี้

1.1 ครูศึกษาเอกสารประกอบการอบรม Coaching and Mentoring และเอกสารกระบวนการพี่เลี้ยงพัฒนาครูไทย ในหนังสือ “รู้เนื้อหาก่อนสอนเก่ง” และ VCD ประกอบการเรียนรู้ Coaching and Mentoring

1.2 หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้และหัวหน้ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนถ่ายทอดประสบการณ์จากการอบรมเชิงปฏิบัติการ Coaching and Mentoring ให้กับเพื่อนครูในกลุ่ม

1.3 ครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจับคู่ตามบทบาท ได้แก่ ผู้วางแผน (Planer) และผู้ร่วมคิด (Co-teacher/buddy) เป็นลักษณะของการทำงานของกลุ่มครูที่ร่วมกันศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการสอนและการเรียนรู้ในชั้นเรียนแบบร่วมมือ รวมพลังอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาตนเอง พัฒนาการจัดการเรียนการสอน พัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยดำเนินงานตามขั้นตอนของกระบวนการศึกษาผ่านบทเรียน (Lesson study) ประกอบด้วย1)วิเคราะห์หลักสูตร/รายวิชาที่จัดการเรียนรู้ (Analyze : A) 2) วางแผนการจัดการเรียนการสอน (Plan : P) 3) สอนและสังเกต (DO : D and See : S) 4) สะท้อนความคิด (Reflection) และ 5) ปรับปรุงแก้ไขบทเรียน (Redesign)

1.4 รายงานการศึกษาผ่านบทเรียนโดยกลุ่มร่วมกันจัดทำเอกสารเผยแพร่ผลการศึกษา ซึ่งประกอบด้วย แผนจัดการเรียนรู้ที่ผ่านการทดลอง คำอธิบาย และผลการศึกษาที่เกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อครูคนอื่นๆ ต่อไป

2. ผลการศึกษาความสามารถในการจัดการเรียนการสอนของครูโรงเรียนเมืองพัทยา 11 (มัธยมสาธิตพัทยา) หลังการใช้กระบวนการพี่เลี้ยงร่วมกับการศึกษาผ่านบทเรียนด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ

2.1 การตรวจสอบการจัดการเรียนการสอนของครู พบว่า ในภาพรวมครูมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก อันดับแรก ได้แก่ ให้นักเรียนได้สะท้อนผลการเรียนรู้ รองลงมา นำเทคนิคและนวัตกรรมการสอนใหม่ๆ มาใช้ในการเรียนการสอน ให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็น บูรณาการกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ เข้าด้วยกัน จัดกิจกรรมให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติ ส่งเสริมให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าเรื่องที่สนใจจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ นำผลการประเมินมาใช้ในการพัฒนาผู้เรียน ใช้โครงงานในการกระตุ้นการเรียนรู้ของนักเรียน จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยพัฒนาทักษะการคิดของผู้เรียน นำข้อเสนอแนะจากผู้บริหารและเพื่อนครูมาปรับปรุงและพัฒนาการเรียนการสอน ตามลำดับ โดยทำงานร่วมกับครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น มีค่าเฉลี่ยเป็นลำดับสุดท้าย

2.2 การประเมินความสามารถในการจัดการเรียนการสอนของครู โรงเรียนเมืองพัทยา 11 (มัธยมสาธิตพัทยา) ภาพรวม พบว่า ครูมีความสามารถอยู่ในระดับมาก อันดับแรก ด้านความรู้ความเข้าใจในการจัดการเรียนการสอน รองลงมา ด้านการเขียนแผนกิจกรรมการเรียนรู้ และความสามารถในการทำงานแบบร่วมมือรวมพลัง ตามลำดับ โดยทักษะในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน มีค่าเฉลี่ยเป็นอันดับสุดท้าย

3. ผลการประเมินการใช้กระบวนการพี่เลี้ยงร่วมกับการศึกษาผ่านบทเรียนด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนการสอนของครูโรงเรียนเมืองพัทยา 11 (มัธยมสาธิตพัทยา) พบว่า ครูมีความคิดเห็นโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า อันดับแรก ควรจัดกระบวนการลักษณะนี้ต่อเนื่องทุกปี รองลงมา กระบวนการนี้ช่วยพัฒนานักเรียนได้อย่างแท้จริง และกระบวนการนี้ช่วยให้ครูทำวิจัย เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนมากขึ้น ตามลำดับ โดยความชัดเจนในการให้คำปรึกษา/ความช่วยเหลือของอาจารย์นิเทศมีค่าเฉลี่ยเป็นอันดับสุดท้าย

4. ผลการประชุมสนทนากลุ่มมีข้อสังเกตดังนี้

4.1 การกำหนดเป้าหมายและวางแผนการสอน เป็นการกำหนดเป้าหมายของการศึกษาที่กลุ่มศึกษาบทเรียนให้ความสนใจร่วมกัน ควรให้สอดคล้องกับปัญหาหรือสภาพการจัดการเรียนการสอนจริงในชั้นเรียน เป็นไปเพื่อกำหนดทิศทาง เป้าหมาย วัตถุประสงค์ของการเรียนการสอน ครูแต่ละคนจะต้องออกแบบและสร้างแผนการสอนให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ข้างต้น โดยอาจสร้างแผนการสอนใหม่ หรือแผนการสอนที่มีอยู่เดิม รวมถึงการจัดเตรียมสื่อการสอน แผนการสอนส่วนใหญ่ควรเป็นแผนรายคาบที่ส่งเสริมให้นักเรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ประกอบด้วย 1) การเรียนรู้ตั้งคำถาม เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาความคิดที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต ฝึกให้ผู้เรียนช่างสังเกตเกิดความสงสัยระหว่างการเรียนรู้ พร้อมทั้งฝึกการตั้งคำถามอย่างสร้างสรรค์ ที่จะช่วยขุดประกาย และกระตุ้นความสนใจในการเรียนรู้ 2) การเรียนรู้เพื่อแสวงหาสารสนเทศ เป็นการสืบค้น สอบถาม สัมภาษณ์ ทดลอง ทดสอบ รวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ทั้งบุคคล แหล่งเรียนรู้ทางอินเตอร์เน็ต ห้องสมุด เอกสารตำรา เพื่อให้นักเรียนนำข้อมูล และสารสนเทศมากลั่นกรองและคัดสรรในส่วนที่เป็นประโยชน์มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ 3) การเรียนรู้เพื่อสร้างองค์ความรู้ ควรส่งเสริมให้นักเรียนมีความเข้าใจในการสรุปเหตุผล ซึ่งจะต้องผ่านกระบวนการที่หลากหลาย ทั้งอุปนัยและนิรมัย มีการอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วยกระบวนการประชาธิปไตย ให้ได้ข้อยุติและเกิดการยอมรับในความคิดที่แตกต่าง 4) การเรียนรู้เพื่อการสื่อสาร เป็นการส่งเสริมทักษะด้านภาษาพูด ภาษาเขียน การนำเสนอแก่นักเรียน ทั้งยังเน้นพัฒนาเทคนิค ศิลปะ และวิธีการนำเสนอ ครอบคลุมการใช้เทคโนโลยี ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดการนำเสนอที่มีประสิทธิภาพ 5) การเรียนรู้เพื่อตอบแทนสังคม ควรเน้นจุดมุ่งหมายสูงสุดที่ต้องการสร้างจิตสำนึกความเป็นพลเมืองให้นักเรียน และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน ปฏิบัติหน้าที่อย่างสร้างสรรค์ เกื้อกูลกัน ตลอดจนมีจิตสาธารณะ

4.2 การปฏิบัติการสอนและการสังเกต เป็นขั้นตอนของการนำแผนการสอนที่พัฒนาโดยคู่เพื่อนสนิท นำไปใช้จริงในชั้นเรียน โดยครูผู้ออกแบบแผนการสอน และมีเพื่อนสนิทเข้าไปสังเกตการณ์การสอน ช่วยเก็บข้อมูลในการดำเนินการเรียนการสอน ทั้งการจดบันทึก การบันทึกภาพหรือวีดิทัศน์ บางครั้งนอกจากคู่เพื่อนสนิทแล้ว กลุ่มศึกษาบทเรียนคนอื่นๆ ยังสามารถเข้าร่วมสังเกตการณ์การสอนได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งส่วนมากในสังเกตการณ์การสอน กลุ่มศึกษาบทเรียนมักจะประจำอยู่หลังห้อง เพื่อให้เห็นมุมมองที่หลากหลาย โดยมีประเด็นการสังเกตดังนี้

1) ด้านนักเรียน เป็นการสังเกตปฏิกิริยา การแสดงออก การตอบสนอง พฤติกรรมของนักเรียนที่แสดง ตลอดคาบเรียน ตลอดจน สังเกตนักเรียนเป็นรายบุคคลที่มีความโดดเด่นทั้งด้านบวกและด้านลบ

2) ด้านการจัดการเรียนการสอน อันได้แก่ ลักษณะ ความเหมาะสม ขั้นตอน ประสิทธิภาพ เทคนิคในคาบเรียน ทั้งที่ส่งเสริมและเป็นอุปสรรคในการเรียนรู้ของนักเรียน ตลอดจนการบริหารชั้นเรียน ปฏิสัมพันธ์ของครูและนักเรียน ความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์

3) ด้านครู เป็นการสังเกตปฏิกิริยาการตอบสนองของครู การตั้งคำถาม การลำดับ การอธิบายที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอน

4) ด้านสื่อการเรียนการสอน และแหล่งการเรียนรู้ เป็นการสังเกตความเหมาะสม สอดคล้องความถูกต้อง ครอบคลุม ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ

5) ด้านบรรยากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นการสังเกตบรรยากาศ และสภาพแวดล้อมในชั้นเรียน ที่จะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอน

4.3 การอภิปรายผลและการสะท้อนกลับ เป็นการอภิปรายผลของการปฏิบัติการสอน โดยกลุ่มการศึกษาบทเรียนที่เข้าสังเกตการณ์การสอน เป็นไปเพื่อร่วมกันปรับปรุงแผนการสอนและนำไปปฏิบัติการสอนในครั้งต่อๆ ไป โดยทุกคนที่สังเกตการณ์การสอนจะมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น เป็นไปในลักษณะการอภิปรายทีละคน ทีละประเด็น ในขั้นต้นจะสรุปประสิทธิภาพของการสอน สภาพที่เกิดขึ้น จุดเด่น และจุดด้อย และช่วยกันอภิปรายถึงแนวทางการปรับปรุงแผนการสอนและนำสู่การปฏิบัติการเรียนการสอน แผนการสอนที่ถูกพัฒนาในการเรียนการสอน แผนดังกล่าวนี้พร้อมที่จะนำไปใช้ในชั้นเรียนอื่นๆ ต่อไป

4.4 กลยุทธ์การใช้กระบวนการพี่เลี้ยงร่วมกับการศึกษาผ่านบทเรียนด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนการสอนของครูโรงเรียนเมืองพัทยา 11 (มัธยมสาธิตพัทยา) การสนับสนุนให้ครูเริ่มต้นดำเนินงานตามกระบวนการพี่เลี้ยงร่วมกับการศึกษาผ่านบทเรียนด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนการสอนของครูโรงเรียนเมืองพัทยา 11 (มัธยมสาธิตพัทยา) ที่มีองค์ประกอบของการทำงานแบบร่วมมือรวมพลังและลักษณะของการดำเนินงานที่เป็นระบบในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่ครูไม่คุ้นเคย ถือเป็นเรื่องยากที่สุดในการดำเนินงานนี้ ในฐานะผู้วิจัยซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่ดำเนินการใช้กระบวนการฯ ควรใช้การเริ่มต้นด้วยกลยุทธ์ “เพิ่ม” และกลยุทธ์ “ลด”ดังนี้

กลยุทธ์เพิ่ม คือ การเพิ่มแรงจูงใจ สร้างความตระหนัก และสร้างความรู้สึกในทางบวกหรือสร้างเจตคติที่ดีของครูต่อการใช้กระบวนการพี่เลี้ยงร่วมกับการศึกษาผ่านบทเรียนด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนการสอนของครู ซึ่งทำได้โดยการมีแกนนำที่เป็นที่ยอมรับในการแนะนำและขับเคลื่อนกระบวนการดังกล่าว หรือการเริ่มต้นกระบวนการจากระดับฐานราก ด้วยการสร้างแรงจูงใจให้ครูเข้าร่วมด้วยความสมัครใจ โดยมีการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชาอย่างจริงจัง ทั้งในด้านนโยบายและทรัพยากร ส่วนกลยุทธ์ลด คือ การลดความกังวลใจและภาระงานของครู โดยการลดภาระงานในการดำเนินงานตามกระบวนการพี่เลี้ยงร่วมกับการศึกษาผ่านบทเรียนด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนการสอนของครู ในระยะแรกเพื่อสร้างความรู้สึกแก่ครูว่าเป็นการทำงานตามปกติ ไม่มีภาระงานใหม่เพิ่มขึ้นมา โดยอาจเริ่มต้นดำเนินงานจากการพัฒนาแผนการสอนจากแผนการสอนเดิมที่มีอยู่ ไม่ต้องเริ่มต้นเขียนแผนการสอนใหม่ รวมทั้งอาจลดความกังวลจากการมีส่วนร่วมของผู้รู้ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก โดยจัดให้มีเฉพาะครูในกลุ่มที่ทำงานร่วมกันหรือมีผู้รู้จากภายในโรงเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการสังเกตหรืออภิปรายก่อน เมื่อครูพร้อมและมั่นใจจึงค่อยเชิญผู้รู้จากภายนอกให้เข้ามามีส่วนร่วม รวมไปถึงการลดขั้นตอนการดำเนินงานตามกระบวนการพี่เลี้ยงร่วมกับการศึกษาผ่านบทเรียนด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนการสอนของครูด้วยการใช้วงจรฝึกหัด ซึ่งก็คือการให้ครูได้ฝึกดำเนินงานตามกระบวนการฯ เฉพาะใน 2 ขั้นตอนสำคัญและเป็นขั้นตอนที่ครูไม่คุ้นเคย ได้แก่ ขั้นสอนและสังเกต และขั้นสืบสอบผลการปฏิบัติงานก่อน ทั้งนี้เพื่อให้ครูได้ปรับตัวและเห็นประโยชน์จากการดำเนินงาน จนเกิดความพร้อมที่จะดำเนินการเต็มวงจรสมบูรณ์ที่มีขั้นตอนครบถ้วน ฉะนั้นหากดำเนินการตามกลยุทธ์เพิ่มและลดนี้ ครูจะเกิดความมั่นใจ ความพร้อมและเกิดแรงจูงใจที่จะดำเนินงานตามกระบวนการพี่เลี้ยงร่วมกับการศึกษาผ่านบทเรียนด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนการสอนของครูได้ต่อไป

โพสต์โดย paka : [17 มี.ค. 2559 เวลา 11:18 น.]
อ่าน [672] ไอพี : 125.27.61.33
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
สมัครงานอย่างมืออาชีพ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์กับอุปกรณ์เพิ่มความสะดวกสบายอย่าง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ้กและอีกมากมาย การรันตีสินค้าได้มาตราฐาน
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ