ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนารูปแบบการสอนวรรณคดีไทยบูรณาการด้วยเพลงพื้นบ้าน เพื่อส่งเสริมความคิดเชิงสัง

ผู้วิจัย นางสาวเบญจพร สิงห์น้อย

ปีที่วิจัย 2557

การพัฒนารูปแบบการสอนวรรณคดีไทยบูรณาการด้วยเพลงพื้นบ้าน เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงสังเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานสำหรับพัฒนารูปแบบการสอนวรรณคดีไทยบูรณาการด้วยเพลงพื้นบ้าน เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงสังเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 2) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการสอนวรรณคดีไทยบูรณาการด้วยเพลงพื้นบ้าน เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงสังเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียน จากการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนวรรณคดีไทยบูรณาการด้วยเพลงพื้นบ้าน เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงสังเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 4) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการคิดเชิงวิเคราะห์ของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน จากการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนวรรณคดีไทยบูรณาการด้วยเพลงพื้นบ้าน เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงสังเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 5) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนวรรณคดีไทยบูรณาการด้วยเพลงพื้นบ้าน

เพื่อส่งเสริมความคิดเชิงสังเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 โรงเรียนประทาย องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 40 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ 1) รูปแบบการสอนวรรณคดีไทยบูรณาการด้วยเพลงพื้นบ้าน เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงสังเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

2) แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา จำนวน 8 แผน 16 ชั่วโมง

3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ 4) แบบทดสอบวัดการคิดเชิงสังเคราะห์เป็นแบบทดสอบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ 5) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) สถิติค่าที ( t – test แบบ Dependent Samples) และการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัยพบว่า

1. ข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนารูปแบบการเรียนวรรณคดีไทยบูรณาการด้วยเพลงพื้นบ้าน เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงสังเคราะห์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 พบว่า

1.1 การวิเคราะห์ข้อมูลนโยบาย สภาพที่คาดหวังในการจัดการเรียนรู้ มุ่งสู่การส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 มีทักษะการคิด ทักษะการใช้เทคโนโลยี ทักษะการใช้ชีวิต เน้นการส่งเสริมความคิดเชิงวิเคราะห์สู่การปฏิบัติชิ้นงาน เพื่อให้นักเรียนมีความคิดเชิงวิเคราะห์ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้

1.2 การวิเคราะห์แนวคิด ทฤษฎี สาระสำคัญ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง มุ่งส่งเสริมให้นักเรียน มีทักษะกระบวนการทำงาน สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี มีการแสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ นำมาสังเคราะห์ ออกแบบ และสร้างสรรค์ชิ้นงานจากความคิดเชิงสังเคราะห์ นำไปสู่การประยุกต์ชิ้นงานที่แปลกใหม่ได้อย่างมีคุณภาพ

1.3 การวิเคราะห์ข้อมูลสภาพปัจจุบัน ขาดสื่อการเรียนรู้ที่สอนให้มีการปฏิบัติงานตามลำดับขั้นตอน ขาดความสามารถในการคิดเชิงสังเคราะห์ ขาดทักษะการทำงาน สภาพที่คาดหวังในการจัดการเรียนรู้ มุ่งสู่การส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 มีทักษะการคิด ทักษะการใช้ชีวิต ทักษะการใช้เทคโนโลยี เน้นการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์สู่การปฏิบัติชิ้นงาน เพื่อให้นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้

2. รูปแบบการสอนวรรณคดีไทยบูรณาการด้วยเพลงพื้นบ้าน เพื่อส่งเสริมความคิดเชิงสังเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีองค์ประกอบ ดังนี้ 1) ปรัชญา ทฤษฎี หลักการ แนวคิดหรือความเชื่อที่เป็นพื้นฐานของรูปแบบนั้น 2) วัตถุประสงค์

3) ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน 4) วิธีการวัดและประเมินผล มีขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน 8 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การสร้างความสนใจ (Engage) ขั้นตอนที่ 2 การกำหนดจุดประสงค์ (Purpose) ขั้นตอนที่ 3 การเชื่อมโยงความรู้เดิมเพิ่มเติมความรู้ใหม่ (Transfer of learning) ขั้นตอนที่ 4 การคิดเชิงสังเคราะห์ (Synthesis Thinking) ขั้นตอนที่ 5 การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (knowledge sharing) ขั้นตอนที่ 6 การให้ข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) ขั้นตอนที่ 7 การประเมินผลการเรียนรู้ (Evaluation ) ขั้นตอนที่ 8 การประยุกต์ใช้ (Application ) ตรวจสอบความสอดคล้องกับรูปแบบการสอนที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญพบว่ารูปแบบการสอนวรรณคดีไทยบูรณาการด้วยเพลงพื้นบ้าน เพื่อส่งเสริมความคิดเชิงสังเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีความสอดคล้องกัน (IOC=1.00) และเมื่อนำไปหาประสิทธิภาพ (E1/ E2) แบบกลุ่มใหญ่ (Field Try out) กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนประทาย อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 30 คน ที่เคยเรียนเนื้อหา เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกามาก่อนได้ค่าประสิทธิภาพของรูปแบบการสอนเท่ากับ 83.00/81.22 แล้วนำไปหาประสิทธิภาพ(E1/ E2) กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 โรงเรียนประทายที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 40 คน ได้ค่าประสิทธิภาพของรูปแบบการสอนเท่ากับ 83.32/82.36 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ 80/80

3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนจากการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนวรรณคดีไทยบูรณาการด้วยเพลงพื้นบ้าน เพื่อส่งเสริมความคิดเชิงสังเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

4. ผลเปรียบเทียบการคิดเชิงสังเคราะห์ของนักเรียนจากการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนวรรณคดีไทยบูรณาการด้วยเพลงพื้นบ้าน เพื่อส่งเสริมความคิดเชิงสังเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

5. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีผลต่อการเรียนรู้โดยใช้โดยใช้รูปแบบการสอนวรรณคดีไทยบูรณาการด้วยเพลงพื้นบ้าน เพื่อส่งเสริมความคิดเชิงสังเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยรวมเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย ( ) เท่ากับ 4.82 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.50

โพสต์โดย เบญ : [12 ส.ค. 2558 เวลา 14:53 น.]
อ่าน [812] ไอพี : 183.89.74.33
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม