ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• รายงานผลการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการจับใจความสำคัญระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและเสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารเพื่อสร้าง

ความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทำให้สามารถประกอบกิจธุระ การงาน และดำรงชีวิตร่วมกัน ในสังคมประชาธิปไตยได้อย่างสันติสุข และเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศต่างๆ เพื่อพัฒนาความรู้ พัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนนำไปใช้ในการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังเป็นสื่อแสดง

ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษด้านวัฒนธรรม ประเพณี และสุนทรียภาพ เป็นสมบัติล้ำค่าควรแก่การเรียนรู้ อนุรักษ์ และสืบสาน ให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป (กรมวิชาการ. 2551). ดังพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชที่ทรงพระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทยที่

ขออัญเชิญมาคือ “ภาษาไทยนั้นเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของชาติ ภาษาทั้งหลายเป็นเครื่องมือของมนุษย์ชนิดหนึ่ง คือ เป็นทางสำหรับแสดงความคิดเห็นอย่างหนึ่ง เป็นสิ่งสวยงามอย่างหนึ่ง เช่น ในทางวรรณคดี เป็นต้น ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องรักษาเอาไว้ให้ดี” (กรมวิชาการ. 2551) และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงนิพนธ์คุณค่าและลักษณะสำคัญของภาษาไทยไว้ใน

คำนำปริญญานิพนธ์ตอนหนึ่งว่า “ภาษาไทยเป็นเครื่องมือแสวงความรู้ความคิดและวัฒนธรรมไทย เป็นเครื่องหมายแสดงความเก่าแก่ มีการสืบทอดความเจริญจากบรรพบุรุษมาเป็นระยะเวลายาวนาน ภาษาไทยมีวิวัฒนาการของการเขียนมากว่า 700 ปี ดังมีหลักฐานการใช้ภาษาไทย บันทึกข้อความในหลักศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช และวรรณคดีไทยสมัยต่างๆ ข้อเขียนเหล่านี้ ได้แสดงความเจริญรุ่งเรืองของชาติไทย บันทึกความเป็นไปในสังคมไทย แนวความคิด ค่านิยม

ขนบธรรมเนียม และวิชาความรู้ต่างๆ ของปู่ ย่า ตา ยาย ที่สอนต่อๆ กันมา ซึ่งจะเป็นรากฐานความรู้สำหรับพัฒนาบ้านเมืองไทยสืบต่อไปได้ การมีทักษะในการเข้าใจและการใช้ภาษาไทยได้เป็นอย่างดี จึงมีความสำคัญยิ่งสำหรับชนชาวไทยทั้งปวง” (พยุงศรี เขียวดี. 2544 : 6)

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2)พุทธศักราช 2545 กล่าวว่า การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่า นักเรียนทุกคนมีความสามารถที่จะเรียนรู้พัฒนาตนเองได้ และถือว่านักเรียนนั้นมีความสำคัญที่สุด การจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้นักเรียนสามารถที่จะพัฒนาตนเองได้ตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ การจัดการศึกษาทั้งในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย โดยเน้นความรู้ คุณธรรม และมีการบูรณาการสอนตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษา นักเรียนควรมีความรู้ และทักษะด้านภาษา โดยเน้นการใช้ภาษาให้มีความถูกต้อง การจัดกระบวนการเรียนรู้ในสถานศึกษาให้หน่วยงานอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องดำเนินการจัดการศึกษา คือ ต้องจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและ ความถนัดของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล จัดกิจกรรมให้นักเรียนได้รู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่าน และเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง (กรมวิชาการ. 2545 : 11 - 14)

กระทรวงศึกษาธิการได้เล็งเห็นความสำคัญของวิชาภาษาไทย จึงได้กำหนดให้ภาษาไทยเป็นวิชาบังคับในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕51 โดยกำหนดคุณภาพนักเรียนเมื่อจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ นักเรียนสามารถอ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง ข้อความ เรื่องสั้นๆ และบทร้อยกรองง่ายๆ ได้ถูกต้องคล่องแคล่ว เข้าใจความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ตั้งคำถามเชิงเหตุผล ลำดับเหตุการณ์ คาดคะเนเหตุการณ์ สรุปความรู้ข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน ปฏิบัติตามคำสั่ง คำอธิบายจากเรื่องที่อ่านได้ เข้าใจความหมายของข้อมูลจากแผนภาพ แผนที่ และแผนภูมิ อ่านหนังสืออย่างสม่ำเสมอ และมีมารยาทในการอ่าน (กรมวิชาการ. 2551) ในจำนวนทั้ง 5 ทักษะนั้น ทักษะการอ่านเป็นทักษะที่สำคัญในการเรียนรู้ เนื่องจากการอ่านเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการศึกษาทุกระดับ ผู้เรียนจำเป็นต้องอาศัยทักษะการอ่าน ทำความเข้าใจเนื้อหาสาระของวิชาการต่างๆ เพื่อให้ตนเองได้รับความรู้และประสบการณ์ตามที่ต้องการ หากอ่านไม่ได้การเรียนย่อมพบอุปสรรคอย่างใหญ่หลวง พฤติกรรมเด็กจะเปลี่ยนไปเป็นหงอยเหงา เก็บกด หรือมิฉะนั้นจะแสดงออกต่างๆ ในลักษณะแทนปมด้อย ในทางตรงข้ามเด็กที่อ่านได้ อ่านเป็นย่อมได้รับการยอมรับ และเรียนร่วมกับเพื่อนๆ ได้ดี (วรรณี โสมประยูร. 2544 : 121-122) นอกจากนั้น การอ่านยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการประกอบธุรกิจ การปรับปรุงพัฒนา เมื่อพ้นวัยประถมศึกษาอาจเรียนรู้จากพฤติกรรมการศึกษานอกโรงเรียนได้อีกครั้งหนึ่ง การอ่านมีความจำเป็นต่อการเป็นพลเมืองดีที่จะรู้ข่าวสารเหตุการณ์ของบ้านเมือง เพราะการเป็นพลเมืองดีจำเป็นต้องรู้เหตุการณ์บ้านเมือง (บันลือ พฤกษะวัน. 2545 : 10–11) จะเห็นได้ว่าการอ่านมีความสำคัญและมีความจำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ช่วยเพิ่มพูนสติปัญญา บุคคลที่มีความเข้าใจในการอ่าน สามารถนำความรู้ความคิดไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่สังคมและตนเองในการดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข ผู้อ่านที่มีความเข้าใจใน การอ่านและจับใจความได้ เมื่ออ่านแล้วจะต้องจัดลำดับเหตุการณ์ในเรื่องที่อ่าน เล่าเรื่องโดยใช้คำพูดของตนเอง แยกแยะข้อเท็จจริง ความคิด หรือจินตนาการ จำแนกใจความสำคัญและส่วนขยายใจความสำคัญ และสรุปเนื้อเรื่องที่อ่านได้ (แววมยุรา เหมือนนิล. 2541 : 17) ดังนั้น การอ่านเพื่อจับใจความสำคัญเป็นทักษะที่สำคัญในการสอนอ่าน ครูผู้สอนจำเป็นต้องสอนให้ผู้เรียนอ่านคำออก รู้ความหมายของกลุ่มคำที่เป็นวลี เป็นประโยค และยังต้องฝึกให้ผู้เรียนรู้จักจับใจความสำคัญของเรื่องที่อ่านได้ (กรมวิชาการ. ๒๕๔9 : ๑๗) แต่ถ้าผู้อ่านไม่สามารถจับใจความสำคัญของเนื้อเรื่องที่อ่านได้ ก็คงไม่สามารถอ่านเพื่อวิเคราะห์ วิจารณ์ หรือประเมินค่าต่อไปได้ (ดนยา วงศ์ธนะชัย. 2542 : 56)

ปัจจุบันนักเรียนส่วนใหญ่มีปัญหาด้านการอ่าน คือ ไม่เข้าใจเรื่องที่อ่าน สรุปและจับใจความของเรื่องที่อ่านไม่ได้ (นฤมล พงศโรจน์. ๒๕๔๗ : ๑) ทั้งนี้อาจเนื่องจาก การจัดสภาพการเรียน การสอนที่ไม่สอดคล้องกับผู้เรียน ไม่มีกิจกรรมที่จะช่วยให้ผู้เรียนสนใจอ่าน ครูยังเน้นการบอก อธิบายความรู้และท่องจำ เนื้อหาที่เรียนไม่สอดคล้องกับชีวิตจริง บทอ่านไม่น่าสนใจ อีกทั้งด้านการวัดและการประเมินผลการเรียนการสอน มักจะแยกออกจากกัน ไม่สอดคล้องสัมพันธ์กัน หรือไม่มี การประเมินผลระหว่างการเรียนการสอน เพื่อนำมาพัฒนาผู้เรียนให้ถึงขีดสุดตามศักยภาพของแต่ละบุคคล (วิภาภรณ์ ภู่วัฒนกุล. ๒๕๔๓ : ๓๙–๔๔)

โพสต์โดย ไก่ : [21 ม.ค. 2558 เวลา 14:23 น.]
อ่าน [567] ไอพี : 182.93.216.173
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม