ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนาชุดฝึกกิจกรรมเรื่อง การแต่งคำประพันธ์โดยวิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD กลุ่มสาระการเร

ชื่อการศึกษา การพัฒนาชุดฝึกกิจกรรมเรื่อง การแต่งคำประพันธ์โดยวิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ผู้ศึกษา นางเบญจา จิตรสายธาร
ปีที่ศึกษา 2555

บทคัดย่อ

ภาษาไทย เป็นภาษาที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น โดยเฉพาะเรื่องการใช้คำที่ไพเราะ สละสลวยในการแต่งคำประพันธ์ ดังนั้นการแต่งคำประพันธ์ให้ได้ผลดีนั้น ควรมุ่งฝึกฝนนักเรียน
ให้ใช้ความคิดในการเรียนรู้และเข้าใจด้วยตนเองเป็นสิ่งสำคัญ ไม่จำเป็นต้องอาศัยพรสวรรค์
ที่มีเฉพาะบุคคลเพียงอย่างเดียวในขณะเดียวกันครูจะต้องค้นหาวิธีการสอนต่าง ๆ เพื่อให้เด็กเกิดความสนใจและแสดงความสามารถเฉพาะตัวออกมาให้ได้ ด้วยการฝึกซ้ำ ๆ จะทำให้นักเรียนมีพัฒนาการในด้านทักษะการแต่งคำประพันธ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาล 3 “เทศบาลอนุสรณ์” ควรมีความรู้และทักษะการแต่งคำประพันธ์ที่ถูกต้อง จึงได้วางแผนการจัดกิจกรรมโดยใช้ชุดฝึกกิจกรรมเรื่อง การแต่งคำประพันธ์โดยวิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อวิเคราะห์ปัญหาการจัดการเรียนการสอน สาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนเทศบาล 3 “เทศบาลอนุสรณ์” 2) เพื่อพัฒนาชุดฝึกกิจกรรม เรื่อง การการแต่งคำประพันธ์ โดยวิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 และมีค่าดัชนีประสิทธิผลตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป 3) เพื่อทดลองใช้ชุดฝึกกิจกรรม เรื่อง การแต่งคำประพันธ์ โดยวิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 โรงเรียนเทศบาล 3 “เทศบาลอนุสรณ์” 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน ที่เรียนโดยใช้ชุดฝึกกิจกรรมเรื่อง การแต่งคำประพันธ์ โดยวิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD ปีการศึกษา 2555 กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนชั้น ประถมศึกษาศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาล 3 “เทศบาลอนุสรณ์” ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 จำนวน 33 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา คือ (1) แผนการจัดการเรียนรู้ ชุดฝึกกิจกรรม เรื่อง การแต่งคำประพันธ์ จำนวน 16 แผน (2) ชุดฝึกกิจกรรม เรื่อง การแต่งคำประพันธ์ จำนวน 4 หน่วยการเรียนรู้ แบ่งเป็นหน่วยการเรียนรู้ละ 4 ชุด รวม 16 ชุด (3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ที่เรียนด้วยชุดฝึกกิจกรรม เรื่อง การแต่งคำประพันธ์
จำนวน 40 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่า t –test
ผลการศึกษา พบว่า
1. ชุดฝึกกิจกรรม เรื่อง การแต่งคำประพันธ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 โรงเรียนเทศบาล 3 “เทศบาลอนุสรณ์” นักเรียนมีพฤติกรรม การเรียนรู้ ในด้านความรู้ ด้านทักษะกระบวนการ และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น มีประสิทธิภาพของกระบวนการ เท่ากับ 93.56 และมีประสิทธิภาพของผลลัพธ์ เท่ากับ 93.36
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียน โดยใช้ชุดฝึกกิจกรรม เรื่อง การแต่งคำประพันธ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 โรงเรียนเทศบาล 3 “เทศบาลอนุสรณ์” นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ย 24.88 คิดเป็นร้อยละ 62.19 หลังเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ย 34.50 คิดเป็นร้อยละ 86.25 มีค่าดัชนีประสิทธิผลของชุดฝึกกิจกรรม เรื่อง การแต่งคำประพันธ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีค่าเท่ากับ 0.6363 ซึ่งแสดงว่า นักเรียนมีคะแนนเพิ่มขึ้นร้อยละ 63.63 และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทางการเรียนมีความก้าวหน้า ( t = 10.87 ) คะแนนหลังเรียนโดยใช้ชุดฝึกกิจกรรม เรื่อง การแต่งคำประพันธ์เรียนสูงกว่าคะแนนก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 แสดงว่าชุดฝึกกิจกรรม เรื่อง การแต่งคำประพันธ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ทำให้นักเรียนมีพัฒนาการในเนื้อหาที่สูงขึ้น
3. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียน จากการเรียนโดยใช้ชุดฝึกกิจกรรม เรื่อง การแต่งคำประพันธ์ นักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุดทุกด้าน สูงสุด คือ ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.78 รองลงมา คือด้านสื่อการสอน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.75 น้อยที่สุดคือด้านเนื้อหาและด้านประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.64

โพสต์โดย เบญจา : [23 ต.ค. 2557 เวลา 09:27 น.]
อ่าน [632] ไอพี : 101.51.227.110
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม