ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• ผลงานทางวิชาการนางวิภาดา ศรีลาศักดิ์ เทศบาลเมืองมุกดาหาร

ชื่อเรื่อง การพัฒนาศักยภาพครูในการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน
โรงเรียนที โอ เอ วิทยา (เทศบาล 1 วัดคำสายทอง) : การวิจัยปฏิบัติการ
แบบมีส่วนร่วม
ผู้วิจัย นางวิภาดา ศรีลาศักดิ์
ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะ รองผู้อำนวยการชำนาญการ
สถาบัน โรงเรียนทีโอเอ วิทยา (เทศบาล 1 วัดคำสายทอง) สังกัดกองศึกษา
เทศบาลเมืองมุกดาหาร กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย
ปีที่รายงาน 2556

บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) ศึกษาสภาพและปัญหาของครูในการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนที โอ เอ วิทยา (เทศบาล 1 วัดคำสายทอง) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองมุกดาหาร 2) หาแนวทางการพัฒนาศักยภาพครูในการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน โรงเรียนที โอ เอ วิทยา (เทศบาล 1 วัดคำสายทอง) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองมุกดาหาร 3) เพื่อติดตามและประเมินผลของการพัฒนาศักยภาพครูในการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนที โอ เอ วิทยา (เทศบาล 1 วัดคำสายทอง) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองมุกดาหาร โดยการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม มีขั้นตอนการดำเนินงาน 4 ขั้นตอน คือ การวางแผน (planning) การปฏิบัติการ (Action) การสังเกตการณ์ (Observation) และการสะท้อนกลับ (Reflection) จำนวน 2 วงรอบ กลุ่มเป้าหมายในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ กลุ่มผู้ร่วมวิจัย จำนวน 9 คน ประกอบด้วย ผู้วิจัย จำนวน 1 คน ผู้ร่วมวิจัย คือ ครูในโรงเรียนที โอ เอ วิทยา (เทศบาล 1 วัดคำสายทอง) ที่สอน ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จำนวน 8 คน กลุ่มผู้ให้ข้อมูล จำนวน 51 คน ซึ่งได้มาโดย การเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบบันทึกการประชุมครู แบบบันทึกการสัมภาษณ์ผู้ร่วมวิจัย แบบประเมินการประชุมเชิงปฏิบัติการ แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรม แบบบันทึกภาคสนามของผู้วิจัย แบบประเมินพฤติกรรม การอ่านของนักเรียน แบบประเมินการพัฒนาครู การวิเคราะห์ เชิงปริมาณ ใช้สถิติหาค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการตรวจสอบข้อมูลเชิงคุณภาพ ผู้วิจัยได้วิเคราะห์เนื้อหา จัดหมวดหมู่ของเนื้อหาและนำเสนอโดยความเรียง นำเสนอผลการวิจัยเชิงพรรณนาวิเคราะห์
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการศึกษาสภาพและปัญหาของครูในการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนที โอ เอ วิทยา (เทศบาล 1 วัดคำสายทอง) พบว่า 1) สภาพเกี่ยวกับการมีนิสัยรักการอ่านของนักเรียน โรงเรียนที โอ เอ วิทยา (เทศบาล 1 วัดคำสายทอง) พบว่า นักเรียนที่มีปัญหาด้านการอ่านส่วนใหญ่ สนใจการเล่นกับเพื่อนมากกว่าการอ่านหนังสือ ซึ่งส่งผลทำให้ การเรียนต่ำ นอกจากนี้ครูยังขาดเทคนิคและวิธีการในการกระตุ้นให้ผู้เรียนมีนิสัยรักการอ่าน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะมีการพัฒนาทักษะและกระบวนการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ครู โดยจะต้องมีการกำกับ และติดตามผล เพื่อแก้ไขปัญหาด้านการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียนอย่างจริงจัง 2) ปัญหาของครูในการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน โรงเรียนที โอ เอ วิทยา (เทศบาล 1 วัดคำสายทอง) พบว่า ครูขาดความรู้ความเข้าใจและขาดเทคนิควิธีการในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย ทำให้นักเรียนมีความรู้สึกเบื่อหน่ายต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ซ้ำซากและไม่ตรงกับความสนใจของนักเรียน ครูแต่ละคนไม่มีการปรึกษาหารือในการแก้ไขปัญหานักเรียนในการอ่านอย่างจริงจัง ประกอบกับมีภาระงานมากเกินไป ทำให้ขาดการติดตาม กำกับดูแลเอาใจใส่นักเรียนให้มีนิสัยรักการอ่านอย่างต่อเนื่อง ส่วนผู้ปกครองนักเรียนนั้นยังไม่มีเวลาดูแลเอาใจใส่ต่อนักเรียนในด้านการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านมากนัก
2. แนวทางการพัฒนาศักยภาพครูในการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน โรงเรียนที โอ เอ วิทยา (เทศบาล 1 วัดคำสายทอง) มีดังนี้
2.1 การศึกษาดูงานในโรงเรียนต้นแบบ โดยใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์
2.2 การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพครูในการเสริมสร้างนิสัย
รักการอ่านมี 3 ด้าน ดังนี้
2.2.1 ความรู้ความเข้าใจในหลักการ ทฤษฎีในการอ่าน
2.2.2 การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ในการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่าน
ไปจัดกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน
2.2.3 การนำแผนการจัดการเรียนรู้ ในการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่าน
ไปจัดกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน
2.3 การนิเทศภายใน
3. ผลการพัฒนาศักยภาพครูในการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน โรงเรียน ที โอ เอ วิทยา (เทศบาล 1 วัดคำสายทอง) พบว่า
3.1 ด้านความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน ก่อนการพัฒนา กลุ่มผู้ร่วมวิจัย จำนวน 2 คน จากผู้ร่วมวิจัยจำนวน 8 คน มีระดับความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน คิดเป็นร้อยละ 25 ซึ่งอยู่ในระดับต่ำ แต่หลังจากได้รับการพัฒนา



กลุ่มผู้ร่วมวิจัยทั้ง 8 คน มีระดับความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเสริมสร้างนิสัยรัก การอ่านของนักเรียน คิดเป็นร้อยละ 100 ซึ่งอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ แสดงว่าผู้ร่วมวิจัยทั้ง 8 คน มีความก้าวหน้าในการพัฒนา จากการประเมินผลกลุ่มผู้ร่วมวิจัย เกี่ยวกับการประชุมเชิงปฏิบัติการ พบว่า ความคิดเห็นในภาพรวมเกี่ยวกับการประชุมเชิงปฏิบัติการมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.36 อยู่ในระดับมาก
3.2 ด้านการเขียนแผนการจัดกิจกรรมเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน พบว่า หลังจากการพัฒนาโดยการประชุมเชิงปฏิบัติการ แล้วได้มีการประเมินพฤติกรรมครูเกี่ยวกับการเขียนแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มีความเหมาะสม คิดเป็นร้อยละ 100
3.3 ด้านการจัดกิจกรรมการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน โดยใช้กิจกรรมเสริมสร้างนิสัยรักการอ่าน 8 กิจกรรม ประกอบด้วย 1) กิจกรรมส่งเสริมการใช้ห้องสมุด 2) กิจกรรมยอดนักเล่านิทาน 3) กิจกรรมยอดนักอ่าน 4) กิจกรรมวาดภาพระบายสี 5) กิจกรรมแข่งขันการอ่าน 6) กิจกรรมจัดนิทรรศการหนังสือ 7) กิจกรรมแข่งขันเปิดพจนานุกรม และ 8) กิจกรรมแข่งขันตอบปัญหาจากหนังสือ โดยดำเนินการพัฒนาเป็น 2 วงรอบ คือ วงรอบที่ 1 พัฒนาในระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม 2555 ถึงวันที่ 17 กันยายน 2555 ซึ่งผลการพัฒนาการจัดกิจกรรมนี้ปรากกฎว่า กิจกรรมยอดนักอ่านยังมีคนที่ให้ความสนใจร่วมกิจกรรมเพียง 16 คน กลุ่มผู้วิจัย จึงมีประชุมเพื่อปรึกษาหารือกัน โดยมีความเห็นว่า ครูต้องทำการเขียนแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในการสริมสร้างนิสัยการรักการอ่าน พร้อมกับจัดกิจกรรมยอดนักอ่านกับนักเรียนจำนวน 24 คน ในวงรอบที่ 2 ในระหว่างวันที่ วันที่ 23 พฤศจิกายน 2555 ถึงวันที่ 9 ธันวาคม 2555 ซึ่งนักเรียนให้ความสนใจและร่วมทำกิจกรรมครบทุกคน นอกจากนี้กลุ่มผู้ร่วมวิจัยได้ประเมินพฤติกรรมด้านการอ่านของนักเรียน ก่อนและหลังการดำเนินการพัฒนา พบว่า ก่อนดำเนินการจัดกิจกรรม นักเรียนมีพฤติกรรมการมีนิสัย รักการอ่าน อยู่ในระดับน้อย ( = 1.86) หลังการพัฒนานักเรียนมีการแสดงพฤติกรรมอยู่ ในระดับมากที่สุด ( = 4.75)
จากการสรุปผลการพัฒนาศักยภาพครู ในการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน โรงเรียนที โอ เอ วิทยา (เทศบาล 1 วัดคำสายทอง) ทั้ง 3 ด้าน คือ ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ ในการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน และการจัดกิจกรรมการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน แสดงให้เห็นว่า การพัฒนาศักยภาพครู ในการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน ตามแนวทางการพัฒนา 3 แนวทาง คือ การศึกษาดูงานในโรงเรียนต้นแบบ การประชุมเชิงปฏิบัติการ และการนิเทศภายใน ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย

โพสต์โดย รองลือ : [16 เม.ย. 2557 เวลา 10:55 น.]
อ่าน [643] ไอพี : 49.48.143.146
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

 

 

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม