หน้าแรก | ครูบ้านนอกบล็อก
ศูนย์รวมความคิด ความรู้ ประสบการณ์ ของคุณครู สมาชิกเว็บไซต์ ครูบ้านนอก.คอม ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ตั้งใจทำเพื่อสังคมครับ
เจ้าของโพสต์นี้
นางสาวรุ่งนภา ตระกูลพัว
จากจังหวัด สิงห์บุรี

งานวิจัยของ นางสาวรุ่งนภา ตระกูลพัว คศ.3 โรงเรียนอนุบาลสิงห์บุรี งานวิจัยเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์
โพสต์เมื่อวันที่ : 27 ก.พ. 2557 เวลา 14:21 น. IP : 125.26.122.88 เปิดอ่าน : 2983 ครั้ง
คะแนนของ BLOG นี้
-ไม่มีผลโหวต-
☰แชร์เลย >  
  Share on Google+   LINE it!  
เพิ่มเพื่อน
ไม่พลาดข่าวการศึกษา
ครูบ้านนอก Line Official
กดเพิ่มเพื่อนเลย

Advertisement

งานวิจัย เรื่อง "เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหารทศนิยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้จากการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD กับการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น"

.....

จัดทำโดย

นางสาวรุ่งนภา  ตระกูลพัว  

ครู คศ.3  โรงเรียนอนุบาลสิงห์บุรี

 สพป.สิงห์บุรี  สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ

งานวิจัยนี้ ประกอบด้วย

1.  แผนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD3

2.  แผนการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น

3.  ใบความรู้และใบกิจกรรม

4.  บทคัดย่อ

  ไฟล์ประกอบ ใบความรู้ ใบกิจกรรม แผนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD

แผนการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น

4.  บทคัดย่อ

รุ่งนภา  ตระกูลพัว  2555 : เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหารทศนิยม  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้จากการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD  กับการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักร

การเรียนรู้ 7 ขั้น

 

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหารทศนิยม  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้จากการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD กับการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหารทศนิยม  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้จากการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน  3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหารทศนิยม  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้จากการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน  และ 4) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหา    การบวก การลบ การคูณ และการหารทศนิยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้จาก          การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD กับการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น  ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น

 

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2556  โรงเรียนอนุบาลสิงห์บุรี จำนวน 2 ห้องเรียน โดยแบ่งเป็นกลุ่มทดลองที่ 1 เป็นนักเรียนที่ได้รับ    การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD  จำนวน  44  คน และกลุ่มทดลองที่ 2 เป็นนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น จำนวน 41  คน เครื่องมือที่ใช้ใน   การวิจัยครั้งนี้คือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD  2) แผนการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น และ3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวกการลบ การคูณ และการหารทศนิยม  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่  ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน-มาตรฐาน และ  t-test  

 

                ผลการวิจัยพบว่า

1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหารทศนิยม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของนักเรียนที่ได้จากการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD  กับการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น มีค่าเฉลี่ยของคะแนนทั้งก่อนเรียนและหลังเรียนใกล้เคียงกัน 

2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหารทศนิยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้จากการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหารทศนิยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้จากการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักร          การเรียนรู้ 7 ขั้น หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

4) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหารทศนิยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้จากการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD กับการจัดการเรียนรู้แบบวัฎจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น ไม่แตกต่างกัน     

รุ่งนภา  ตระกูลพัว  2555 : เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหารทศนิยม  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้จากการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD  กับการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักร

การเรียนรู้ 7 ขั้น

 

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหารทศนิยม  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้จากการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD กับการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหารทศนิยม  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้จากการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน  3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหารทศนิยม  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้จากการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน  และ 4) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหา    การบวก การลบ การคูณ และการหารทศนิยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้จาก          การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD กับการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น  ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น

 

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2556  โรงเรียนอนุบาลสิงห์บุรี จำนวน 2 ห้องเรียน โดยแบ่งเป็นกลุ่มทดลองที่ 1 เป็นนักเรียนที่ได้รับ    การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD  จำนวน  44  คน และกลุ่มทดลองที่ 2 เป็นนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น จำนวน 41  คน เครื่องมือที่ใช้ใน   การวิจัยครั้งนี้คือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD  2) แผนการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น และ3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวกการลบ การคูณ และการหารทศนิยม  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่  ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน-มาตรฐาน และ  t-test  

 

                ผลการวิจัยพบว่า

1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหารทศนิยม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของนักเรียนที่ได้จากการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD  กับการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น มีค่าเฉลี่ยของคะแนนทั้งก่อนเรียนและหลังเรียนใกล้เคียงกัน 

2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหารทศนิยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้จากการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหารทศนิยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้จากการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักร          การเรียนรู้ 7 ขั้น หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

4) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหารทศนิยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้จากการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD กับการจัดการเรียนรู้แบบวัฎจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น ไม่แตกต่างกัน     

Advertisement


เรื่องน่าสนใจจากสมาชิกท่านอื่น
การศึกษาทัศนคตินักเรียนที่เป็นปัจจัยส่งผลต่อการไม่สนใจเรียนของนักเรียน
[สุพจี ปัญจมะวัต]
เปิดอ่าน 862 ครั้งแล้ว
โหลดแนวข้อสอบ นักทรัพยากรบุคคล กรมธนารักษ์
[kantiya inthamat]
เปิดอ่าน 26 ครั้งแล้ว
ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้...กับการสร้างเครื่องร่อน
[นายสุทธิพร คล้ายเมืองปัก]
เปิดอ่าน 308 ครั้งแล้ว
[HOT]แนวข้อสอบนักปฏิบัติการเทคนิค กฟภ
[ณัฐพงศ์ เทียนแก้ว]
เปิดอ่าน 143 ครั้งแล้ว
การ์ตูนสนับสนุนการเรียนภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก
[color2sky]
เปิดอ่าน 580 ครั้งแล้ว
 

ไม่มีความเห็น
เกี่ยวกับเรื่อง งานวิจัยของ นางสาวรุ่งนภา ตระกูลพัว คศ.3 โรงเรียนอนุบาลสิงห์บุรี งานวิจัยเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์
 
 



 
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้

นางสาวรุ่งนภา ตระกูลพัว
เจ้าของบล็อกนี้
Advertisement
Advertisement
เรื่องราวล่าสุด ของ
นางสาวรุ่งนภา ตระกูลพัว..

 
 

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิก

New Games Here!
เกมส์โหม่งบอลเข้าประตูเกมส์โหม่งบอลเข้าประตูnew
เกมส์โหม่งบอลเข้าประตู มาแข่งโหม่งบอลเข้าประตูกันครับ แข่งกันเป็นทัวร์นาเมนต์เลย ดูซิ ว่าใครจะได้เป็นแชมป์
เกมส์ทําอาหารตามสั่งเกมส์ทําอาหารตามสั่งnew
เกมส์ทําอาหารตามสั่ง เกมส์นี้เราจะต้องจดออเดอร์รายการของลูกค้าที่อยู่ประจำออฟฟิศ ว่าต้องการอะไรบ้าง แล้วทำตามรายการนั้นๆ ปรุงอาหารให้สุก อร่อย แล้วเสิร์ฟให้ทันใจ
เกมส์ร้านอาหารเกมส์ร้านอาหารnew
เกมส์ร้านอาหาร วิธีเล่นเกมส์ร้านอาหาร เกมร้านอาหารรายละเอียดดังนี้ มาเล่นเกมส์ร้านอาหารออนไลน์กัน มาบริหารจัดการร้านอาหารของเรากันค่ะ ลองเล่นกันดูน่ะค่ะ
เกมส์เดาะบอลเกมส์เดาะบอลnew
เกมส์เดาะบอล ฝึกทักษะการมองและการคลิก ให้น้องๆ คลิกที่ลูกบอล อย่าให้ตกพื้น เพราะคะแนนจะเริ่มนับใหม่
เกมส์คัดแยกขยะเกมส์คัดแยกขยะnew
เกมส์คัดแยกขยะ ลดภาวะโลกร้อน มาช่วยกันเป็นพลเมืองที่ดี แยกขยะตามประเภทกันครับ
More Games Click!!
 
เว็บไซต์เพื่อคุณครูและนักเรียนไทย