ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > คณิตศาสตร์ > เรียนคณิต ใครว่ายาก

เรียนคณิต ใครว่ายาก

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 22 มิ.ย. 2558 เปิดอ่าน : 11,883 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
เรียนคณิต ใครว่ายาก

Advertisement

เรียนคณิต ใครว่ายาก

เมื่อถึงชั่วโมงเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เชื่อว่ายังมีเด็กไทยไม่น้อยที่รู้สึกไม่ถูกชะตากับชั่วโมงเรียนวิชานี้เอาเสียเลย ซึ่งก็อาจมาจากหลายสาเหตุที่ทำให้ไม่ชอบ บ้างอาจไม่ถนัดด้ายการคิดคำนวณ เห็นตัวเลขแล้วรู้สึกจับต้นชนปลายไม่ถูก บ้างก็ไม่ชอบเพราะครูสอนไม่เข้าใจ แบบฝึกหัดเยอะเกินไป ยากไป ไม่ชอบคิด ไม่สนุก เหล่านี้ก็เป็นรายละเอียดที่ครูผู้สอนต้องศึกษาและใส่ใจ เพื่อหาข้อเท็จจริงว่าเพราะอะไร เด็กบางกลุ่มถึงไม่ชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์ และนำมาปรับ ประยุกต์เทคนิคต่างๆ เข้าไปในการเรียนการสอนวิชานี้ เพื่อเปลี่ยนทัศนคติเด็กไปในทางที่ดีขึ้น พร้อมที่อยากจะเรียนรู้ และค้นหาคำตอบไปกับตัวเลขต่างๆ เหล่านั้น อย่างสนุกสนาน

เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนวิชาดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงได้มีการทำวิจัยเรื่อง “การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ในการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์” ในนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดย ดร.สำนวน คุณพล ครูประจำชั้นและครูผู้สอนประจำวิชาคณิตศาสตร์ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้ โดยบูรณาการ การเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยจะนำทักษะการคิด 5 ทักษะ มาผสมผสานกับการสอน ประกอบด้วย ทักษะการจำแนก ทักษะการจัดหมวดหมู่ ทักษะการวิเคราะห์ข้อผิดพลาด ทักษะการนำไปใช้ และทักษะการคาดการณ์ มาปรับใช้ในการสอนวิชาคณิตศาสตร์ ทำให้ผู้เรียนมีพัฒนาการทางด้านระบบความคิดดีขึ้น โดยใช้กรณีศึกษาที่คล้ายคลึงกับโจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์มานำเสนอในการเรียนการสอน

จากการวิจัยพบว่าการนำกระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือและการเรียนรู้โดยใช้กรณีศึกษาแบบ 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1.ขั้นทบทวนความรู้ 2.ขั้นเสนอกรณีศึกษา 3. ขั้นวิเคราะห์กรณีศึกษา และ 4. ขั้นสรุปผลและนำไปใช้ โดยปกติการเรียนแบบกรณีศึกษาจะพบมากในการสอนวิชาที่เป็นทฤษฎี หรือเนื้อหาเป็นส่วนใหญ่ แต่จากการวิจัยนี้เราพบว่ารูปแบบของกระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือและกรณีศึกษา สามารถนำไปบูรณาการกับการสอนวิชาคณิตศาสตร์ได้เป็นอย่างดี แม้บทเรียนจะเป็นตัวเลข โจทย์ปัญหาก็ตาม แต่เมี่อผู้สอนได้นำบทเรียนมาออกแบบให้มีลักษณะของกรณีศึกษา และให้นักเรียนนำ 4 ขั้นตอนในการแก้โจทย์ปัญหาต่างๆมาใช้ ผลปรากฏว่า ไม่เพียงแต่ทัศนคติการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ที่ดีขึ้น นักเรียนสามารถเริ่มต้นการแก้โจทย์ปัญหาได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น สามารถคำนวณ คาดการณ์ และแก้โจทย์ได้ดีขึ้น ทำให้นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยความรู้ทางคณิตศาสตร์หลังจากเรียนมากขึ้น มีคะแนนเฉลี่ยทักษะการคิดวิเคราะห์ในระดับดี มีพัฒนาการของทักษะการคิดวิเคราะห์สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดร.สำนวน คุณพล กล่าวว่า “ปัจจุบันประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทยได้หันมาสนใจในการสอนเรื่องของการคิด ซึ่งประเทศเรามีการปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนากระบวนการคิดตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ. 2545) นั้น ว่าในการจัดการเรียนรู้สถานศึกษาต้องฝึกทักษะกระบวนการคิด หากถามว่าทำไมต้องเป็นวิชาคณิตศาสตร์ นั่นก็เพราะว่าวิชานี้เป็นวิชาหนึ่งที่นักเรียนจะต้องใช้ทักษะการคิด และเป็นพื้นฐานในการศึกษาวิชาต่างๆ จึงมีบทบาทต่อการพัฒนาความคิดของมนุษย์ พัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีความสมดุลทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และอารมณ์ และผลทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นสามัญ หรือ O-Net ซึ่งเป็นการสอบวัดความรู้แบบรวบยอดปลายช่วงชั้นของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ประจำปี 2550-2553 มีคะแนนเฉลี่ยในวิชาคณิตศาสตร์อยู่ที่ 47.54, 43.76, 35.88 และ 34.85 ซึ่งจะเห็นว่านักเรียนมีผลคะแนนเฉลี่ยไม่ถึงร้อยละ 50 และลดต่ำลงทุกปี อีกทั้งจากรายงานของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวว่าแนวโน้มการจัดการศึกษาคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ในบ้านเราได้คะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งก็อาจเป็นผลมาจาการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนในบ้านเราอาจยังไม่ประสบผลสำเร็จในการสอนวิชาคณิตศาสตร์ก็เป็นได้”

“อย่างไรก็ตามในการนำวิธีการ กระบวนการเรียนรู้โดยบูรณาการ การเรียนรู้แบบร่วมมือเข้ามาใช้ในการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์นั้น ครูผู้สอนต้องเป็นผู้มีความรู้ทางคณิตศาสตร์และมีประสบการณ์การสอนคณิตศาสตร์ ต้องทำความเข้าใจกับกรณีศึกษา และมีความรู้ในการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ เนื่องจากจัดกลุ่มนักเรียนเพื่อให้เกิดการเอื้อต่อการเรียนรู้ต้องมีสัดส่วนนักเรียนระดับเก่ง 1 คน ปานกลาง 2-3 คน และอ่อน 1 คน ร่วมถึงครูต้องกระตุ้นให้นักเรียนได้ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ และสร้างบรรยากาศการเรียนรู้เชิงบวกควบคู่กันไปด้วย” ดร.สำนวน กล่าวทิ้งท้าย

ในยุคโลกาภิวัฒน์ ถือเป็นโลกแห่งข้อมูลข่าวสาร หากผู้คนไม่สามารถคิดวิเคราะห์เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารที่ตนเองได้รับมานั้นอาจส่งผลเสียต่อการตัดสินใจในการทำงาน ทักษะการคิดวิเคราะห์จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ หากจะการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ให้สัมฤทธิ์ผลยิ่งขึ้น ต้องอาศัยผู้เรียนเป็นสำคัญ เพราะหากผู้เรียนเปิดใจและพร้อมที่จะสนุกไปกับการแก้โจทย์ต่างๆ แล้ว จะรู้ว่าการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ไม่ยากอย่างที่คิด ถ้ารู้จักการคิดและวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ

###

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต
โทร. 02-7927574 อีเมล์ kannika.k@sbs.ac.th
คุณสิทธิกร เสงี่ยมโปร่ง ที่ปรึกษาฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท โฟร์ฮันเดรท จำกัด
โทร.0-2553-3161-3 , 081-913-1291 Email : sitikorn@4h.co.th 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> เรียนคณิต ใครว่ายาก , , เรียนคณิต , ใครว่ายาก << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
การบวกเมตริก

การบวกเมตริก
เปิดอ่าน 10,685 ครั้ง
คลิกอ่าน!
ประวัติเครื่องหมายหาร  (÷)

ประวัติเครื่องหมายหาร (÷)
เปิดอ่าน 158,590 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
การคิดเลขในใจ

การคิดเลขในใจ
เปิดอ่าน 32,834 ครั้ง
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
จินตคณิต สูตรคิดเร็ว สูตรคณิต คิดเร็ว☕ คลิกอ่านเลย
จินตคณิต สูตรคิดเร็ว สูตรคณิต คิดเร็ว
เปิดอ่าน 107,783 ครั้ง
การวัดระยะบนผิวทรงกลม☕ คลิกอ่านเลย
การวัดระยะบนผิวทรงกลม
เปิดอ่าน 14,911 ครั้ง
จะให้ลูกเก่งเลข ต้องออกกำลัง☕ คลิกอ่านเลย
จะให้ลูกเก่งเลข ต้องออกกำลัง
เปิดอ่าน 9,467 ครั้ง
สูตรลับการคูณแม่ 9 โดยใช้นิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว(สุดยอดครับ)☕ คลิกอ่านเลย
สูตรลับการคูณแม่ 9 โดยใช้นิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว(สุดยอดครับ)
เปิดอ่าน 34,500 ครั้ง
การบวกและการลบ☕ คลิกอ่านเลย
การบวกและการลบ
เปิดอ่าน 25,002 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

สดร.ชี้ข่าวโลกมืดสนิท 6 วันเพราะฝุ่น-ขยะอวกาศบดบังไม่จริงสดร.ชี้ข่าวโลกมืดสนิท 6 วันเพราะฝุ่น-ขยะอวกาศบดบังไม่จริง
เปิดอ่าน 7,349 ครั้ง
ทำความเข้าใจ เกณฑ์ย้ายครู ว16/2558 เริ่มใช้เดือนมกราคม 2559ทำความเข้าใจ เกณฑ์ย้ายครู ว16/2558 เริ่มใช้เดือนมกราคม 2559
เปิดอ่าน 24,122 ครั้ง
รู้ไหมว่า...ประเทศไทยโชคดีที่ตั้งอยู่บน "เส้นศูนย์สูตรสนามแม่เหล็กโลก"รู้ไหมว่า...ประเทศไทยโชคดีที่ตั้งอยู่บน "เส้นศูนย์สูตรสนามแม่เหล็กโลก"
เปิดอ่าน 24,855 ครั้ง
การเลี้ยงกบคอนโดร่วมกับปลาดุก เพลินๆ สร้างรายได้ รับชมกันได้เลยครับการเลี้ยงกบคอนโดร่วมกับปลาดุก เพลินๆ สร้างรายได้ รับชมกันได้เลยครับ
เปิดอ่าน 10,195 ครั้ง
100 สุภาษิตกฎหมาย  100 สุภาษิตกฎหมาย
เปิดอ่าน 10,550 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ