ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ > ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 3/2557 (4 มีนาคม 2557)

ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 3/2557 (4 มีนาคม 2557)

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 5 มี.ค. 2557 เปิดอ่าน : 7,020 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ  ครั้งที่ 3/2557 (4 มีนาคม 2557)

Advertisement

นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนางฉวีวรรณ คลังแสง ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ นายชาญยุทธ เฮงตระกูล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารระดับสูงของ ศธ. เข้าร่วมประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 3/2557 เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2557 ที่สำนักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา มีสาระสำคัญสรุป ดังนี้

• กิจกรรม MOE Summer Camp 2014

ที่ประชุมรับทราบการเตรียมการจัดกิจกรรม “MOE Summer Camp 2014” ของ ศธ. ในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน ระหว่างวันที่ 15 มีนาคม-15 พฤษภาคม 2557 โดยกิจกรรมแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ แบบเปิดให้กลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าร่วมกิจกรรม/โครงการ และแบบปิดที่เปิดให้เฉพาะกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมเป็นการภายในเฉพาะ โดยมีกิจกรรม 4 ประเภท ได้แก่ ค่ายพักแรม อบรม สอนเสริม และการฝึกอาชีพ

ทั้งนี้ จะมีการแถลงข่าวต่อสาธารณชนในวันที่ 10 มีนาคม 2557 ที่สำนักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา ถนนรามอินทรา

รับทราบ (ร่าง) แผนการศึกษาแห่งชาติเพื่อพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต พ.ศ.2557-2561

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบ (ร่าง) แผนการศึกษาแห่งชาติเพื่อพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต พ.ศ.2557-2561 เพื่อเป็นกรอบและแนวทางในการพัฒนาการศึกษาของหน่วยงานต่างๆ ของประเทศ และเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่จะใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการศึกษาของคนในทุกช่วงอายุ มีเป้าหมายเพื่อให้คนไทยทุกคนทุกช่วงอายุ ครอบคลุม 5 ช่วงอายุ ได้แก่ 1) ช่วงแรกเกิด-ปฐมวัย 0-5 ปี  2) ช่วงวัยนักเรียน 5-15 ปี  3) ช่วงวัยรุ่น/นักศึกษา 15-21 ปี  4) ช่วงวัยแรงงาน 25-59 ปี  และ 5) ช่วงผู้สูงวัย 60 ปีขึ้นไป ได้รับการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้คุณลักษณะและทักษะที่จำเป็นอย่างรอบด้านให้ทันโลกในศตวรรษที่ 21

หลังจากนี้จะได้นำร่างดังกล่าว ไปเผยแพร่สร้างความรู้ความเข้าใจ และนำไปสู่กระบวนการนำเสนอเพื่อบังคับใช้ต่อไป

  • รับทราบมาตรฐานวิชาชีพและการรับรองปริญญา/ประกาศนียบัตรทางการศึกษา เพื่อการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา

สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้รายงานที่ประชุมเกี่ยวกับการดำเนินงานเรื่องมาตรฐานวิชาชีพและการรับรองปริญญา/ประกาศนียบัตรทางการศึกษา เพื่อการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา  ดังนี้

1) มาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งได้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2556 มีสาระสำคัญดังนี้

- มาตรฐานวิชาชีพในส่วนคุณวุฒิและประสบการณ์วิชาชีพของครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และศึกษานิเทศก์ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
-
ผู้ประกอบวิชาชีพครูที่สามารถขอรับใบอนุญาตได้ จะต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา หรือเทียบเท่า หรือคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภาให้การรับรอง
- ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา ที่สามารถขอรับใบอนุญาตได้ จะต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีบริหารการศึกษา หรือเทียบเท่า หรือคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภาให้การรับรอง

- ศึกษานิเทศก์ที่สามารถขอรับใบอนุญาตได้ กำหนดคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาโททางการศึกษา หรือเทียบเท่า หรือคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภาให้การรับรอง

- ปรับเพิ่มมาตรฐานของครู จาก 9 มาตรฐาน เป็น 11
มาตรฐาน

- ปรับเพิ่มมาตรฐานความรู้ผู้บริหารสถานศึกษา จาก
11 มาตรฐาน เป็น 7 มาตรฐาน
- ปรับเพิ่มมาตรฐานความรู้ผู้บริหารการศึกษา จาก
11 มาตรฐาน เป็น 6 มาตรฐาน
- ปรับเพิ่มมาตรฐานความรู้ศึกษานิเทศก์ จาก
11 มาตรฐาน เป็น 8 มาตรฐาน

2) การรับรองปริญญา/ประกาศนียบัตรทางการศึกษา มีสาระสำคัญดังนี้

- เกณฑ์การรับรองปริญญาฯ ทุกระดับ ทั้งวิชาชีพครูและวิชาชีพบริหารการศึกษา ได้แก่ วิชาชีพครู : หลักสูตร 5 ปี หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต หลักสูตรปริญญาโท และหลักสูตรปริญญาเอก และวิชาชีพบริหารการศึกษา : หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต หลักสูตรปริญญาโท และหลักสูตรปริญญาเอก
-
ผู้สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรที่คุรุสภาให้การรับรองปริญญา/ประกาศนียบัตรทุกหลักสูตร จะต้องสอบรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

- การฝึกปฏิบัติวิชาชีพสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษาในหลักสูตรที่คุรุสภาให้การรับรองปริญญา/ประกาศนียบัตร
- สถาบันต้องรับนิสิต/นักศึกษาตามแผนที่กำหนดในหลักสูตร โดยมีสัดส่วนอาจารย์ต่อนักศึกษา
1:30 อาจารย์นิเทศต่อนักศึกษา 1:10
- สถาบันต้องเสนอหลักสูตรที่ผ่านการอนุมัติจากสภาสถาบันให้คุรุสภารับรองก่อนเปิดการเรียนการสอน ไม่น้อยกว่า 60 วัน และมีการติดตามผลเชิงประจักษ์หลักสูตรไม่น้อยกว่า 1
ครั้ง

ที่ประชุมมอบให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภารับฟังความเห็นจากองค์กร บุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างกว้างขวางอีกครั้ง เพราะขณะนี้ ศธ.กำลังขาดแคลนครูอย่างมากในทุกประเภทและระดับการศึกษา โดยเฉพาะคนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญวิชาการด้านต่างๆ ไม่สามารถมาเป็นครูได้ คนที่เก่งแคลคูลัสแต่ไม่ได้เรียนครู อาจจะสอนหรือสามารถอธิบายให้เด็กเข้าใจได้ง่ายกว่าคนเป็นครูก็ได้

  • รับทราบความก้าวหน้าการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของ กศน.

ที่ประชุมรับทราบรายงานความก้าวหน้า การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจการรู้หนังสือ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของประชากรไทย ยกระดับคุณภาพงานการศึกษาและศูนย์ฝีกอาชีพชุมชน เพื่อผลิตกำลังคนที่มีศักยภาพในการแข่งขัน ซึ่งจากการสำรวจการรู้หนังสือและการประเมินระดับการรู้หนังสือของประชากรไทยวัยแรงงาน ข้อมูล ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 พบว่ากลุ่มอายุ 15-59 ปี จำนวน 5,668,223 คน มีผู้ไม่รู้หนังสือจำนวน 2,508,534 คน และกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 1,232,380 คน มีผู้ไม่รู้หนังสือจำนวน 263,257 คน

ที่ประชุมมีข้อคิดเห็นว่า การที่จะทำให้คนรู้หนังสือต้องเริ่มจากการอ่านเข้าใจ มีระบบ Proficiency Test คือการวัดผลทางด้านภาษา รวมทั้งมาตรฐานการเรียนรู้ภาษาแม่ของประเทศอย่างมีระบบและขั้นตอน จึงขอฝากให้ สพฐ.พิจารณาหารือในเรื่องนี้ร่วมกับ สทศ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหลักสูตรเพื่อส่งเสริมให้มีรู้หนังสือจะต้องออกแบบหลักสูตรที่มีเนื้อหาและวิธีเรียนที่แตกต่างจากหลักสูตรปกติ ที่จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ถูกจุด ดึงดูดความสนใจ และไม่ควรยากจนเกินไป แต่จะต้องเป็นหนังสือที่ช่วยให้อ่านได้ ในส่วนของจำนวนผู้อ่านหนังสือไม่ออกที่พบจากการสำรวจ เป็นปัญหาใหญ่ที่จะต้องจัดกระบวนการประเมินผลและประเมินหลักสูตรโดยนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนภาษา หรือนักสอนภาษาซึ่งขาดแคลนมากในประเทศไทย รวมทั้งเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านผลสำรวจเพื่อช่วยอธิบายผลสำรวจ นำผลสำรวจนี้ไปใช้และแก้ไขปัญหาต่อไป เพราะหากไม่สามารถอธิบายผลได้อย่างถูกต้อง อาจจะมีการนำผลนี้ไปขยายความใน Social Media ซึ่งอาจจะเกิดความสับสนขึ้นได้

  • รับทราบความก้าวหน้าตามนโยบายข้อ 2 การผลิตและพัฒนาครู

ที่ประชุมรับทราบการรายงานความก้าวหน้าตามนโยบาย ศธ.ข้อ 2 การผลิตและพัฒนาครู ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.) ซึ่งได้ดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาหลักเกณฑ์และวิธีการในการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มุ่งเน้นและเชื่อมโยงกับผู้สัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ว 17/2552)  และการพัฒนาหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะ ตามกรอบแนวคิด TPK และ PA  ตลอดจนการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

  • รับทราบหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารงานบุคคลของสำนักงาน ก.ค.ศ

ที่ประชุมรับทราบหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารงานบุคคลของสำนักงาน ก.ค.ศ. มีสาระสำคัญ ได้แก่

- ให้ดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับข้าราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1 ปี พ.ศ.2557 ตามกำหนดการฯ ที่สำนักงาน ก.ค.ศ.กำหนด
- เห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาบุคคล รวม
5 หลักเกณฑ์ ได้แก่ 1) หลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย 2) หลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ 3) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกพนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานจ้างเหมาบริการ ครูอัตราจ้าง หรือลูกจ้างชั่วคราวฯ ครูสอนศาสนาอิสลาม หรือวิทยากรอิสลามศึกษา เพื่อบรรจุและแต่งตั้งฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้  4) หลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันฯ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และ 5) หลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันฯ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้

  • เห็นชอบแนวทางการพัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558

การศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ปัจจุบัน พบว่าประชากรมีการศึกษาเฉลี่ย 7.5 ปี มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำกว่า 50% ทุกรายวิชา มีอัตราการขาดเรียน ร้อยละ 10-15 และอัตราการอ่านไม่ออก ร้อยละ 26.23 ปัญหาที่สำคัญคือ ขาดแคลนครู ครูสอนไม่ตรงวุฒิ และไม่มีประสบการณ์วิชาใหม่ๆ ตลอดจนหลักสูตรท้องถิ่นเพื่อการเข้าใจในประวัติศาสตร์ และยังผู้เรียนยังขาดโอกาสและความทั่วถึงในกิจกรรมการพัฒนา

ดังนั้น ศธ.จึงได้จัดทำแผนการพัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2557-2558 ตามนโยบายด้านการศึกษาข้อที่ 8 พัฒนาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านคุณภาพการศึกษา ลดอัตราการอ่านไม่ออกของนักเรียนระดับประถม พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาด้านวิทยาการสมัยใหม่ และเพิ่มโอกาสในการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาแก่ผู้เรียน

โดยมีแผนการดำเนินงาน 7 แผนงานหลัก ได้แก่ 1) การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน  2) การส่งเสริมและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนเทคโนโลยี  3) การพัฒนาหลักสูตร  4) การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา  5) การจัดสรรทุนสนับสนุนการศึกษา  6) การเรียนรู้ด้านอาชีพและการมีงานทำ และ 7) การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ

ที่ประชุมมีมติ ให้รวบรวมความเห็นจากฝ่ายปฏิบัติในพื้นที่และฝ่ายความมั่นคงเกี่ยวกับการจัดการศึกษา เพื่อนำความเห็นและข้อแนะนำต่างๆ มาปรับปรุงการศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง รวมทั้งตอบโจทย์การจัดการศึกษาในพื้นที่ตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ชานแดนภาคใต้ด้วย

  • การเร่งรัดใช้จ่ายงบประมาณตามโครงการที่มีความสำคัญจำเป็น

รมว.ศธ.ได้ย้ำให้ที่ประชุมรับทราบด้วยว่า การดำเนินการโครงการต่างๆ ตามรายละเอียดที่ได้รับอนุมัติงบประมาณไว้แล้วนั้น คณะรัฐมนตรีได้ขอให้เร่งดำเนินการ เพราะบางกระทรวงคิดว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ทางการเมือง ก็ให้ชะลอการดำเนินการตามโครงการต่างๆ ออกไปก่อน ทั้งที่ความจริงโครงการใด หากเป็นเรื่องเร่งด่วนและมีความสำคัญจำเป็นที่จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ก็ขอให้เร่งดำเนินการต่อไป เช่น การปฏิรูปการศึกษา  ส่วนนโยบายหรือข้อสรุปใหม่ที่เกิดขึ้น ก็ขอให้พิจารณาวางแผนเตรียมดำเนินการตามโครงการต่างๆ  แต่จะใช้งบอย่างไรหรือเท่าใดนั้น อาจจะต้องมีการปรับแก้เป็นระยะตามสถานการณ์ แต่อย่างน้อยก็ขอให้มีความพร้อมที่จะใช้

ที่มา ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 3/2557 (4 มีนาคม 2557) , , ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ , , ครั้งที่ , 3 , 2557 , (4 , มีนาคม , 2557) << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
มติ ครม. 17 กันยายน 2556 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ☕ คลิกอ่านเลย
มติ ครม. 17 กันยายน 2556 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 9,507 ครั้ง
ผลประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ. 21 พฤษภาคม 2557☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ. 21 พฤษภาคม 2557
เปิดอ่าน 5,154 ครั้ง
ความร่วมมือกับจีน☕ คลิกอ่านเลย
ความร่วมมือกับจีน
เปิดอ่าน 3,711 ครั้ง
ศธ.ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน 9 จังหวัด☕ คลิกอ่านเลย
ศธ.ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน 9 จังหวัด
เปิดอ่าน 4,786 ครั้ง
ผลการประชุม ก.ค.ศ.ครั้งที่  11/2556 (เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2556)☕ คลิกอ่านเลย
ผลการประชุม ก.ค.ศ.ครั้งที่ 11/2556 (เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2556)
เปิดอ่าน 12,583 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ประตูบ้านให้ลาภ ประตูบ้านให้ลาภ
เปิดอ่าน 15,198 ครั้ง
เทคนิคการใช้แฟลชในการถ่ายภาพเทคนิคการใช้แฟลชในการถ่ายภาพ
เปิดอ่าน 45,733 ครั้ง
เกร็ดควรรู้สำหรับผู้ที่จะสมัครสอบบรรจุครูผู้ช่วยเกร็ดควรรู้สำหรับผู้ที่จะสมัครสอบบรรจุครูผู้ช่วย
เปิดอ่าน 13,888 ครั้ง
เครื่องแบบข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการเครื่องแบบข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการ
เปิดอ่าน 43,285 ครั้ง
มาตรฐานของ e-learning มาตรฐานของ e-learning
เปิดอ่าน 18,082 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ