ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > เปิดวงเสวนา “การพัฒนามนุษย์ที่สมบูรณ์สู่ศตวรรษที่ 21 : จากการเรียนรู้ร่วมกันสู่นโยบาย” จะไปทางไหนดี

เปิดวงเสวนา “การพัฒนามนุษย์ที่สมบูรณ์สู่ศตวรรษที่ 21 : จากการเรียนรู้ร่วมกันสู่นโยบาย” จะไปทางไหนดี

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 1 มี.ค. 2561 เปิดอ่าน : 7,952 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
เปิดวงเสวนา “การพัฒนามนุษย์ที่สมบูรณ์สู่ศตวรรษที่ 21 : จากการเรียนรู้ร่วมกันสู่นโยบาย” จะไปทางไหนดี

Advertisement

เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2561 ที่อาคารอิมแพคฟอรั่มเมืองทองธานี ในงานมหกรรมสร้างเสริมสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว “ กว่าทศวรรษ พัฒนาครอบครัวอบอุ่น สร้างคุณค่าคน คือ ผลงานเรา” มีการเสวนาเรื่อง”การพัฒนามนุษย์ที่สมบูรณ์สู่ศตวรรษที่ 21 : จากการเรียนรู้ร่วมกันสู่นโยบาย” ซึ่ง ศ.กิตติคุณ ดร.เทียนฉาย กีระนันทน์ กรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และประธานคณะอนุกรรมการเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 กล่าวว่า ทุนมนุษย์ คือ สิ่งที่มีอยู่ในตัวคน ได้แก่ ความรู้ ความสามารถ ทักษะ ประสบการณ์ และสุขภาพ เป็นกุญแจสำคัญที่จะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ แต่ทุนมนุษย์ก็เสื่อมค่าได้ถ้าไม่พัฒนา ซึ่งวิธีการเพิ่มค่าทุนมนุษย์ที่สำคัญคือการศึกษา แต่ที่ผ่านมาเราให้ความรู้ที่เป็นวิชาการมากเกินไป แต่เน้นเรื่องทักษะ ประสบการณ์ และความสามารถอื่นของคนน้อยเกินไป

ศ.กิตติคุณ ดร.เทียนฉาย กล่าวต่อว่า ปัจจุบันคนไทยน่าเป็นห่วง 6 เรื่อง คือ 1.ดูแลตัวเองไม่ดีพอ มีแนวโน้มเสียชีวิตจากการใช้ชีวิตบนความเสี่ยงมากขึ้น 2.มีปัญหาด้านคุณธรรมไม่ตระหนักในวินัย ไม่ซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีจิตสาธารณะ ขาดทักษะในการคัดกรอง ละทิ้งค่านิยมที่ดี 3.ขาดความคิดสร้างสรรค์ การเรียนการสอนเน้นท่องจำ ไม่สอนกระบวนการคิด มีการใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น แต่เป็นการใช้เพื่อหาความรู้เพียงนิดเดียว 4.มีปัญหาด้านคุณภาพทุกช่วงวัย 5.ขาดดุลพินิจ เปราะบางและอ่อนไหว โดยขาดทักษะและดุลพินิจในการเลือกรับ เลือกปรับใช้วัฒนธรรมและเทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทัน 6.ดูแลลูกหลานไม่ดีและลูกหลานดูแลบรรพบุรุษไม่ดี

“ผมเป็นประธานคณะอนุกรรมการเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษ 21 ของคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งหนึ่งในอำนาจหน้าที่ขอคณะอนุกรรมการฯ คือ การขับเคลื่อนการสร้างกระบวนทัศน์และหลักคิดที่เหมาะสมให้กับคนไทย ให้สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ให้คนไทยมีพฤติกรรมที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ดังนั้น ถ้าทำได้เพียง 5 ด้าน จากแนวพระราชดำริที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานให้แก่คนไทยทั้งปวงคือ ความพอเพียง มีวินัย สุจริต จิตสาธารณะและรับผิดชอบ โดยรับผิดชอบต่อตนเอง ต่อครอบครัวและต่อสังคม ดำเนินชีวิตบนทางสายกลางแบบมีเหตุผลก็จะแก้ปัญหาคนไทยในปัจจุบันได้ อย่างไรก็ตามเราพบว่าขณะนี้มีองค์กรเครือข่ายที่ทำหน้าที่ต่างๆ ทั้งเรื่องพอเพียง ความมีวินัย จำนวนมาก แต่ทำแบบต่างคนต่างทำและไม่เกิดผลกระทบที่ชัดเจน ดังนั้น จะมีการเดินหน้าสร้างเครือข่ายในวันที่ 1 มี.ค.นี้ เพื่อให้เกิดมรรคผล กระบวนการนอกลู่ต้องเปลี่ยน มิฉะนั้น คนไทยจะไปสู่ศตวรรษที่ 21 ไม่สำเร็จ ต่อให้มีการศึกษาดี คุณภาพดี ถ้าทุกคนยังเห็นแก่ตัวอยู่” ศ.กิตติคุณ ดร.เทียนฉาย กล่าว

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ขณะนี้ไทยประสบปัญหาเชิงโครงสร้างทางศักยภาพการเติบโต เพราะที่ผ่านมาเราเน้นเรื่องปริมาณ ให้น้ำหนักเรื่องคุณภาพน้อย โดยเฉพาะคุณภาพคน การใช้ความรู้ ทักษะ การคิดริเริ่ม นวัตกรรมเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และการวิจัย ความเหลื่อมล้ำยังมีอยู่และมีแนวโน้มจะมีความเหลื่อมล้ำสูงขึ้น รวมถึงโครงสร้างกลไกภาครัฐที่มีพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจลดลง มีการสะสมกฎระเบียบต่างๆ ไว้มาก จนกลายเป็นตุ้มถ่วง นอกจากต้องเผชิญกับความท้าทายในเรื่อง 1. ความก้าวหน้าแบบอัตราเร่งของเทคโนโลยี ถ้าตามไม่ทันจะเกิดการว่างงาน 2.ไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ คนทำงาน 2 คนอาจต้องรับภาระคนที่ไม่ทำงาน 1 คน 3. ความท้าทายจากมาตรฐานต่าง ๆ ของโลกที่จะสูงขึ้น 4.โลกเชื่อมโยงกันมากขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นจากที่หนึ่งจะกระทบกับประเทศอื่นได้รวดเร็ว ทั้งนี้ เราจะมีการปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายต่างๆ โดยใช้ประโยคคำขวัญว่า “ แข่งขันได้ กระจายทั่วถึง พัฒนายั่งยืน”

ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฎ อุปนายกสมาคมสหกิจศึกษาไทย และประธานร่วมสมาคมสหกิจศึกษาโลก กล่าวว่า ตนยืนยันว่ายุค 4.0 จะเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ ความเป็น 3.0 ทุกวันนี้ ทำลายประเทศ ทำลายโลกและสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านมาได้มีการวิจัยไว้ว่า ถ้าพรุ่งนี้โลกเปลี่ยนจากยุค 3.0 เป็น 4.0 คนในประเทศไทยที่เป็นแรงงานในระบบประมาณ 13 ล้านคนหรือ 72% จะต้องเปลี่ยนอาชีพ ซึ่งยังไม่นับแรงงานนอกระบบอีก 20 ล้านคนที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนี้ 80-90% ของอุตสาหกรรมบนโลกจะเปลี่ยนรูปแบบ วิธีการการทำงานที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป คนปลายน้ำที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไปและไม่ได้อยู่ในกลุ่ม 28% ที่ภาคอุตสาหกรรมรักษาไว้จะได้รับผลกระทบภายใน 5 ปี โดยความเป็นอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งมีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยจะไม่จ้างคนเพิ่มหรือจ้างน้อยมาก

“ขณะที่โลกและทุกภาคส่วนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย หากการศึกษาของไทยยังนิ่ง ผลิตคนแบบเดิมๆ เรียนในห้องเรียนจากตำราแบบเดิมๆ ไม่ใช่แรงงานในความต้องการ 28% ที่ตลาดแรงงาน 4.0 ต้องการ คนที่จบการศึกษาออกไปจะไม่มีงานทำ ดังนั้น การศึกษานอกห้องเรียน การศึกษาร่วมกับภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม มีความจำเป็นอย่างมาก การศึกษาจะต้องเกิดจากความร่วมมือ และวันนี้จำเป็นต้องปลุกยักษ์ในภาครัฐที่ควบคุมการศึกษาทั้งหมด ยักษ์ในภาคอุตสาหกรรมที่มองแต่ดัชนีด้านธุรกิจ หรือแม้กระทั่งภาคประชาชนให้รับรู้ สื่อสาร มีมาตรการและแรงจูงใจ ดูว่าจะรองรับแรงงานในระบบอย่างไร และจะเปลี่ยนแปลงการศึกษาในรูปแบบใหม่อย่างไร” ดร.สัมพันธ์ กล่าว

ด้าน ดร.ไกรยส ภัทราวาท กรรมการในคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา(กอปศ.) กล่าวว่า ประเทศไทยลงทุนเพื่อการศึกษาเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่ได้ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาในระดับต่ำ ค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาปีละ 521,233 ล้านบาท แต่เป็นงบฯ รายจ่ายประจำ 74.69% มีงบฯพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนระหว่างครูกับเด็กไม่ถึง 10 บาท จาก 100 บาท และเหลือถึงเด็กยากจนเพียงแค่ 50 สตางค์สุดท้ายจากเงิน 100 บาทเท่านั้น จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษายังมีปัญหาอยู่ จากการลงพื้นที่ของ กอปศ. และพบปัญหาที่เกิดขึ้นจริง จึงคิดจะทำอย่างไรที่จะเปลี่ยนจาก 50 สตางค์สุดท้ายมา เป็น 5 บาทแรก เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในโอกาสทางการศึกษาให้ได้ โดยมีกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ที่ออกตามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ การให้โอกาสความเสมอภาคทางการศึกษาคือ การที่เด็กทุกคนได้รับการจัดสรรทรัพยากรที่ตรงตามความต้องการ เพื่อให้สามารถขจัดความเหลื่อมล้ำในการเข้าสู่โอกาสทางการศึกษาได้ ไม่ใช่ให้การสนับสนุนเท่ากันทุกคน

 

คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> เปิดวงเสวนา “การพัฒนามนุษย์ที่สมบูรณ์สู่ศตวรรษที่ 21 : จากการเรียนรู้ร่วมกันสู่นโยบาย” จะไปทางไหนดี , , เปิดวงเสวนา , “การพัฒนามนุษย์ที่สมบูรณ์สู่ศตวรรษที่ , 21 , : , จากการเรียนรู้ร่วมกันสู่นโยบาย” , จะไปทางไหนดี << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
“สสวท.” เปิดตัว “Project 14” โครงการสอนออนไลน์ยุคนิวนอร์มอล☕ 4 ก.ค. 2563
“สสวท.” เปิดตัว “Project 14” โครงการสอนออนไลน์ยุคนิวนอร์มอล
เปิดอ่าน 727 ครั้ง
ส.บ.ม.ท.เสนอแนวทางการขอใช้อัตราว่างเพื่อเรียกบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งครูผู้ช่วย☕ 4 ก.ค. 2563
ส.บ.ม.ท.เสนอแนวทางการขอใช้อัตราว่างเพื่อเรียกบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งครูผู้ช่วย
เปิดอ่าน 967 ครั้ง
เจรจาแก้หนี้ครู 3 สถาบันการเงินตกผลึก คาดเริ่มใช้ช่วยแม่พิมพ์ ก.ย.นี้☕ 4 ก.ค. 2563
เจรจาแก้หนี้ครู 3 สถาบันการเงินตกผลึก คาดเริ่มใช้ช่วยแม่พิมพ์ ก.ย.นี้
เปิดอ่าน 3,872 ครั้ง
สพฐ.แจ้งชะลองบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการตรวจและประเมินวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ปีงบประมาณ พ.ศ.2563☕ 4 ก.ค. 2563
สพฐ.แจ้งชะลองบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการตรวจและประเมินวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ปีงบประมาณ พ.ศ.2563
เปิดอ่าน 2,694 ครั้ง
ก.พ.อ.ขยายเวลา 2 ปีใช้เกณฑ์ใหม่ขอตำแหน่งวิชาการ☕ 4 ก.ค. 2563
ก.พ.อ.ขยายเวลา 2 ปีใช้เกณฑ์ใหม่ขอตำแหน่งวิชาการ
เปิดอ่าน 901 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

Student Perceptions of Selected Technology Student Association ActivitStudent Perceptions of Selected Technology Student Association Activit
เปิดอ่าน 8,063 ครั้ง
7 เคล็ดลับเพิ่มความสูงให้กับตัวเอง7 เคล็ดลับเพิ่มความสูงให้กับตัวเอง
เปิดอ่าน 10,054 ครั้ง
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 กรกฎาคม 2553ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 กรกฎาคม 2553
เปิดอ่าน 8,399 ครั้ง
วิธีป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ วิธีป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์
เปิดอ่าน 8,548 ครั้ง
โรคฉี่หนู...เชื้อร้ายที่มาพร้อมหน้าฝนโรคฉี่หนู...เชื้อร้ายที่มาพร้อมหน้าฝน
เปิดอ่าน 14,426 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ