ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2561

ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2561

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 8 ม.ค. 2561 เปิดอ่าน : 56,035 ครั้ง

Advertisement


☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2561

Advertisement

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2561 เว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ ได้เผยแพร่ข่าวที่ 6/2561 เรื่อง ผลการประชุม ก.ค.ศ. 1/2561 โดยมีเนื้อหาข่าว ดังนี้

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันจันทร์ที่ 8 มกราคม 2561 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีศาสตราจารย์คลินิก นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมประชุม

 

● เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันครูผู้ช่วย

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ เปิดเผยผลการประชุมว่า ที่ประชุมได้พิจารณาหน่วยงานที่จะมาทำหน้าที่จัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ในส่วนของการสอบ ภาค ก (สอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป) และภาค ข (สอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง)

ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้มีหน่วยงานกลางในการจัดสอบรวม เช่นเดียวกับการสอบข้าราชการพลเรือนสามัญ ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) โดยมอบหมายให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ. เป็นผู้จัดสอบ แต่ สทศ. แจ้งว่าไม่สามารถดำเนินการจัดสอบได้ทันในช่วงเดือนมีนาคม เพราะมีภาระที่จะต้องจัดสอบต่าง ๆ เช่น การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ที่ประชุมจึงเห็นว่าควรจะต้องเลื่อนการสอบไปประมาณช่วงเดือนสิงหาคม 2561 แทน เพื่อบรรจุให้ทันในเดือนตุลาคม 2561

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบด้วยว่า การบรรจุครูผู้ช่วยในช่วงเดือนพฤษภาคมยังไม่เร่งรีบ เพราะยังมีบัญชีเดิมซึ่งยังไม่หมดอายุ สามารถเรียกบรรจุได้ อีกทั้ง สพฐ.ยังมีอัตราเกษียณ และมีความจำเป็นจริง ๆ ในช่วงเดือนตุลาคมมากกว่า ที่ประชุมจึงเห็นว่าเพื่อให้ สทศ. ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางที่มีมาตรฐานการจัดสอบ ได้มีเวลาในการจัดทำข้อสอบให้ได้มาตรฐาน จึงให้เลื่อนการสอบแบบใหม่ไปเป็นช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับโรงเรียนเอกชนด้วย เพราะมีเวลาในการสรรหาครูใหม่มาสอนแทนผู้ที่สอบบรรจุติดได้ทัน โดยที่ประชุมมอบให้ นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ (ในฐานะกำกับดูแล สทศ.) ไปหารือในรายละเอียดร่วมกับสำนักงาน ก.ค.ศ. เพื่อได้ข้อสรุปในการจัดสอบร่วมกันต่อไป


(ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วย
ที่ผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุม ก.ค.ศ.ในครั้งนี้

การสอบ มีหลักสูตร 3 ภาค คือ

1) สอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) (200 คะแนน)
2) สอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข) (150 คะแนน)
3) การประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค) (50 คะแนน)

การสอบ ภาค ก ให้ดำเนินการ ดังนี้

1) คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสอบ ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษา หรือกำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนสุดท้าย ของหลักสูตรไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา หรือทางอื่น ที่ ก.ค.ศ. กำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง โดยคุณวุฒิที่นำมาใช้สมัครสอบต้องได้รับรองจาก ก.ค.ศ.
2) ให้ ก.ค.ศ. เป็นผู้กำหนดวัน เวลา และวิธีการในการสอบ
3) ให้ ก.ค.ศ. หรือหน่วยงานที่ ก.ค.ศ. เห็นสมควรเป็นผู้ดำเนินการสอบ โดยให้ ก.ค.ศ. ตั้งคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่รับผิดชอบการสอบได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม
4) รับสมัครไม่น้อยกว่า 15 วัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยให้ยื่นสมัครทางอิเล็กทรอนิกส์ตามแบบที่กำหนด พร้อมด้วยค่าธรรมเนียมการสมัครสอบ ในอัตราครั้งละ 100 บาท กรณีจัดให้มีการสมัครและสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้สมัครสอบเสียค่าธรรมเนียมฯ ในอัตราครั้งละ 300 บาท
5) เกณฑ์การตัดสิน ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านภาค ก เฉพาะผู้ที่ได้คะแนนวิชาความสามารถทั่วไปและวิชาภาษาไทยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 และได้คะแนนวิชาภาษาอังกฤษไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และออกหนังสือรับรองผลการสอบผ่าน ภาค ก ให้แก่ผู้สอบผ่าน เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานประกอบการสอบแข่งขัน
ภาค ข และเพื่อประเมินภาค ค
6) ผู้ได้รับหนังสือรับรองผลการสอบ ภาค ก ของ ก.พ. สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานประกอบการสมัครสอบแข่งขันภาค ข และเพื่อประเมินภาค ค ได้ โดยผู้ได้รับหนังสือรับรองฉบับดังกล่าว ต้องเสนอให้สำนักงาน ก.ค.ศ. รับรอง ก่อนนำไปสอบแข่งขัน พร้อมชำระค่าธรรมเนียมในอัตรา 100 บาท

การสอบแข่งขัน ภาค ข และการประเมินภาค ค ให้ดำเนินการ ดังนี้

1) ให้ส่วนราชการ และ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง แล้วแต่กรณี เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขัน ภาค ข และประเมินภาค ค
2) คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
- ต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วย ตามมาตรฐานตำแหน่งที่ ก.ค.ศ. กำหนด
- ต้องมีหนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก ของ ก.ค.ศ. หรือของ ก.พ. ที่ ก.ค.ศ. รับรองแล้ว
3) ให้ส่วนราชการกำหนดวัน เวลาและวิธีการในการสอบ และออกข้อสอบภาค ข กำหนด กำหนดวิธีการสอบ ตรวจคำตอบและประมวลผล และกำหนดองค์ประกอบการประเมิน ตัวชี้วัด และสัดส่วนคะแนนการประเมินภาค ค
4) ให้ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง ดำเนินการ ดังนี้
- กำหนดจำนวนตำแหน่งว่าง ตามกลุ่มวิชา หรือทางหรือสาขาวิชาเอก ที่จะใช้สอบภาค ข ตามความต้องการของสถานศึกษา และแจ้งส่วนราชการ
- ดำเนินการสอบแข่งขัน ภาค ข ตามวิธีที่ส่วนราชการกำหนด และประเมินภาค ค โดยวิธีการสัมภาษณ์ หรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม
- ตั้งคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่รับผิดชอบการสอบแข่งขันได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม
- รับสมัครไม่น้อยกว่า 7 วัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ และให้ยื่นใบสมัครตามแบบหรือวิธีการที่กำหนด พร้อมค่าธรรมเนียมการสอบ ในอัตราครั้งละ 100 บาท
- กรณีมีการดำเนินการสอบแข่งขัน ภาค ข และประเมินภาค ค พร้อมกัน ให้ผู้สมัครสอบ เลือกสมัครสอบได้เพียงแห่งเดียว หากปรากฏว่าผู้สมัครสอบสมัครเกินกว่าหนึ่งแห่ง จะตัดสิทธิการสอบแข่งขันทั้งหมด
- ตั้งคณะกรรมการประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง ภาค ค ตามองค์ประกอบฯ ที่กำหนด จำนวนชุดละ 5 คน
- เกณฑ์การตัดสิน ต้องได้คะแนนแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 โดยเรียงลำดับที่จากผู้ที่ได้คะแนนรวมภาค ข และภาค ค จากมากไปหาน้อย
- บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ให้ใช้ได้ไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันที่ประกาศขึ้นบัญชี

ทั้งนี้ สำหรับการสอบภาค ก เห็นควรมอบ สทศ. เป็นผู้ดำเนินการสอบ และในปี พ.ศ.2561 จะเลื่อนการสอบแข่งขันออกไปก่อน คาดว่าน่าจะเริ่มรับสมัครสอบได้ในราวเดือนสิงหาคม 2561 เพื่อให้สามารถบรรจุครูผู้ช่วยได้ในเดือนตุลาคม 2561

 


● อนุมัติกรอบอัตรากำลังขั้นต่ำข้าราชการครูฯ ในศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ สำนักงาน กศน.

ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ เป็นสถานศึกษาที่จัดตั้งขึ้นใหม่ สังกัดสำนักงาน กศน. เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2559 ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้จัดตั้งศูนย์ฝึกทักษะและพัฒนางานอาชีพให้แก่ราษฎรในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานีและพื้นที่ใกล้เคียง โดยได้ดำเนินการกิจกรรมนำร่อง ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2558-2560 ในการจัดทำหลักสูตรและดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว รวมทั้งพัฒนาต่อยอดหลักสูตร จัดศูนย์การเรียนรู้ จัดฝึกอบรมอาชีพ การให้บริการสอนอาชีพเคลื่อนที่ จัดตั้งศูนย์สาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ฯลฯ

โดยมีหลักสูตรอาชีพที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ รวมทั้งสิ้น 258 หลักสูตร ปัจจุบันมีข้าราชการสังกัดสำนักงาน กศน. จังหวัดชัยนาท และจังหวัดอุทัยธานี มาช่วยราชการการคราวละ 1 ปี จำนวน 4 คน

ดังนั้น เพื่อให้ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ มีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำศูนย์และเพียงพอต่อการปฏิบัติงาน สามารถดำเนินการตามพระราชดำริได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่ประชุมจึงอนุมัติกรอบอัตรากำลังขั้นต่ำข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อปฏิบัติงานในศูนย์ฯ รวม 8 ตำแหน่ง คือ

1. ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน 1 ตำแหน่ง
2. ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน 1 ตำแหน่ง
3. ตำแหน่งครู จำนวน 6 ตำแหน่ง

นอกจากนี้ ได้เห็นชอบกำหนดกรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) รวม 5 ตำแหน่ง ได้แก่

1. นักจัดการงานทั่วไป ชำนาญการพิเศษ 1 ตำแหน่ง
2. นักจัดการงานทั่วไป ปฏิบัติการ/ชำนาญการ จำนวน 2 ตำแหน่ง
3. เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี ปฏิบัติงาน/ชำนาญงาน 1 ตำแหน่ง
4. เจ้าพนักงานธุรการ ปฏิบัติงาน/ชำนาญงาน จำนวน 1 ตำแหน่ง

ทั้งนี้ การกำหนดตำแหน่งดังกล่าว ไม่มีผลกระทบกับงบประมาณของรัฐ และไม่ขัดหรือแย้งกับมติคณะรัฐมนตรี และมาตรการบริหารและพัฒนากำลังคนภาครัฐ (พ.ศ. 2557-2561)

 

ดรุวรรณ บุญมาก, บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/เรียบเรียง
Digital PR Team สป.-สร./ ถ่ายภาพ
8/1/2561

 

ขอบคุณที่มาและอ่านเพิ่มเติมได้จาก เว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 8 มกราคม 2561

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2561 , , ผลการประชุม , ก.ค.ศ. , ครั้งที่ , 1 , 2561 , เมื่อวันที่ , 8 , มกราคม , 2561 << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
"ครูตั้น"ตั้งเป้าเพิ่มครูภาษาอังกฤษ -จีน ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก☕ 25 ก.ย. 2563
"ครูตั้น"ตั้งเป้าเพิ่มครูภาษาอังกฤษ -จีน ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
เปิดอ่าน 339 ครั้ง
"เสมา1"ย้ำแพลตฟอร์ม DEEP ไม่เหลื่อมล้ำ☕ 25 ก.ย. 2563
"เสมา1"ย้ำแพลตฟอร์ม DEEP ไม่เหลื่อมล้ำ
เปิดอ่าน 342 ครั้ง
"ณัฏฐพล"ไขข้อข้องใจเรื่องงบฯ แจงรวมทุกองค์กรเฉพาะการจัดสอบเท่านั้น☕ 23 ก.ย. 2563
"ณัฏฐพล"ไขข้อข้องใจเรื่องงบฯ แจงรวมทุกองค์กรเฉพาะการจัดสอบเท่านั้น
เปิดอ่าน 1,593 ครั้ง
การคัดเลือกนักศึกษาทุนโครงการเพชรในตมเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย รุ่นที่ 30☕ 23 ก.ย. 2563
การคัดเลือกนักศึกษาทุนโครงการเพชรในตมเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย รุ่นที่ 30
เปิดอ่าน 1,588 ครั้ง
ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย☕ 23 ก.ย. 2563
ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย
เปิดอ่าน 6,013 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เคล็ดลับง่าย ๆ ในการดูแลผิวหน้าให้สวยสุขภาพดีเคล็ดลับง่าย ๆ ในการดูแลผิวหน้าให้สวยสุขภาพดี
เปิดอ่าน 8,486 ครั้ง
สอนลูกรู้จักใช้จ่ายสอนลูกรู้จักใช้จ่าย
เปิดอ่าน 7,004 ครั้ง
อาริสโตเติลอาริสโตเติล
เปิดอ่าน 9,181 ครั้ง
เกณฑ์ประเมินวิทยฐานะใหม่(ขณะนี้ ก.ค.ศ.ให้ชะลอไปก่อน)เกณฑ์ประเมินวิทยฐานะใหม่(ขณะนี้ ก.ค.ศ.ให้ชะลอไปก่อน)
เปิดอ่าน 57,375 ครั้ง
เรื่องที่คุณไม่รู้ เกี่ยวกับช็อกโกแลตเรื่องที่คุณไม่รู้ เกี่ยวกับช็อกโกแลต
เปิดอ่าน 8,490 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ