ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > กรมบัญชีแจงบัตรรักษาขรก.ลดรั่วไหล

กรมบัญชีแจงบัตรรักษาขรก.ลดรั่วไหล

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 19 พ.ค. 2560 เปิดอ่าน : 23,446 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

กรมบัญชีแจงบัตรรักษาขรก.ลดรั่วไหล

Advertisement

กรมบัญชีกลางชี้แจงโครงการจัดทำบัตรสมาร์ทการ์ดรักษาพยาบาลข้าราชการ

นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่ประธานเครือข่ายปฏิรูประบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ (คสร.) ได้ยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมบัญชีกลางทักท้วงโครงการจัดทำบัตรสมาร์ทการ์ดรักษาพยาบาลของข้าราชการที่กรมบัญชีกลางกำลังดำเนินการอยู่ เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2560 ด้วยข้ออ้างว่าต้องการแก้ปัญหาทุจริตของข้าราชการบางคน แต่ คสร.เห็นว่าเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงประเด็น ทำให้เกิดการสิ้นเปลืองงบประมาณ จึงยื่นหนังสือถามอธิบดีกรมบัญชีกลาง 4 ประเด็น ดังนี้

(1) ความคืบหน้าและแผนในการดำเนินการเรื่องการทำบัตรประจำตัวผู้ป่วยโครงการเบิกจ่ายตรง

(2) มีข้อดีและข้อเสีย ต่างจากที่ได้มีการพัฒนาบัตรประจำตัวประชาชนเป็นสมาร์ทการ์ด และมีนโยบาย “คนไทย 1 ใบก็พอ” อย่างไร

(3) กองทุนสุขภาพ สปสช. และ สปส.ใช้บัตรประจำตัวประชาชนอย่างเดียวในการระบุตัวตนเพื่อรักษาพยาบาล เหตุใดกรมบัญชีกลางจึงสวนกระแสใช้บัตรอื่นเพิ่มเติม และไม่สอดคล้องกับนโยบายการบูรณาการฐานข้อมูลภาครัฐ

(4) จากกรณีที่กรมบัญชีกลางชี้แจงว่าต้องใช้งบประมาณในการทำบัตร 50 ล้านบาท สำหรับผู้มีสิทธิ 5 ล้านคน นอกจากนั้นยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกหลายประเด็นในการบริหารจัดการ แล้วได้ประเมินค่าใช้จ่ายเหล่านี้หรือไม่ อย่างไร และมีมูลค่าจำนวนเท่าใด

ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางได้ชี้แจงว่า “โครงการบัตรสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ” เป็นการต่อยอด “โครงการเบิกจ่ายตรงสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ” โดยนำหลักการทำงานของบัตรเครดิตมาประยุกต์ใช้ ซึ่งบัตรสวัสดิการรักษาพยาบาลดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการตรวจสอบและพิสูจน์ตัวบุคคล ทดแทนการลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมโครงการเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาล ณ สถานพยาบาล โดยผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัวสามารถใช้บัตรดังกล่าว เพื่อประกอบการใช้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลในระบบเบิกจ่ายตรงได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอเวลาการประมวลผลข้อมูลตามระบบเดิม อีกทั้งบัตรนี้ยังใช้เป็นเครื่องมือประกอบการตรวจสอบการทำธุรกรรมการชำระเงินค่ารักษาพยาบาลที่สถานพยาบาลเรียกเก็บจากกรมบัญชีกลางในระบบเบิกจ่ายตรงด้วย ซึ่งการนำบัตรสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการมาใช้ นอกจากจะช่วยให้กรมบัญชีกลางสามารถรับรู้ข้อมูลและค่าใช้จ่ายการเข้ารับบริการทางการแพทย์ของผู้ป่วยได้ทันทีภายในวันเดียวกันแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบการเบิกค่ารักษาพยาบาลในระบบเบิกจ่ายตรงอีกด้วย

สำหรับประเด็นที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดกรมบัญชีกลางจึงไม่นำบัตรประจำตัวประชาชนแบบ Smart card มาใช้เพื่อพิสูจน์ตัวตนเช่นเดียวกับที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งประเด็นดังกล่าวกรมบัญชีกลางขอชี้แจงว่า สปสช. นำบัตรประจำตัวประชาชนแบบ Smart card มาใช้เพียงเพื่อพิสูจน์ตัวตนก่อนเข้ารับการรักษาพยาบาลเท่านั้น โดยไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเครื่องมือประกอบการตรวจสอบการทำธุรกรรมการชำระเงินค่ารักษาพยาบาลที่สถานพยาบาลเรียกเก็บจากกรมบัญชีกลางในระบบเบิกจ่ายตรงเช่นเดียวกับบัตรสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ นอกจากนี้ บัตรประจำตัวประชาชนแบบ Smart card ตามกฎหมาย ว่าด้วยบัตรประจำตัวประชาชนเป็นบัตรที่ถูกออกแบบขึ้นเพื่อจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ในหน่วยความจำดังกล่าวจะต้องไม่เปิดเผยต่อบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งมิใช่ผู้จัดทำหรือรวบรวมข้อมูลนั้นได้ ดังนั้น ในชั้นนี้จึงยังไม่สามารถนำบัตรประจำตัวประชาชนแบบ Smart card มาใช้ในโครงการดังกล่าวได้ อย่างไรก็ดี ในอนาคตหากสามารถใช้บัตรประจำตัวประชาชนแบบ Smart card เป็นเครื่องมือประกอบการตรวจสอบการทำธุรกรรมการชำระเงินค่ารักษาพยาบาลในระบบจ่ายตรงของกรมบัญชีกลางได้แล้ว กรมบัญชีกลางก็จะนำบัตรประชาชนดังกล่าวมาใช้ทดแทนการออกบัตรสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการต่อไป

อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ กรมบัญชีกลางได้กำหนดกรอบแนวทางการดำเนินการเพื่อเตรียมความพร้อมในการออกบัตรสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ โดยในเบื้องต้นจะคัดเลือกโรงพยาบาลที่มีศักยภาพและมีความพร้อม เพื่อเป็นต้นแบบการดำเนินงานในเรื่องดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในช่วงเดือน ต.ค. 2560 ส่วนค่าใช้จ่ายในการออกบัตรสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการและค่าใช้จ่ายในบริหารจัดการอยู่ในระหว่างการพิจารณา ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเป็นเงินเท่าไร


ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก โพสต์ทูเดย์ วันที่ 19 พฤษภาคม 2560

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> กรมบัญชีแจงบัตรรักษาขรก.ลดรั่วไหล , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
แจ้งการขยายกลุ่มเป้าหมายการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนทุนเสมอภาคเพิ่มเติม☕ 26 พ.ค. 2563
แจ้งการขยายกลุ่มเป้าหมายการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนทุนเสมอภาคเพิ่มเติม
เปิดอ่าน 786 ครั้ง
สั่งสพฐ.ดูแล‘ครู’ภาระมาก ช่วงเตรียมความพร้อมการเรียนการสอนทางไกล☕ 26 พ.ค. 2563
สั่งสพฐ.ดูแล‘ครู’ภาระมาก ช่วงเตรียมความพร้อมการเรียนการสอนทางไกล
เปิดอ่าน 4,764 ครั้ง
ประกาศ สพฐ. เรื่อง วิธีการสรรหา และการเลือกคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา☕ 26 พ.ค. 2563
ประกาศ สพฐ. เรื่อง วิธีการสรรหา และการเลือกคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา
เปิดอ่าน 978 ครั้ง
สพฐ. วางแผนแนวทางการจัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับชาติ ครั้งที่ 70 ปีการศึกษา 2563☕ 26 พ.ค. 2563
สพฐ. วางแผนแนวทางการจัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับชาติ ครั้งที่ 70 ปีการศึกษา 2563
เปิดอ่าน 1,739 ครั้ง
ด่วนที่สุด สพฐ.สำรวจความประสงค์ดำเนินการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. ปี พ.ศ. 2563☕ 25 พ.ค. 2563
ด่วนที่สุด สพฐ.สำรวจความประสงค์ดำเนินการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. ปี พ.ศ. 2563
เปิดอ่าน 2,310 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

หลักสูตรใหม่กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศหลักสูตรใหม่กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
เปิดอ่าน 11,811 ครั้ง
ดาวน์โหลดหนังสือ Brain-based Learning (BBL) 7 เล่ม เขียนโดย อ.พรพิไล เลิศวิชาดาวน์โหลดหนังสือ Brain-based Learning (BBL) 7 เล่ม เขียนโดย อ.พรพิไล เลิศวิชา
เปิดอ่าน 95,607 ครั้ง
ใช้ข้อสอบเดียวกันตัดสินเด็กทั้งประเทศ ยุติธรรมแล้วหรือ!ใช้ข้อสอบเดียวกันตัดสินเด็กทั้งประเทศ ยุติธรรมแล้วหรือ!
เปิดอ่าน 11,585 ครั้ง
พระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ.2560พระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ.2560
เปิดอ่าน 17,786 ครั้ง
"หัวหมอ" ไม่อยากโดนใบสั่ง ใช้หลักฟิสิกส์เข้าสู้ตำรวจซะเลย"หัวหมอ" ไม่อยากโดนใบสั่ง ใช้หลักฟิสิกส์เข้าสู้ตำรวจซะเลย
เปิดอ่าน 10,880 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ