ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > จับตาสอบครูผู้ช่วย สพฐ.ปี60

จับตาสอบครูผู้ช่วย สพฐ.ปี60

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 2 เม.ย. 2560 เปิดอ่าน : 12,417 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

จับตาสอบครูผู้ช่วย สพฐ.ปี60

Advertisement

วงเสวนาแนะจับตาสอบบรรจุครูผู้ช่วย สพฐ.ปี2560 กรณีรัฐเปิดช่องให้ผู้ที่ไม่ได้เรียนครูมาเป็นครูได้ พร้อมวอนรัฐปรับงบฯผลิตครูเท่าผลิตแพทย์

วันนี้ (1เม.ย.) ที่คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว ) จัดเสวนาเรื่อง "รัฐเปิดช่องให้ผู้ที่ไม่ได้เรียนครูมาเป็นครูได้หรือเสีย?” โดย นายองค์กร อมรสิรินันท์ อดีตเลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.)ใช้ช่องทางผิดในการเปิดช่องให้ผู้ไม่เรียนครูมาสอบบรรจุเป็นครู จึงอยากให้ทุกคนในสังคมจับตาดูกระบวนการสอบบรรจุครูในครั้งนี้ว่า จะมีกระบวนการทุจริต หรือ เป็นช่องทางที่เอื้อให้คนเข้าสู่ระบบราชการหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูถูกฟ้องร้องได้ และ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะประธาน ก.ค.ศ. ก็จะตกเป็นจำเลย

นายวรพงษ์ แสงประเสริฐ อาจารย์โรงเรียนสาธิต มศว กล่าวว่า จากประสบการณ์พบว่า คนที่ไม่ได้เรียนวิชาชีพครูมามีปัญหามาก ดังนั้น จึงอยากฝากว่าขอให้รัฐบาลมีนโยบายที่นิ่ง และชัดเจนว่าจะไปทางไหน ส่วนสถาบันผลิตครูต้องขยับตัวผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพจริงๆ และสุดท้ายขอฝากถึงเด็กที่จะเป็นครู ว่าต้องปรับตัวเองสร้างภูมิให้มีความพร้อมในทุกด้าน ที่สำคัญอย่าบกพร่องเรื่องจิตวิทยาความเป็นครู และต้องมีจิตวิญญาณความเป็นครูอย่างแท้จริง

ดร.ดิเรก พรสีมา คณบดีวิทยาลัยฝึกหัดครู มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร กล่าวว่า ถ้าไม่สามารถสร้างคนคุณภาพได้ประเทศก็ไม่สามารถเดินต่อไปได้อย่างมั่นคงได้ ดังนั้น ต้องเริ่มตั้งแต่กระบวนการพัฒนาครู โดยต้องใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูมาเป็นเครื่องมือเพราะสามารถสร้างเงื่อนไขกำหนดคุณสมบัติผู้ที่จะมาเป็นครูได้ ที่สำคัญวิชาชีพครูจะทำแบบที่เป็นอยู่ไม่ได้ ซึ่งประเทศที่เจริญแล้วให้ความสำคัญกับการผลิตครูเหมือนการผลิตแพทย์ โดยสถาบันผลิตครูต้องทบทวนการผลิตครูให้ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะการทีโรงเรียนให้ผู้เรียนครูได้ฝึกสอน ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ก็รับลูกแล้วว่าการผลิตครูต้องทำเหมือนผลิตแพทย์ อย่างไรก็ตามขณะนี้ตนรู้สึกผิดหวัง และเสียใจกับรัฐบาลมาก ซึ่งตนศรัทธานายกรัฐมนตรี ดังนั้นอยากให้หาคนมีความรู้การศึกษามาทำงานด้านการศึกษา

"ขอฝากให้รัฐบาลทำให้กระบวนการผลิตครูมีคุณภาพเหมือนการผลิตแพทย์ ซึ่งปัจจุบันงบประมาณผลิตแพทย์ 5แสนกว่าบาทต่อคนต่อปี ขณะที่การผลิตครู ได้รับงบประมาณ 800บาทต่อคนต่อปี แตกต่างกันมาก แล้วจะมาเรียกร้องคุณภาพอะไร ดังนั้น ขอเพิ่มขึ้นไม่ต้องเท่าแพทย์แต่เป็น2-3แสนบาทต่อคนต่อปีได้หรือไม่ ถ้ารัฐจริงใจอยากได้ประเทศไทย 4.0 ก็ต้องปรับงบประมาณในการพัฒนา การผลิตครู ไม่เป็นเพียงคำพูดสวยหรู หลอกลวงที่เป็นไปไม่ได้ รวมถึงต้องให้เวลาครูอยู่ในห้องเรียนมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมางานวิจัยของ สพฐ.พบว่า ครูใช้เวลา 65%ต่อปี ทำอย่างอื่นมากกว่าการสอน แล้วจะหวังให้การศึกษาขั้นพื้นฐานเก่งได้อย่างไร เมื่อไม่ให้เวลาครูอยู่กับนักเรียน" ดร.ดิเรก กล่าว

ด้านตัวแทนนิสิตคณะศึกษาศาสตร์ มศว กล่าวว่า ตนคิดว่ากระทรวงศึกษาธิการแก้ปัญหาการขาดแคลนครูด้วยการเปิดช่องให้ผู้ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูมาสอบได้ เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ คนเหล่านี้ไม่ได้อยากเป็นครูตั้งแต่แรก จึงไม่ได้เลือกเรียนคณะครุศาสตร์ศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ จึงไม่มีจิตวิญญาณครูตั้งแต่เริ่มแรกแล้ว แม้กระทรวงจะมองว่าคนเหล่านี้เก่งเนื้อหาสาระ แต่ไม่มีหรือขาดเรื่องกระบวนการสอนและจิตวิญญาณ จึงควรแก้ไขตั้งแต่กระบวนการผลิตและการรับคนเข้าเรียน ให้คนที่อยากเป็นครู ได้เรียนครู ถ้ากระทรวงไม่สามารถแก้ปัญหาการศึกษาได้ ก็ควรแยกงานการศึกษาออกจากการควบคุมของรัฐบาล

ขณะที่ รศ.ดร.ประพันธ์ศิริ สุเสารัจ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มศว กล่าวว่า ที่ประชุมสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย(สคศท.) รู้สึกเป็นห่วงเรื่องการฟ้องร้อง โดยเฉพาะการฟ้องร้องกันเองของนิสิต นักศึกษาครูที่มีใบอนุญาตฯ กับ ผู้ไม่มีใบอนุญาตฯในกรณีที่ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตฯสามารถสอบได้ ซึ่ง สคศท. กำลังศึกษาข้อกฎหมาย รวมทั้งหลักเกณฑ์การรับสมัครครู ของ ก.ค.ศ.และ หลักเกณฑ์ของคุรุสภา ว่าเปิดช่องให้มีการฟ้องร้องกันได้หรือไม่ และมีแนวทางจะป้องกันไม่ให้นิสิตนักศึกษาฟ้องร้องกันเองหรือไม่ สำหรับเรื่องการสอบบรรจุครูนั้น ปัจจุบันมีครูที่สอบขึ้นบัญชีใน 8 กลุ่มสาระจำนวนมาก ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยังไม่ได้เรียกบรรจุ แสดงให้เห็นว่า เราไม่ได้ขาดแคลนคนมาเป็นครูใน 8 กลุ่มสาระ และนักศึกษาครูที่เรียนเอกวิทยาศาสตร์ ทั้งฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ก็พบว่า มีคะแนนสอบแอดมิชชั่นที่สูงกว่านักศึกษาเอกเดียวกันที่เรียนคณะวิทยาศาสตร์ ดังนั้น ก็ขอให้มั่นใจว่า นักศึกษาครูเก่งด้านเนื้อหา มีจิตวิญญาณครู เข้าใจจิตวิทยาเด็ก และถ่ายทอดความรู้เป็น.


ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก เดลินิวส์ วันเสาร์ที่ 1 เมษายน 2560 เวลา 14.42 น.  

ด้าน ไทยรัฐ ก็ได้นำเสนอข่าวนี้ ดังนี้

วงเสวนา ชี้เปิดช่องคนไม่มีตั๋วครูมาสอบ หวั่นทุจริต เสี่ยงฟ้องร้อง

อดีตเลขาฯ คุรุสภา เรียกร้องสังคมไทยจับตารับสมัครครูปีนี้ หลังเปิดช่องให้คนไม่มีตั๋วครูมาสอบ หวั่นทุจริตเอื้อคนเข้าสู่ระบบราชการ และอาจมีฟ้องร้อง ด้านคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มศว ห่วงนิสิตนักศึกษาฟ้องกันเอง...

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. นายองค์กร อมรสิรินันท์ อดีตเลขาธิการคุรุสภา กล่าวในงานเสวนา “รัฐเปิดช่องให้ผู้ที่ไม่ได้เรียนครูมาเป็นครู ... ได้หรือเสีย?” ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร ว่า คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ใช้ช่องทางผิดในการเปิดช่องให้ผู้ไม่เรียนครูมาสอบบรรจุเป็นครู จึงอยากให้ทุกคนในสังคมจับตาดูกระบวนการสอบบรรจุครูในครั้งนี้ว่า จะมีกระบวนการทุจริตหรือเป็นช่องทางที่เอื้อให้คนเข้าสู่ระบบราชการหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้ผู้ที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพครูถูกฟ้องร้องได้ และ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะประธาน ก.ค.ศ. ก็จะตกเป็นจำเลย

ขณะที่ นายไพบูลย์ เกตแก้ว อดีต ผอ.ร.ร.พรหมานุสรณ์ จ.เพชรบุรี กล่าวว่า อยากฝากถึงผู้ใหญ่ในบ้านเมืองว่า ไม่ว่าจะแก้ไขปัญหาการขาดครูอย่างไร ผู้ที่จะมาเป็นครูผู้สอนจำเป็นต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูทุกคน กระบวนการผลิตครูต้องมีการฝึกสอน ที่สำคัญครูต้องมีจรรยาบรรณความเป็นครู โดยเฉพาะต้องไม่มีปัญหาเรื่องชู้สาว

นายวรพงษ์ แสงประเสริฐ อาจารย์โรงเรียนสาธิต มศว กล่าวว่า จากประสบการณ์พบว่า คนที่ไม่ได้เรียนวิชาชีพครูมามีปัญหามาก ดังนั้นจึงอยากฝากว่าขอให้รัฐบาลมีนโยบายที่นิ่ง และชัดเจนว่าจะไปทางไหน ส่วนสถาบันผลิตครูต้องขยับตัวผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพจริงๆ และสุดท้ายขอฝากถึงเด็กที่จะเป็นครู ว่าต้องปรับตัวเองสร้างภูมิให้มีความพร้อมในทุกด้าน ที่สำคัญอย่าบกพร่องเรื่องจิตวิทยาความเป็นครู และต้องมีจิตวิญญาณความเป็นครูอย่างแท้จริง

ดร.ดิเรก พรสีมา คณบดีวิทยาลัยฝึกหัดครู มรภ. พระนคร กล่าวว่า ครูเป็นส่วนสำคัญในการสร้างคนให้มีคุณภาพ ดังนั้นคุรุสภาจึงกำหนดให้ครูต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เพื่อเป็นเงื่อนไขในการคัดเลือกและฝึกหัดผู้ที่จะมาเป็นครู แต่ขณะนี้ค่าใช้จ่ายรายหัวในการผลิตครู ตกเพียง 800 บาทต่อคนต่อปี เท่านั้น เทียบกับการผลิตแพทย์ซึ่งรัฐสนับสนุนงบประมาณในการผลิต 500,000 บาทต่อคนต่อปี จึงอยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการผลิตครูเหมือนการผลิตแพทย์ โดยเพิ่มค่าใช้จ่ายรายหัวในการผลิตครู เป็น 2-3 แสนจะได้หรือไม่ และต้องคืนครูให้กับเด็ก เพราะเรามีกิจกรรมมากมายที่ดึงครูออกนอกห้องเรียน ซึ่งพบว่าครูต้องใช้เวลา 65% ต่อปี ทำอย่างอื่นมากกว่าการสอน

อย่างไรก็ตามขณะนี้ตนรู้สึกผิดหวัง และเสียใจกับรัฐบาลมาก ซึ่งตนศรัทธานายกรัฐมนตรี ดังนั้นอยากให้หาคนมีความรู้การศึกษามาทำงานด้านการศึกษา

รศ.ดร.ประพันธ์ศิริ สุเสารัจ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มศว กล่าวว่า ที่ประชุมสภาคณบดีคณะครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย รู้สึกเป็นห่วงเรื่องการฟ้องร้อง โดยเฉพาะการฟ้องร้องกันเองของนิสิตนักศึกษาครูที่มีใบประกอบวิชาชีพกับผู้ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ ในกรณีที่ผู้ที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู แล้วสามารถสอบได้ อาจถูกนิสิตนักศึกษาที่มีใบประกอบวิชาชีพครูฟ้องร้องได้ ซึ่ง สคศท. กำลังศึกษาข้อกฎหมายรวมทั้งหลักเกณฑ์การรับสมัครครูของ ก.ค.ศ.และหลักเกณฑ์ของคุรุสภา ว่าเปิดช่องให้มีการฟ้องร้องกันได้หรือไม่ และมีแนวทางจะป้องกันไม่ให้นิสิตนักศึกษาฟ้องร้องกันเองหรือไม่

สำหรับเรื่องการสอบบรรจุครูนั้น ปัจจุบันมีครูที่สอบขึ้นบัญชีใน 8 กลุ่มสาระจำนวนมาก ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยังไม่ได้เรียกบรรจุ แสดงให้เห็นว่า เราไม่ได้ขาดแคลนคนมาเป็นครูใน 8 กลุ่มสาระ และนักศึกษาครูที่เรียนเอกวิทยาศาสตร์ ทั้งฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ก็พบว่า มีคะแนนสอบแอดมิชชั่นที่สูงกว่านักศึกษาเอกเดียวกันที่เรียนคณะวิทยาศาสตร์ ดังนั้น ก็ขอให้มั่นใจว่า นักศึกษาครูเก่งด้านเนื้อหา มีจิตวิญญาณครู เข้าใจจิตวิทยาเด็ก และถ่ายทอดความรู้เป็น

ด้านตัวแทนนิสิตคณะศึกษาศาสตร์ มศว กล่าวว่า ตนคิดว่ากระทรวงศึกษาธิการแก้ปัญหาการขาดแคลนครูด้วยการเปิดช่องให้ผู้ไม่มีใบประกอบวิชาชีพครูมาสอบได้ เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ คนเหล่านี้ไม่ได้อยากเป็นครูตั้งแต่แรก จึงไม่ได้เลือกเรียนคณะครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์ จึงไม่มีจิตวิญญาณครูตั้งแต่เร่ิมแรกแล้ว แม้กระทรวงจะมองว่าคนเหล่านี้เก่งเนื้อหาสาระ แต่ไม่มีหรือขาดเรื่องกระบวนการสอนและจิตวิญญาณ จึงควรแก้ไขตั้งแต่กระบวนการผลิตและการรับคนเข้าเรียน ให้คนที่อยากเป็นครู ได้เรียนครู ถ้ากระทรวงไม่สามารถแก้ปัญหาการศึกษาได้ ก็ควรแยกงานการศึกษาออกจากการควบคุมของรัฐบาล.

 

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก ไทยรัฐ วันที่ 1 เมษายน 2560

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> จับตาสอบครูผู้ช่วย สพฐ.ปี60 , , จับตาสอบครูผู้ช่วย , สพฐ.ปี60 << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ส.ค.ศ.ท.จี้คุรุสภา ออกหลักเกณฑ์รับรองหลักสูตรครู 4 ปี☕ 22 ก.พ. 2563
ส.ค.ศ.ท.จี้คุรุสภา ออกหลักเกณฑ์รับรองหลักสูตรครู 4 ปี
เปิดอ่าน 487 ครั้ง
ศธ.นำร่องจัดองค์กรแบบแมทริกซ์ ในพื้นที่อีอีซีเพิ่มประสิทธิภาพการศึกษา☕ 22 ก.พ. 2563
ศธ.นำร่องจัดองค์กรแบบแมทริกซ์ ในพื้นที่อีอีซีเพิ่มประสิทธิภาพการศึกษา
เปิดอ่าน 575 ครั้ง
คุรุสภาเปิดรับสมัครขอรับเงินอุดหนุนการดำเนินงานส่งเสริมกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาจรรยาบรรณวิชาชีพผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ☕ 21 ก.พ. 2563
คุรุสภาเปิดรับสมัครขอรับเงินอุดหนุนการดำเนินงานส่งเสริมกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาจรรยาบรรณวิชาชีพผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
เปิดอ่าน 1,160 ครั้ง
ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์☕ 21 ก.พ. 2563
ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์
เปิดอ่าน 8,032 ครั้ง
คลอดเกณฑ์ใหม่ โยกย้ายผู้บริหารรร. ลั่นช่วยกระจายคนมีความสามารถ ลดความเหลื่อมล้ำการศึกษา☕ 20 ก.พ. 2563
คลอดเกณฑ์ใหม่ โยกย้ายผู้บริหารรร. ลั่นช่วยกระจายคนมีความสามารถ ลดความเหลื่อมล้ำการศึกษา
เปิดอ่าน 7,592 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

คีเลชั่น (Chelation) คืออะไร คีเลชั่น (Chelation) คืออะไร
เปิดอ่าน 8,406 ครั้ง
ม่วงส่าหรีม่วงส่าหรี
เปิดอ่าน 10,796 ครั้ง
คำศัพท์ OOPคำศัพท์ OOP
เปิดอ่าน 15,442 ครั้ง
อันซีนเมอร์คิวรี "ดาวพุธ" ในมุมที่ชาวโลกไม่เคยเห็นอันซีนเมอร์คิวรี "ดาวพุธ" ในมุมที่ชาวโลกไม่เคยเห็น
เปิดอ่าน 12,127 ครั้ง
เช็กรึยัง ใครชง ใครแย่ พร้อมทางแก้เพื่อชีวิตดีๆ ปี 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชรเช็กรึยัง ใครชง ใครแย่ พร้อมทางแก้เพื่อชีวิตดีๆ ปี 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร
เปิดอ่าน 9,676 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ