ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > สพฐ.ยกเครื่องระบบสกรีน “เด็กยากจน” ให้ครูเก็บข้อมูลผ่านแอปฯ ช่วยได้ข้อมูลตามจริง

สพฐ.ยกเครื่องระบบสกรีน “เด็กยากจน” ให้ครูเก็บข้อมูลผ่านแอปฯ ช่วยได้ข้อมูลตามจริง

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 1 ก.ย. 2559 เปิดอ่าน : 9,607 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
 สพฐ.ยกเครื่องระบบสกรีน “เด็กยากจน” ให้ครูเก็บข้อมูลผ่านแอปฯ ช่วยได้ข้อมูลตามจริง

Advertisement

สพฐ. ยกเครื่องระบบสกรีนเด็กยากจนใหม่ ช่วยได้ข้อมูลที่เป็นจริง นำร่อง ร.ร. สังกัด สพฐ. กว่า 5,000 แห่ง ให้ครูเก็บข้อมูลเด็กยากจนผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน “ทุนยากจน” ช่วยเขตพื้นที่การศึกษา - ศธ. ได้ข้อมูลตามจริง ช่วยเหลือเด็กตรงตามเป้าหมายมากขึ้น

วันนี้ (31 ส.ค.) นายสุเทพ ชิตยวงษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวระหว่างการประชุมผ่านระบบเทเลคอนเฟอเรนซ์ เพื่อชี้แจงการดำเนินงาน “โครงการการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อหลักประกันโอกาสทางการเรียนรู้ (ระบบการคัดกรองนักเรียนยากจน)” ว่า จากฐานข้อมูล DMC ในปี 2557 พบว่า เด็กในระบบการศึกษาของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีทั้งหมด 7.5 ล้านคน มีเด็กยากจนราว 3.5 ล้านคน แบ่งเป็นเด็กประถมศึกษาจำนวน 2.4 ล้านคน และเด็กมัธยมศึกษาตอนต้นจำนวน 1.2 ล้านคน แต่ สพฐ. สามารถจัดสรรงบประมาณที่มีอยู่ 2,500 ล้านบาท ได้เพียง 1.6 ล้านคนเท่านั้น ที่สำคัญคือ สพฐ. ยังขาดข้อมูลที่สะท้อนความเป็นจริงของผู้เรียน ทำให้เกิดการจัดสรรเงินช่วยเหลือได้ไม่ทั่วถึงและไม่ตรงเป้าหมาย เพราะเดิมใช้รูปแบบการเฉลี่ยงบประมาณในสัดส่วนคงที่

นายสุเทพ กล่าวว่า สพฐ. จึงพยายามหานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อยกระดับการอุดหนุนงบประมาณช่วยเหลือเด็กยากจนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของโครงการดังกล่าวในการพัฒนาแอปพลิเคชัน เพื่อช่วยให้ได้ข้อมูลเด็กยากจนที่ถูกต้องมากขึ้น เพื่อการช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยโครงการดังกล่าวจะนำร่องในโรงเรียนสังกัด สพฐ. จำนวน 5,086 โรงเรียน ใน 40 เขตพื้นที่การศึกษา รวม 10 จังหวัด ได้แก่ น่าน เชียงราย แม่ฮ่องสอน อุดรธานี นครพนม นครราชสีมา จันทบุรี กาญจนบุรี ตรัง และ ภูเก็ต ครอบคลุมเด็กและเยาวชนจำนวน 492,431 คน ซึ่งการที่มีระบบติดตามนักเรียนยากจนที่ดีและถูกต้อง ก็จะช่วยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและส่วนกลางมีข้อมูลที่ถูกต้องในการช่วยเหลือนักเรียนยากจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“สพฐ. ได้กำหนดปฏิทินการเก็บข้อมูลคัดกรองนักเรียนยากจนขึ้นใน ก.ย. - ต.ค. 2559 ก่อนนำสู่การขยายผลดำเนินงานครอบคลุมทุกจังหวัด ซึ่งสอดรับกับนโยบายลดความเหลื่อมล้ำของรัฐบาล และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้นักเรียนทุกคน ผ่านนวัตกรรมในการจัดสรรงบประมาณเด็กยากจนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผมหวังว่า โรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษานำร่องทั้ง 10 จังหวัดจะให้รับประโยชน์จากข้อมูลที่เกิดขึ้น จึงอยากขอความร่วมมือคุณครูทุกท่านให้การสนับสนุนในการเก็บข้อมูลเพื่อเป็นต้นแบบในการคัดกรองเด็กยากจนผ่านระบบสารสนเทศต่อไป” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว

รศ.ดร.ชัยยุทธ ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า โครงการนี้เกิดจากข้อเสนอของโครงการวิจัย “บัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2551 - 2556” ที่เป็นความร่วมมือระหว่าง สพฐ. สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) และ ม.ธรรมศาสตร์ ในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา อันเป็นสาเหตุสำคัญจากช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ โดยมี ม.นเรศวร ได้เข้ามาร่วมมือในการพัฒนาระบบคัดกรองนักเรียนยากจน ซึ่ง “ฐานข้อมูล” จะเป็นหลักประกันสำคัญต่อสิทธิในการได้รับเงินอุดหนุนที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

ดร.วรลักษณ์ คงเด่นฟ้า อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.นเรศวร ในฐานะผู้พัฒนาระบบการคัดกรองนักเรียนยากจน ว่า ระบบการคัดกรองนักเรียนยากจนจะมีทั้งในเว็บไซต์ และในแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ทั้งระบบไอโอเอสและแอนดรอยด์ ในชื่อ “ทุนยากจน” ช่วยให้ครูมีการเก็บข้อมูลที่สะดวกขึ้น อีกทั้งยังมีการปรับปรุงแบบฟอร์มการเก็บข้อมูลที่สะท้อนภาพความเป็นจริงมากขึ้น ครบทุกมิติมากขึ้น และเกิดระบบการติดตามนักเรียนยากจน ทำให้เขตพื้นที่การศึกษาและกระทรวงศึกษาธิการได้ข้อมูลเชิงลึกที่เป็นจริงว่าเด็กคนไหนมีความยากจนและจำเป็นที่ต้องได้รับการช่วยเหลือจริง ๆ ทำให้ช่วยเหลือได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็จะสามารถบริหารจัดการงบประมาณภายใต้ข้อมูลปัจจัยพื้นฐานสำหรับเด็กยากจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

ขอบคุณที่มาจาก MGROnline วันที่ 31 สิงหาคม 2559

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> สพฐ.ยกเครื่องระบบสกรีน “เด็กยากจน” ให้ครูเก็บข้อมูลผ่านแอปฯ ช่วยได้ข้อมูลตามจริง , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ชี้งบฯ64รัฐให้ความสำคัญการศึกษาน้อยลง☕ 7 ก.ค. 2563
ชี้งบฯ64รัฐให้ความสำคัญการศึกษาน้อยลง
เปิดอ่าน 1,624 ครั้ง
“สสวท.” เปิดตัว “Project 14” โครงการสอนออนไลน์ยุคนิวนอร์มอล☕ 4 ก.ค. 2563
“สสวท.” เปิดตัว “Project 14” โครงการสอนออนไลน์ยุคนิวนอร์มอล
เปิดอ่าน 3,801 ครั้ง
ส.บ.ม.ท.เสนอแนวทางการขอใช้อัตราว่างเพื่อเรียกบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งครูผู้ช่วย☕ 4 ก.ค. 2563
ส.บ.ม.ท.เสนอแนวทางการขอใช้อัตราว่างเพื่อเรียกบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งครูผู้ช่วย
เปิดอ่าน 2,614 ครั้ง
เจรจาแก้หนี้ครู 3 สถาบันการเงินตกผลึก คาดเริ่มใช้ช่วยแม่พิมพ์ ก.ย.นี้☕ 4 ก.ค. 2563
เจรจาแก้หนี้ครู 3 สถาบันการเงินตกผลึก คาดเริ่มใช้ช่วยแม่พิมพ์ ก.ย.นี้
เปิดอ่าน 11,783 ครั้ง
สพฐ.แจ้งชะลองบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการตรวจและประเมินวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ปีงบประมาณ พ.ศ.2563☕ 4 ก.ค. 2563
สพฐ.แจ้งชะลองบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการตรวจและประเมินวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ปีงบประมาณ พ.ศ.2563
เปิดอ่าน 5,357 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

หัวเผือก-หัวมัน กินเล่น ๆ แต่ได้ประโยชน์จริงหัวเผือก-หัวมัน กินเล่น ๆ แต่ได้ประโยชน์จริง
เปิดอ่าน 11,421 ครั้ง
เจาะ 40 ปีการศึกษาไทย เป๋ไปเป๋มา...ดิ่งลงเหว!! : ศ.พิเศษ ดร.ภาวิช ทองโรจน์เจาะ 40 ปีการศึกษาไทย เป๋ไปเป๋มา...ดิ่งลงเหว!! : ศ.พิเศษ ดร.ภาวิช ทองโรจน์
เปิดอ่าน 42,132 ครั้ง
6 หลักสำคัญ ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ให้เด็กดี เก่ง มีความสุข6 หลักสำคัญ ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ให้เด็กดี เก่ง มีความสุข
เปิดอ่าน 33,212 ครั้ง
เจ้าระเบียบ พี่สาววัย 5 ขวบ อบรมน้องชายตัวน้อยเจ้าระเบียบ พี่สาววัย 5 ขวบ อบรมน้องชายตัวน้อย
เปิดอ่าน 7,156 ครั้ง
ความหมายของวัฒนธรรมความหมายของวัฒนธรรม
เปิดอ่าน 25,817 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ