ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > การประชุมสัมมนา อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ภาคกลาง

การประชุมสัมมนา อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ภาคกลาง

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 11 ส.ค. 2558 เปิดอ่าน : 2,360 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
การประชุมสัมมนา อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ภาคกลาง

Advertisement

พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาและบรรยายพิเศษในการประชุมสัมมนา "อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาภาคกลาง และ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง ในส่วนราชการ โดยมีอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง ในส่วนราชการ เข้าร่วมประชุมจำนวน 650 คน เมื่อวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2558 ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ซิตี้ จอมเทียน อำเภอสัตหีบ โดยมีนายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นางรัตนา ศรีเหรัญ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.) ให้การต้อนรับ

 

พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา เป็นคณะบุคคลที่มีส่วนสำคัญต่อการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการที่มุ่งเน้นจะพัฒนาและปฏิรูปการศึกษาที่ยึดหลักการมีส่วนร่วม การกระจายอำนาจ และความต้องการของทุกภาคส่วน รวมทั้งการดูแล ส่งเสริม และยกสถานะของครู ผู้เป็นบุคลากรหลักในระบบการศึกษา ให้ความสำคัญกับการสร้างเสริมให้วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูงในสังคม มีระบบบริหารงานบุคคลที่ยึดหลักธรรมาภิบาล พัฒนาระบบประเมินวิทยฐานะครู

ดังนั้น อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา และ อ.ก.ค.ศ.ที่ ก.ค.ศ.ตั้งในส่วนราชการ จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม บังเกิดผลดีต่อคุณภาพการศึกษาของชาติ เพื่อเสริมสร้างให้ประเทศมั่นคงประชาชนมั่งคั่งต่อไป

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผลการประเมินการจัดการศึกษาที่ผ่านมายังไม่เป็นที่น่าพอใจ และสวนทางกับงบประมาณที่ทุ่มลงไปจำนวนมาก แต่กระทรวงศึกษาธิการก็ได้ให้หน่วยงานต่างๆ นำผลการประเมินทั้งจากหน่วยงานภายในประเทศและต่างประเทศ ไปพิจารณาปรับปรุงให้เกิดประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาต่อไป

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการที่ได้ดำเนินการปฏิรูปการศึกษาแบบคู่ขนานและประสานงานร่วมกับสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่กำลังดำเนินการด้านการปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งมีเรื่องของการศึกษาด้วย หรือที่เรียกว่า “แม่น้ำสามสาย” ว่า การศึกษาหรือกระทรวงศึกษาธิการเปรียบเสมือน “ต้นไม้ใหญ่” ที่อยู่มานาน อาจไม่แข็งแรงหรือสวยงามดังเดิม อาจมีแมลงมาชอนไชใบ การออกดอกออกผลน้อยลง หรือระบบรากอาจไม่ดีไม่แข็งแรง นั่นก็เป็นเพราะการขาดสารอาหาร ขาดปุ๋ยหรือยาเร่งดอกเร่งผล เช่นเดียวกับการศึกษาที่อาจจะมีข้อบกพร่องหรือมีผลผลิตไม่ตรงตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ จึงจำเป็นต้องมีการปฏิรูปการศึกษา

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า การปฏิรูปการศึกษานั้น จะต้องโค่นต้นไม้ใหญ่ทิ้งเสียเลย แต่จะต้องพิจารณาว่า ในระบบการศึกษากำลังขาดหรือมีปัญหาในส่วนใด ควรจะต้องซ่อมแซม แก้ไข ปรับปรุงให้ให้ต้นไม้การศึกษาเจริญงอกงามดังเดิมได้อย่างไร

จนถึงขณะนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้ปฏิรูปการศึกษาจนมีความก้าวหน้าในหลายส่วน โดยเฉพาะในเรื่องของครู ซึ่งมีคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่ทำหน้าที่ปรับปรุงระบบบริหารงานบุคคลให้มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น

- การประเมินวิทยฐานะครู ที่มีการปรับปรุงโดยยึดประโยชน์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ คือ การพัฒนานักเรียนในห้องเรียน โดยครูจะต้องพัฒนาตนเอง เพื่อที่จะได้จัดการเรียนการสอนในห้องเรียนอย่างมีคุณภาพ นั่นจึงจะเป็นผลงานของครูเพื่อนำมาประเมินวิทยฐานะ ซึ่งจะช่วยลดการจัดทำผลงานเอกสารวิชาการของครู ซึ่งที่ผ่านมาถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ครูทิ้งห้องเรียน

- การย้ายครู ได้มีการพิจารณาปรับหลักเกณฑ์การย้ายครู เพื่อให้ครูได้อยู่กับนักเรียนในช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อการจัดการเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่องมากขึ้น ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับนักเรียนโดยตรง โดยครูผู้สอนจะต้องปฏิบัติงานในสถานศึกษานั้นๆ ติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 24 เดือนจึงจะย้ายได้ ส่วนครูผู้ช่วยจะต้องปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาปัจจุบันไม่น้อยกว่า 4 ปี ส่วนปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์จากการโยกย้ายครูอยู่นั้น ได้รับทราบตลอดเวลา แต่ยังจับไม่ได้ เพราะส่วนใหญ่เป็นการสมยอมกันของครูกับบางเขตพื้นที่การศึกษา หรือบางครั้งมีมูลแต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ ซึ่งในอนาคตอาจจะนำวิธีการล่อซื้อยาเสพติดมาใช้ควบคู่กับเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เป็นประโยชน์ต่อไป

- การกำหนดมาตรฐานตำแหน่งของรองผู้อำนวยการและผู้อำนวยการสถานศึกษา ที่จะต้องมีประสบการณ์ในการสอนมาก่อนเป็นเวลานานพอสมควร เพื่อให้ได้รู้จักชีวิตความเป็นครูอย่างถ่องแท้เสียก่อนที่จะขึ้นเป็นเป็นผู้บริหารสถานศึกษาได้

- การขับเคลื่อนงานในเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้การใช้อำนาจของ อ.ก.ค.ศ.มีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม เป็นที่พึ่งพาของครูและบุคลากรทางการศึกษา ยับยั้งการทุจริตคอร์รัปชัน ตลอดจนสนับสนุนและส่งเสริมการยกย่องเชิดชูครูที่ทำคุณงามความดี จึงขอให้นำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการทำงาน คือ ยึดหลักความมีส่วนร่วม หลักความโปร่งใส หลักความรับผิดชอบ หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม และหลักความคุ้มค่า

ที่มาภาพจาก เว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ

รมว.ศึกษาธิการ ได้กล่าวย้ำให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนและการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนตัวเชื่อว่าการปฏิรูปการศึกษาจะประสบความสำเร็จ ซึ่งจะต้องเกิดจากจุดที่เล็กที่สุดของระบบการศึกษาคือ การปฏิรูปห้องเรียน ควบคู่ไปกับการพัฒนานักเรียน ครู หลักสูตร ตำราและอุปกรณ์การเรียนการสอน ตลอดจนจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ ซึ่ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาจะเป็นกำลังสำคัญในการขอความร่วมมือหรือดึงหน่วยงานต่างๆ เข้ามาร่วมส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาในแต่ละพื้นที่ต่อไป

 

นางรัตนา ศรีเหรัญ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กล่าวถึงการจัดประชุมสัมมนาในครั้งนี้ว่า สำนักงาน ก.ค.ศ.ในฐานะหน่วยงานดำเนินงานของ ก.ค.ศ. ตระหนักถึงความสำคัญของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้งในส่วนราชการ เพราะเป็นองค์คณะบุคคลที่มีความสำคัญยิ่งในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จึงได้จัดประชุมสัมมนาขึ้นใน 4 ภูมิภาคขึ้น

โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 1 (ภาคกลาง) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-11 สิงหาคม 2558 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบแนวนโยบายเสริมสร้างศักยภาพด้านการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้เป็นองค์คณะบุคคลที่ถึงพร้อมด้วยศักยภาพในการปฏิบัติงานตามหลักธรรมาภิบาล โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 650 คน ประกอบด้วยอนุกรรมการ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา 50 คณะ อนุกรรมการ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา 12 คณะ และ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้งในส่วนราชการ 3 คณะ ตลอดจนคณะกรรมการใน ก.ค.ศ. เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมในครั้งนี้ด้วย

ภาพโดย ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี ที่มาจาก เว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ

สำหรับวิทยากรในการประชุมสัมมนาครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก รศ.นายแพทย์ กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความรู้เกี่ยวกับจรรยาบรรณขององค์คณะบุคคล นายอาวุธ วรรณวงศ์ ผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ค.ศ. ให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค. (2) และนายประนัย วณิชชานนท์ รองอธิบดีศาลปกครองนครศรีธรรมราช ให้ความรู้เกี่ยวกับคดีปกครองกับการบริหารงานบุคคล 

 

ที่มา ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> การประชุมสัมมนา อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ภาคกลาง , , การประชุมสัมมนา , อ.ก.ค.ศ. , เขตพื้นที่การศึกษา , ภาคกลาง << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ซักซ้อมความเข้าใจแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 เพิ่มเติม☕ 10 ก.ค. 2563
ซักซ้อมความเข้าใจแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 เพิ่มเติม
เปิดอ่าน 1,731 ครั้ง
การประกวดรางวัล OBEC AWARDS ระดับชาติ ครั้งที่ 9 ประจำปีการศึกษา 2562☕ 10 ก.ค. 2563
การประกวดรางวัล OBEC AWARDS ระดับชาติ ครั้งที่ 9 ประจำปีการศึกษา 2562
เปิดอ่าน 1,512 ครั้ง
สพฐ.แจ้งตรวจสอบข้อมูลผู้สมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ มากกว่าหนึ่งแห่ง☕ 9 ก.ค. 2563
สพฐ.แจ้งตรวจสอบข้อมูลผู้สมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ มากกว่าหนึ่งแห่ง
เปิดอ่าน 1,906 ครั้ง
สพฐ.แจ้งสำรวจข้อมูลสภาพอัตรากำลัง ปีการศึกษา 2563☕ 9 ก.ค. 2563
สพฐ.แจ้งสำรวจข้อมูลสภาพอัตรากำลัง ปีการศึกษา 2563
เปิดอ่าน 6,051 ครั้ง
"ครูตั้น" กำชับโรงเรียนอย่าการ์ดตก ไม่อยากให้โควิดระบาดรอบสอง☕ 9 ก.ค. 2563
"ครูตั้น" กำชับโรงเรียนอย่าการ์ดตก ไม่อยากให้โควิดระบาดรอบสอง
เปิดอ่าน 1,337 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ไข้เลือดออก ฉบับการ์ตูนเข้าใจง่าย สไตล์หมอหมึกดุ๋ยไข้เลือดออก ฉบับการ์ตูนเข้าใจง่าย สไตล์หมอหมึกดุ๋ย
เปิดอ่าน 11,343 ครั้ง
8 ตำรับใช้ข้าวเป็นยารักษาโรค8 ตำรับใช้ข้าวเป็นยารักษาโรค
เปิดอ่าน 10,639 ครั้ง
ไขข้อข้องใจ ไข้หวัดใหญ่พันธุ์ใหม่ ลามทั่วโลกไขข้อข้องใจ ไข้หวัดใหญ่พันธุ์ใหม่ ลามทั่วโลก
เปิดอ่าน 6,713 ครั้ง
ติดพนันเสียคนตอนแก่เนื่องมาจากเป็นเพราะสมองเสื่อมโทรมติดพนันเสียคนตอนแก่เนื่องมาจากเป็นเพราะสมองเสื่อมโทรม
เปิดอ่าน 12,243 ครั้ง
การประยุกต์ทฤษฎีการแพร่กระจาย การปรับปรุงโปรแกรมสื่อในโรงเรียน การประยุกต์ทฤษฎีการแพร่กระจาย การปรับปรุงโปรแกรมสื่อในโรงเรียน
เปิดอ่าน 14,440 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ