ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > คณิตศาสตร์ > เรียนคณิต ใครว่ายาก

เรียนคณิต ใครว่ายาก

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 22 มิ.ย. 2558 เปิดอ่าน : 12,315 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
เรียนคณิต ใครว่ายาก

Advertisement

เรียนคณิต ใครว่ายาก

เมื่อถึงชั่วโมงเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เชื่อว่ายังมีเด็กไทยไม่น้อยที่รู้สึกไม่ถูกชะตากับชั่วโมงเรียนวิชานี้เอาเสียเลย ซึ่งก็อาจมาจากหลายสาเหตุที่ทำให้ไม่ชอบ บ้างอาจไม่ถนัดด้ายการคิดคำนวณ เห็นตัวเลขแล้วรู้สึกจับต้นชนปลายไม่ถูก บ้างก็ไม่ชอบเพราะครูสอนไม่เข้าใจ แบบฝึกหัดเยอะเกินไป ยากไป ไม่ชอบคิด ไม่สนุก เหล่านี้ก็เป็นรายละเอียดที่ครูผู้สอนต้องศึกษาและใส่ใจ เพื่อหาข้อเท็จจริงว่าเพราะอะไร เด็กบางกลุ่มถึงไม่ชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์ และนำมาปรับ ประยุกต์เทคนิคต่างๆ เข้าไปในการเรียนการสอนวิชานี้ เพื่อเปลี่ยนทัศนคติเด็กไปในทางที่ดีขึ้น พร้อมที่อยากจะเรียนรู้ และค้นหาคำตอบไปกับตัวเลขต่างๆ เหล่านั้น อย่างสนุกสนาน

เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนวิชาดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงได้มีการทำวิจัยเรื่อง “การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ในการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์” ในนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดย ดร.สำนวน คุณพล ครูประจำชั้นและครูผู้สอนประจำวิชาคณิตศาสตร์ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้ โดยบูรณาการ การเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยจะนำทักษะการคิด 5 ทักษะ มาผสมผสานกับการสอน ประกอบด้วย ทักษะการจำแนก ทักษะการจัดหมวดหมู่ ทักษะการวิเคราะห์ข้อผิดพลาด ทักษะการนำไปใช้ และทักษะการคาดการณ์ มาปรับใช้ในการสอนวิชาคณิตศาสตร์ ทำให้ผู้เรียนมีพัฒนาการทางด้านระบบความคิดดีขึ้น โดยใช้กรณีศึกษาที่คล้ายคลึงกับโจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์มานำเสนอในการเรียนการสอน

จากการวิจัยพบว่าการนำกระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือและการเรียนรู้โดยใช้กรณีศึกษาแบบ 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1.ขั้นทบทวนความรู้ 2.ขั้นเสนอกรณีศึกษา 3. ขั้นวิเคราะห์กรณีศึกษา และ 4. ขั้นสรุปผลและนำไปใช้ โดยปกติการเรียนแบบกรณีศึกษาจะพบมากในการสอนวิชาที่เป็นทฤษฎี หรือเนื้อหาเป็นส่วนใหญ่ แต่จากการวิจัยนี้เราพบว่ารูปแบบของกระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือและกรณีศึกษา สามารถนำไปบูรณาการกับการสอนวิชาคณิตศาสตร์ได้เป็นอย่างดี แม้บทเรียนจะเป็นตัวเลข โจทย์ปัญหาก็ตาม แต่เมี่อผู้สอนได้นำบทเรียนมาออกแบบให้มีลักษณะของกรณีศึกษา และให้นักเรียนนำ 4 ขั้นตอนในการแก้โจทย์ปัญหาต่างๆมาใช้ ผลปรากฏว่า ไม่เพียงแต่ทัศนคติการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ที่ดีขึ้น นักเรียนสามารถเริ่มต้นการแก้โจทย์ปัญหาได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น สามารถคำนวณ คาดการณ์ และแก้โจทย์ได้ดีขึ้น ทำให้นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยความรู้ทางคณิตศาสตร์หลังจากเรียนมากขึ้น มีคะแนนเฉลี่ยทักษะการคิดวิเคราะห์ในระดับดี มีพัฒนาการของทักษะการคิดวิเคราะห์สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดร.สำนวน คุณพล กล่าวว่า “ปัจจุบันประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทยได้หันมาสนใจในการสอนเรื่องของการคิด ซึ่งประเทศเรามีการปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนากระบวนการคิดตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ. 2545) นั้น ว่าในการจัดการเรียนรู้สถานศึกษาต้องฝึกทักษะกระบวนการคิด หากถามว่าทำไมต้องเป็นวิชาคณิตศาสตร์ นั่นก็เพราะว่าวิชานี้เป็นวิชาหนึ่งที่นักเรียนจะต้องใช้ทักษะการคิด และเป็นพื้นฐานในการศึกษาวิชาต่างๆ จึงมีบทบาทต่อการพัฒนาความคิดของมนุษย์ พัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีความสมดุลทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และอารมณ์ และผลทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นสามัญ หรือ O-Net ซึ่งเป็นการสอบวัดความรู้แบบรวบยอดปลายช่วงชั้นของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ประจำปี 2550-2553 มีคะแนนเฉลี่ยในวิชาคณิตศาสตร์อยู่ที่ 47.54, 43.76, 35.88 และ 34.85 ซึ่งจะเห็นว่านักเรียนมีผลคะแนนเฉลี่ยไม่ถึงร้อยละ 50 และลดต่ำลงทุกปี อีกทั้งจากรายงานของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวว่าแนวโน้มการจัดการศึกษาคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ในบ้านเราได้คะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งก็อาจเป็นผลมาจาการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนในบ้านเราอาจยังไม่ประสบผลสำเร็จในการสอนวิชาคณิตศาสตร์ก็เป็นได้”

“อย่างไรก็ตามในการนำวิธีการ กระบวนการเรียนรู้โดยบูรณาการ การเรียนรู้แบบร่วมมือเข้ามาใช้ในการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์นั้น ครูผู้สอนต้องเป็นผู้มีความรู้ทางคณิตศาสตร์และมีประสบการณ์การสอนคณิตศาสตร์ ต้องทำความเข้าใจกับกรณีศึกษา และมีความรู้ในการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ เนื่องจากจัดกลุ่มนักเรียนเพื่อให้เกิดการเอื้อต่อการเรียนรู้ต้องมีสัดส่วนนักเรียนระดับเก่ง 1 คน ปานกลาง 2-3 คน และอ่อน 1 คน ร่วมถึงครูต้องกระตุ้นให้นักเรียนได้ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ และสร้างบรรยากาศการเรียนรู้เชิงบวกควบคู่กันไปด้วย” ดร.สำนวน กล่าวทิ้งท้าย

ในยุคโลกาภิวัฒน์ ถือเป็นโลกแห่งข้อมูลข่าวสาร หากผู้คนไม่สามารถคิดวิเคราะห์เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารที่ตนเองได้รับมานั้นอาจส่งผลเสียต่อการตัดสินใจในการทำงาน ทักษะการคิดวิเคราะห์จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ หากจะการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ให้สัมฤทธิ์ผลยิ่งขึ้น ต้องอาศัยผู้เรียนเป็นสำคัญ เพราะหากผู้เรียนเปิดใจและพร้อมที่จะสนุกไปกับการแก้โจทย์ต่างๆ แล้ว จะรู้ว่าการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ไม่ยากอย่างที่คิด ถ้ารู้จักการคิดและวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ

###

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต
โทร. 02-7927574 อีเมล์ kannika.k@sbs.ac.th
คุณสิทธิกร เสงี่ยมโปร่ง ที่ปรึกษาฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท โฟร์ฮันเดรท จำกัด
โทร.0-2553-3161-3 , 081-913-1291 Email : sitikorn@4h.co.th 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> เรียนคณิต ใครว่ายาก , , เรียนคณิต , ใครว่ายาก << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
การหาพื้นที่ผิวของร่างกาย☕ คลิกอ่านเลย
การหาพื้นที่ผิวของร่างกาย
เปิดอ่าน 40,429 ครั้ง
การวิเคราะห์และการตีความหมายข้อมูล (Analysis and Interpretation of Data)☕ คลิกอ่านเลย
การวิเคราะห์และการตีความหมายข้อมูล (Analysis and Interpretation of Data)
เปิดอ่าน 25,526 ครั้ง
การกระทำระหว่างเซต (Operation Between Sets)☕ คลิกอ่านเลย
การกระทำระหว่างเซต (Operation Between Sets)
เปิดอ่าน 18,749 ครั้ง
วิธีนี้ดีนะ..คณิตฯ ประถม ลบเลขไม่ต้องยืม☕ คลิกอ่านเลย
วิธีนี้ดีนะ..คณิตฯ ประถม ลบเลขไม่ต้องยืม
เปิดอ่าน 42,732 ครั้ง
เอกภพสัมพัทธ์ (Relative Universe)☕ คลิกอ่านเลย
เอกภพสัมพัทธ์ (Relative Universe)
เปิดอ่าน 31,879 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

มะระขี้นก ต้านเบาหวานมะระขี้นก ต้านเบาหวาน
เปิดอ่าน 9,205 ครั้ง
เลขท้ายทะเบียนบ้านใด "มีเสนห์ - มีคนช่วยเหลือ"เลขท้ายทะเบียนบ้านใด "มีเสนห์ - มีคนช่วยเหลือ"
เปิดอ่าน 10,335 ครั้ง
ตูนส์ศึกษา : กว่าจะถึงประถมศึกษาก็สายเสียแล้วตูนส์ศึกษา : กว่าจะถึงประถมศึกษาก็สายเสียแล้ว
เปิดอ่าน 6,430 ครั้ง
น้ำแร่และน้ำเปล่าแตกต่างกันอย่างไรน้ำแร่และน้ำเปล่าแตกต่างกันอย่างไร
เปิดอ่าน 13,142 ครั้ง
ครูแท้แพ้ไม่เป็น ตอนที่2ครูแท้แพ้ไม่เป็น ตอนที่2
เปิดอ่าน 7,106 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ