ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > ปฏิรูปการศึกษา ติดอาวุธครูสอนคิด

ปฏิรูปการศึกษา ติดอาวุธครูสอนคิด

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 21 พ.ค. 2558 เปิดอ่าน : 6,454 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ปฏิรูปการศึกษา ติดอาวุธครูสอนคิด

Advertisement

“Socratic Teaching”...เป็นวิธีสอน การแสวงหาความรู้อย่างเป็นระบบ ที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการเรียนรู้มากกว่าข้อมูลหรือเนื้อหา มุ่งเน้นให้เกิดการตระหนักว่าความคิดของตนเองเป็นเพียงความเชื่อ สามารถปรับแต่งให้คมชัดและมีเหตุผลมากขึ้น

“Socratic Teaching”...อาศัยความสงสัยต่อความเชื่อที่ตนเองยึดถือในเบื้องต้นและการตั้งคำถามอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เข้าถึงความรู้ที่ลึกซึ้ง เป็นหนึ่งใน “กุญแจในการปฏิรูปการศึกษา” ...สอนให้เด็กคิดเป็น

นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์จิตวิทยาการศึกษา มูลนิธิยุวสถิรคุณ ย้ำว่า “คิดเป็น”...ในที่นี้หมายถึงเด็กสามารถที่จะคิดวิเคราะห์ในเรื่องวิชาการ เด็กสามารถคิดเป็นเกี่ยวกับเรื่องการใช้ชีวิต สามารถคิดเป็นเกี่ยวกับเรื่องคุณธรรม ใช้เหตุ ใช้ผลได้อย่างดี ได้อย่างถูกต้อง...มากกว่าเชื่อในสิ่งที่คนอื่นบอก

“ไม่ใช่เรียนรู้เพื่อที่จะท่องจำข้อมูลหรือวิชาการเอาไปสอบ ไม่ใช่ว่าทำดีโดยไม่รู้ว่าทำไมจะต้องทำ...ไม่รู้เหตุผล...เพียงแต่เขาสั่งมา สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อครูสามารถที่จะมีความสัมพันธ์กับเด็กได้ดี ให้เด็กรู้สึกปลอดภัยในการที่จะถาม ในการที่จะตอบ”

ประการต่อมาที่สำคัญ...เราต้องเข้าใจว่าเด็กเล็กๆเกิดมาเขามีคำถามอยู่ตลอดเวลา อยากเรียนรู้ตลอดเวลา สงสัยกันไหมว่า...ทำไมเด็กยิ่งโตยิ่งเงียบ เราทำยังไงถึงจะปลุกสิ่งเหล่านั้นซึ่งมีอยู่แล้วให้คืนกลับมา

ในแง่ตัวเด็กทำอย่างไรถึงจะให้เด็กรู้สึกปลอดภัย กระตือรือร้นที่จะเรียน...อยากจะค้นคว้า... มีคำถามว่าทำไมอยู่ตลอดเวลา ในขณะเดียวกันจะทำอย่างนั้นได้ “ครู”...ก็ต้องมีคำถามถามเด็กเยอะๆ สร้างบรรยากาศ กระตุ้นให้เด็กคิด อยากจะเรียนรู้ อยากจะคุย อยากจะตอบคำถาม แล้วถ้าเด็กคิดมาแล้วสมมติคิดผิด เช่น คิดอย่างไม่มีเหตุไม่มีผล ครูจะช่วยให้เด็กมีความคิดที่วิเคราะห์เป็น...จึงเป็นที่มาของโครงการ “ครูสอนคิด”

ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เราทดลองกับโรงเรียนวัดรางบัว โรงเรียนจิตรลดา อยู่ในขั้นพัฒนาแต่ก็ได้ผลน่าพอใจ พูดง่ายๆว่าเรากำลังจะขยายผล...ต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ทำอย่างไรจะสร้างวิทยากรให้มากๆขึ้นไปเรื่อยๆ

วันนี้เราสามารถที่จะสอนให้ครูมีความสามารถในการดึงเอาสิ่งที่ดีๆ ที่สุดของเด็กออกมาให้ได้ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก คิดว่าทำได้ดีแล้ว...ส่วนขั้นที่ทำให้เด็กคิดลึกซึ้งขึ้นอยู่ในระหว่างการพัฒนา ก็ถือว่าได้ดีระดับหนึ่ง และที่จะก้าวไปอีกขั้นก็คือ...การประเมิน ที่จะทำให้รู้ว่าสิ่งที่ทำไปแล้วในที่สุดเด็กคิดเป็นจริงๆหรือเปล่า

นอกจากคิดทางด้านวิชาการ คิดอย่างมีเหตุมีผล คิดเกี่ยวกับชีวิต...การตัดสินใจในแต่ละเรื่องแล้ว อาจจะรวมความคิดในเชิงจริยธรรมเข้าไปด้วย

ผศ.นพ.ชัยชนะ นิ่มนวล ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในทีมอบรม “ครูสอนคิด” เปิดใจว่า ปัญหาครูไทยส่วนใหญ่ตามที่ผมเข้าใจ ถูกภาระหน้าที่ในการถ่ายทอดเนื้อหาไปสู่นักเรียนมากเกินไป ทำให้ไม่สามารถแม้แต่นึกถึงการตั้งคำถามหรือการชวนให้เด็กได้คิด...มีแรงผลักดันว่ามีเนื้อหาขนาดนี้ ระยะเวลาเท่านี้ต้องสอนเท่านี้

รวมทั้งแรงผลักดันทางด้านการสอบและการแข่งขัน นักเรียนจะต้องสอบผ่านเท่านี้อะไรต่างๆ...ระบบต่างๆทำให้การเอื้อที่จะให้เด็กได้คิดจึงมีน้อย

ผศ.พญ.ศุภรา เชาว์ปรีชา ที่ปรึกษาศูนย์จิตวิทยาการศึกษา เสริมว่า นอกจากปัญหาถูกภาระผลักดันให้สอนแล้ว ตัวครูเองก็โตมาในสังคมหรือโตมาในระบบที่ไม่ได้ถูกกระตุ้นให้ฝึกคิดมาก่อน เรียนมาภายใต้สังคมที่มีค่านิยมว่าคนที่ได้ความรู้เยอะๆ สอบเก่งๆ ได้เป็นคนที่เก่ง แล้วก็เชื่อว่าตัวเองรู้ เพราะฉะนั้นเขาก็คือเป็นคนที่ไม่รู้ไม่ได้

แล้ว...เขาก็ไม่ได้ถูกสอน ไม่มีแบบอย่างของการให้เห็นว่าครูที่จะช่วยสอนให้คิดจะต้องทำยังไง ฉะนั้นพอจะมาสอนนักเรียนก็จะใส่แบบที่เขาเชื่อว่าเขารู้...การที่เด็กจะคิดเป็นด้วยตัวเองก็หายน้อยลงไปเรื่อยๆ

“ครูสอนคิด” จะเป็นรูปแบบเดียวกันได้จะต้องได้รับการอบรมแบบเดียวกัน ให้มีทักษะที่ดี 3 ด้าน...การถามอย่างเป็นระบบ, การสื่อสารให้เด็กเข้าใจง่าย และการกระตุ้นให้มีส่วนร่วม ความต่างของครูแต่ละท่านจึงไม่ใช่อุปสรรค ที่ผ่านมาแม้ว่าจะมีวิธีการคิด มีกรอบที่ต่างกัน แต่เวลาอบรมก็ทำรูปแบบเดียวกัน มีหลักการร่วมกัน...

สิ่งที่ต้องเน้น “ครู”...จะต้องกระตุ้นให้เด็กได้คิดผ่านการถาม ซึ่ง “คำถาม”...ที่ดี ควรเป็นคำถามที่กระตุ้นให้คิดในเรื่องที่สนใจได้ชัดเจน คิดได้ลึกซึ้ง กว้างขวางขึ้น ช่วยให้เด็กสามารถเชื่อมโยงเรื่องที่สนใจกับตัวเองได้

“ครูที่เข้ามาอบรมให้มีประสบการณ์ตรง ราวกับว่าเป็นนักเรียนได้เห็นกระบวนการ...แก่นครูสอนคิดเป็นหลักสากล ทำอย่างไรให้เด็กมีส่วนร่วม ทำอย่างไรให้ครูสร้างบรรยากาศให้เด็กกล้าที่จะมีส่วนร่วม”

สโลแกนมูลนิธิฯ “ให้ใจเป็นหัวใจของการศึกษา”...ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง “ครู” และ “เด็ก” สำคัญที่สุด ถ้าความสัมพันธ์ไม่ดี ต่อให้ครูเก่งแค่ไหน...ครูก็สอนได้ไม่ดี ดังนั้นต้องเริ่มคืนครูให้กับห้องเรียน

คุณหมอศุภรา ยกตัวอย่างการอบรม เราปล่อยโจทย์อันหนึ่งก็จะให้คิดแล้วก็จับคู่ แล้วก็เอามาแชร์กันเป็นกลุ่ม...แล้วก็แชร์กันทั้งห้อง ค่อยๆสร้างบรรยากาศให้เริ่มจากกล้าคิด คิดแบบเงียบๆส่วนตัว คิดคู่กัน...แชร์กัน กระบวนการที่พาไปด้วยการลงรายละเอียด...ครูหลายคนอาจจะบอกเราทำอยู่ แต่ปัญหามีว่า...ที่ว่าทำอยู่นั้นทำยังไง...ทำอะไร...ทำจากไหนไปไหน ทำแบบลงลึกในรายละเอียดไหม สำคัญคือ...“เรารู้ว่าเรากำลังทำอะไร เพื่ออะไร”

“การอบรมให้ครูมีประสบการณ์ตรงจริงๆเดี๋ยวนั้นทันที ต้องรู้ว่านี่คือการจำลอง เราบอกตั้งแต่ต้นว่านี่คือการเรียนรู้ร่วมกัน...ครูหลายคนจะสัมผัสได้ว่าที่ผ่านมาที่ว่ารู้นั้นอาจจะเป็นการรับรู้ที่เขาเห็นและเลือกที่จะรู้และเชื่อมากกว่าประสบการณ์ตรงที่เขาเผชิญ”

กระบวนการเรียนการสอนที่ผ่านมาที่เราคิดว่ามันดีแล้ว แต่มีบางประเด็นหรือเปล่าที่อาจจะไม่ใช่ เพราะไม่เคยมีการเรียนการสอนไหนที่เราได้ยินเสียงนักเรียนทุกคน การที่ครูได้มาแชร์ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และมีประสบการณ์ตรงจะเป็นจุดพลิกผันอย่างน่าอัศจรรย์...ไม่จำเป็นต้องคาดหวังผล 100% แต่ได้ผลเสมอ

ปฏิภรณ์ พิทักษ์ ครูโรงเรียนสัตยาไส จังหวัดลพบุรี ผู้เข้ารับการอบรมครูสอนดี บอกว่า วันนี้มาโดยไม่โดนยัดข้อมูล แต่เหมือนได้ประสบการณ์ตรง กระตุ้นความคิด...วิธีการอย่างนี้ความจริงเราก็ใช้อยู่

หรือเราสามารถไปทำได้กับเด็ก...มันง่ายๆ แต่พร้อมกันนั้นครูก็ได้พัฒนาตนเองเรียนรู้แบบสนุกสนาน ได้แนวความคิดกลับไปโดยไม่ต้องมานั่งจด

“เราได้ฝึกปฏิบัติไปด้วย แล้วเราก็ได้ทบทวนไปด้วยว่าความรู้ที่เรามีกับสิ่งที่เราจะกลับไปทำกับเด็กเราสามารถทำกับเด็กได้ง่ายๆ แล้วก็อาจจะสร้างกำลังใจ...แรงบันดาลใจให้ครูได้ว่าความจริงวิธีการสอนของครูก็ต้องกลับมาปรับที่ตัวเราด้วย พร้อมกันนั้นเราก็ได้วิธีการ...แนวคิดใหม่ๆ กลับไปใช้กับเด็กนักเรียน”

บางเรื่องที่ได้รู้...ได้ลองจะเป็นแรงบันดาลใจนำไปปรับใช้ได้ทันที เพียงครึ่งวันผ่านไป อ้าว...มันเกิดการเรียนรู้ แบบปิ๊งเข้ามาในสมองได้เลยว่า อ้อ...วิธีการอย่างนี้นะทำได้ ทำอย่างนี้กับเด็กได้ โดยที่เราไม่ต้องมาใส่ทฤษฎี เพราะว่าทฤษฎีครูเรียนมาเยอะแล้ว แต่ต้องการเอาประสบการณ์ตรงนำไปใช้

10 กว่าปีในอาชีพครู...สอนภาษาไทย สอนคณิตศาสตร์ สอนสังคม แม้ว่าจะมีภาระหน้าที่รับผิดชอบ แต่ประสบการณ์ชั่วโมงเรียนครูสอนคิดทำให้ได้คิดว่ามีอะไรบ้างที่จะนำไปปรับใช้กับเด็ก โดยเฉพาะการฝึกให้เขาคิด เด็กเล็กอาจจะฝึกไม่ได้อย่างตั้งเป้าแต่เราต้องค่อยๆใส่เขา ใส่เข้าไปเรื่อยๆ ทำให้คิด ตั้งคำถามปลายเปิดกับเขา

“ครูสอนคิด”...เป็นหนึ่งในกุญแจในการปฏิรูปการศึกษา ถ้าเราเริ่มนับหนึ่งถูก เป้าหมายก็คงไม่ไกลเกินเอื้อม

 

ขอบคุณที่มาภาพและเนื้อหาจาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ 21 พ.ค. 2558

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ปฏิรูปการศึกษา ติดอาวุธครูสอนคิด , ครูสอนคิด << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
เคล็ดลับเรียนแล้วรวย

เคล็ดลับเรียนแล้วรวย
เปิดอ่าน 5,105 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
การศึกษาไทย 2.0

การศึกษาไทย 2.0
เปิดอ่าน 9,536 ครั้ง
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
อยากเลี้ยงลูกให้ฉลาด ต้องไม่มีคำว่า....โดย ดร.สุพาพร เทพยวรรณ☕ คลิกอ่านเลย
อยากเลี้ยงลูกให้ฉลาด ต้องไม่มีคำว่า....โดย ดร.สุพาพร เทพยวรรณ
เปิดอ่าน 21,452 ครั้ง
"อัดความรู้" แต่แบเบาะ สร้างอนาคตเด็กได้จริงหรือ?☕ คลิกอ่านเลย
"อัดความรู้" แต่แบเบาะ สร้างอนาคตเด็กได้จริงหรือ?
เปิดอ่าน 7,769 ครั้ง
โลกต้องให้ความสำคัญกับครู (จบ)☕ คลิกอ่านเลย
โลกต้องให้ความสำคัญกับครู (จบ)
เปิดอ่าน 7,445 ครั้ง
นโยบายการศึกษามาจากไหน-ทำไมถึงไม่สำเร็จ☕ คลิกอ่านเลย
นโยบายการศึกษามาจากไหน-ทำไมถึงไม่สำเร็จ
เปิดอ่าน 7,463 ครั้ง
เสียงสะท้อนจากนิทานเรื่องมดน้อย ของลุงตู่ ต่อการปฏิรูปการศึกษา : โดย เพชร เหมือนพันธุ์☕ คลิกอ่านเลย
เสียงสะท้อนจากนิทานเรื่องมดน้อย ของลุงตู่ ต่อการปฏิรูปการศึกษา : โดย เพชร เหมือนพันธุ์
เปิดอ่าน 6,704 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ชาวเน็ตชื่นชมมาก วงดนตรีเด็ก ร.ร.เล็กในทุ่งกว้างชาวเน็ตชื่นชมมาก วงดนตรีเด็ก ร.ร.เล็กในทุ่งกว้าง
เปิดอ่าน 11,918 ครั้ง
3 วิธีแกะกล่องพัสดุให้ปลอดภัยห่างไกลจากโควิด-193 วิธีแกะกล่องพัสดุให้ปลอดภัยห่างไกลจากโควิด-19
เปิดอ่าน 7,479 ครั้ง
"กูเกิล"เปิดบริการ"กูเกิล ไดรฟ์" เก็บข้อมูลออนไลน์สูงสุด "16 เทราไบท์""กูเกิล"เปิดบริการ"กูเกิล ไดรฟ์" เก็บข้อมูลออนไลน์สูงสุด "16 เทราไบท์"
เปิดอ่าน 8,838 ครั้ง
ครม.มีมติตั้งอำเภอใหม่ กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ครม.มีมติตั้งอำเภอใหม่ กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่
เปิดอ่าน 8,168 ครั้ง
โรค Computer Syndromeโรค Computer Syndrome
เปิดอ่าน 10,409 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ