ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > นโยบายหลักสูตรพลศึกษา

นโยบายหลักสูตรพลศึกษา

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 13 พ.ค. 2558 เปิดอ่าน : 32,709 ครั้ง

Advertisement


☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
นโยบายหลักสูตรพลศึกษา

Advertisement

ศธ.-กก.ส่งเสริมและพัฒนาพลศึกษาและการท่องเที่ยวในสถานศึกษา

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถนนราชดำเนินนอก - พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมประชุมหารือระหว่างผู้บริหารของทั้งสองกระทรวง เมื่อวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2558 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการเรียนการสอนพลศึกษาและการท่องเที่ยว ในประเด็นต่างๆ ดังนี้

 

- การเพิ่มจำนวนชั่วโมงเรียนวิชาพลศึกษา อย่างน้อย 2 ชม./สัปดาห์

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ปรับหลักสูตรการเพิ่มจำนวนชั่วโมงเรียนวิชาพลศึกษา อย่างน้อย 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์แล้ว โดยจะเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2558 อย่างไรก็ตามหลักสูตรดังกล่าวมีความอ่อนตัวมากขึ้น แต่ละโรงเรียนสามารถออกแบบการจัดการเรียนการสอนได้ตามความเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน ซึ่งจะไม่มีการกำหนดอย่างชัดเจนว่าในแต่ละสัปดาห์จะต้องเรียนวิชาใดบ้างและเรียนเป็นระยะเวลาเท่าใด ทำให้แต่ละโรงเรียนมีอิสระและสามารถปรับหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนได้ตามความเหมาะสมกับผู้เรียนและความพร้อมของโรงเรียน ยกตัวอย่างเช่น หากโรงเรียนใดพบว่านักเรียนส่วนใหญ่อ่อนวิชาภาษาไทย ก็สามารถที่จะเพิ่มเวลาเรียนวิชาภาษาไทยเป็น 3-4 ชั่วโมงได้เลย เช่นเดียวกันกับวิชาอื่นๆ ที่หากมีความเก่งแล้ว ก็สามารถลดเวลาเรียนวิชานั้นเพื่อไปสอนเสริมวิชาที่ยังอ่อนอยู่ได้ แต่ในส่วนของวิชาพลศึกษาก็ได้ให้แนวทางว่าควรจะต้องให้นักเรียนได้เรียนอย่างน้อยเป็นเวลา 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

- การส่งเสริมการออกกำลังกายตอนเช้าหน้าเสาธง

สพฐ.ได้รายงานต่อที่ประชุมว่า จากการที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้มอบแผ่นซีดีชุดกายบริหารหน้าเสาธง ไม่ว่าจะเป็นท่าราชนาวี แอโรบิก หรือแม่ไม้มวยไทยให้แก่กระทรวงศึกษาธิการแล้วนั้น ขณะนี้ สพฐ.ได้จัดส่งไปให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พร้อมทั้งเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของ สพฐ.แล้ว ซึ่ง สพฐ.จะได้ติดตามผลการดำเนินงานในเรื่องดังกล่าวต่อไป ทั้งนี้ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ก็ได้ย้ำในที่ประชุมว่า การออกกำลังกายของเด็กๆ นอกจากจะช่วยส่งเสริมเรื่องของสุขภาพและความแข็งแรงแล้ว ยังช่วยลดปัญหาการติดเกมและการติดจอ (สมาร์ทโฟน) ด้วย

- การสอนมวยไทย กระบี่กระบอง

รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้เสนอให้มีการฟื้นฟูกีฬามวยไทย กระบี่กระบองในโรงเรียน เพื่อให้เด็กที่สนใจได้มีโอกาสในการฝึกหัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกีฬามวยไทยซึ่งกำลังเป็นที่นิยมไปทั่วโลก และยังเป็นการช่วยรักษาศิลปวัฒนธรรมไทยด้วย ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของ รมว.ศึกษาธิการ ที่ต้องการส่งเสริมกีฬามวยไทยในโรงเรียน เพราะถือเป็นศิลปะที่สำคัญของไทย แต่จะต้องคำนึงถึงความพร้อมของแต่ละโรงเรียน ทั้งในเรื่องของครู อุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนถึงสื่อในการเรียนการสอนด้วย เชื่อว่าบางโรงเรียนที่มีครูที่สามารถสอนกระบี่กระบอง หรือมวยไทยได้ ก็จะสามารถประยุกต์ผสมผสานความรู้เหล่านี้ร่วมกันได้ แต่บางโรงเรียนที่ไม่มีครูด้านนี้ ทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯ อาจจะต้องช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องของสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ความรู้แก่ครูที่จะนำไปใช้ในการสอนนักเรียนต่อไป นอกจากนี้กระทรวงศึกษาธิการยังมีโครงการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมที่สามารถนำเนื้อหาความรู้เกี่ยวกับกีฬามวยไทย เผยแพร่ไปยังโรงเรียนขนาดเล็กทั่วประเทศกว่า 30,000 โรงเรียนด้วย

- การพัฒนาครูพลศึกษา

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการได้มีนโยบายการพัฒนาครูทุกกลุ่มสาระวิชาในห้องเรียนและในโรงเรียน เพื่อไม่ให้ครูทิ้งนักเรียนไปอบรมในโรงแรมเป็นเวลานานๆ ซึ่งการพัฒนาครูวิชาพลศึกษาก็เช่นกันที่จะต้องจัดอบรมพัฒนาที่ห้องเรียนหรือในโรงเรียน จึงของให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจัดส่งโค้ชเข้าไปอบรมในพื้นที่โรงเรียนต่างๆ อาจอบรมในลักษณะกลุ่มโรงเรียนที่มีบริเวณใกล้เคียงกัน 5-10 โรงเรียน ซึ่งนอกจากจะส่งผลดีที่ทำให้ครูได้อยู่ในโรงเรียน ไม่ทิ้งนักเรียนแล้ว ก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าที่พัก และโค้ชเพียง 1 คน ก็สามารถอบรมครูได้หลายโรงเรียนในคราวเดียวกัน หรืออาจจะมีครูที่สนใจมาเข้ารับการอบรมเพิ่มขึ้น ทำให้สามารถสร้างครูพลศึกษาได้มากขึ้นด้วย ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ยินดีที่จะมีการปรับปรุงรูปแบบการพัฒนาครูพลศึกษาในลักษณะ On the Job Training นี้ต่อไป

- การปรับรูปแบบการประเมินผลนักเรียนที่มีความเป็นเลิศด้านกีฬา เป็นกรณีพิเศษ

รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้เสนอให้กระทรวงศึกษาธิการปรับการประเมินผลการเรียนวิชาพลศึกษาสำหรับนักเรียนกรณีพิเศษ เช่น นักเรียนที่มีความเป็นเลิศในกีฬาชนิดต่างๆ หรือนักกีฬาเยาวชนทีมชาติ แต่ติด E ในวิชาพลศึกษา เพราะไม่มีความถนัดในบางชนิดกีฬาที่โรงเรียนสอน รวมทั้งอาจไม่มีเวลามาเรียนวิชาพลศึกษาในโรงเรียน เพราะจำเป็นต้องฝึกซ้อมหรือเดินทางไปแข่งขัน จึงได้หารือถึงความเป็นไปได้ที่จะให้มีการประเมินผลการเรียนวิชาพลศึกษาจากความเป็นเลิศของตัวนักกีฬารายนั้นๆ แทน ตลอดจนขอให้มีการผ่อนผันเกี่ยวกับการเข้าทดสอบทางการศึกษาในระดับโรงเรียนและระดับชาติ ซึ่ง สพฐ.จะนำเรื่องนี้ไปสื่อสารให้โรงเรียนต่างๆ ได้เข้าใจในการประเมินผลดังกล่าวต่อไป แต่ในส่วนของการทดสอบทางการศึกษาในระดับโรงเรียนและระดับชาติ เช่น O-Net นั้น ก็มีช่องทางที่จะผ่อนผันให้นักเรียนกรณีเจ็บป่วยหรือกรณีอื่นๆ อยู่แล้ว

- โครงการส่งเสริมการเป็นเจ้าบ้านที่ดี

รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ขอให้กระทรวงศึกษาธิการส่งเสริมการเป็นเจ้าบ้านที่ดีของนักเรียนในโรงเรียนต่างๆ ในลักษณะ “เจ้าบ้านน้อย” เพื่อให้นักเรียนระดับประถมศึกษาได้มีความรู้ความสามารถในการเป็นมัคคุเทศก์นำเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่นของตนเอง ซึ่งนอกจากจะเป็นส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศแล้ว จะช่วยสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวที่จะหวนกลับมาเที่ยวอีกด้วย โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพร้อมจะให้การสนับสนุนในเรื่ององค์ความรู้เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวของไทยในรูปแบบของสื่อหนังสือ รูปภาพ สื่อออนไลน์ รวมถึง e-Library ด้วย

ทั้งนี้ รมว.ศึกษาธิการ ก็ยินดีที่จะให้การสนับสนุนการเป็นเจ้าบ้านที่ดีของเด็กๆ ในแต่ละพื้นที่ ซึ่งในความเป็นจริงขณะนี้มีนักเรียนที่เป็นมัคคุเทศก์น้อยอยู่แล้ว และพร้อมที่จะจัดส่งเครื่องมือและสื่อการเรียนรู้ต่างๆ ดังกล่าวไปให้โรงเรียนต่อไป และเสนอแนะว่าเนื้อหาในการจัดทำสื่อการท่องเที่ยวนั้น ขอให้คำนึงถึงการท่องเที่ยวเฉพาะพื้นที่ เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย มีลักษณะภูมิประเทศ มีวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมที่แตกต่างกัน หากจัดทำเนื้อหาในลักษณะกลางๆ อาจจะไม่เหมาะสมกับสถานที่ท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬายินดีที่จะนำไปพิจารณาปรับปรุงเนื้อหาตามข้อเสนอแนะต่อไป

 

 

ที่มา ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 13 พฤษภาคม 2558 (วันพืชมงคล)

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> นโยบายหลักสูตรพลศึกษา , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
"ณัฏฐพล"ไขข้อข้องใจเรื่องงบฯ แจงรวมทุกองค์กรเฉพาะการจัดสอบเท่านั้น☕ 23 ก.ย. 2563
"ณัฏฐพล"ไขข้อข้องใจเรื่องงบฯ แจงรวมทุกองค์กรเฉพาะการจัดสอบเท่านั้น
เปิดอ่าน 841 ครั้ง
การคัดเลือกนักศึกษาทุนโครงการเพชรในตมเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย รุ่นที่ 30☕ 23 ก.ย. 2563
การคัดเลือกนักศึกษาทุนโครงการเพชรในตมเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย รุ่นที่ 30
เปิดอ่าน 937 ครั้ง
ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย☕ 23 ก.ย. 2563
ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย
เปิดอ่าน 4,363 ครั้ง
แต่งตั้งซี 10 ศธ.เจอโรคเลื่อน ปัดเกลี่ยตำแหน่งไม่ลงตัว☕ 23 ก.ย. 2563
แต่งตั้งซี 10 ศธ.เจอโรคเลื่อน ปัดเกลี่ยตำแหน่งไม่ลงตัว
เปิดอ่าน 1,997 ครั้ง
การสำรวจข้อมูลผู้มีใบอนุญาตปฏิบัติการสอน และอยู่ระหว่างปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา☕ 22 ก.ย. 2563
การสำรวจข้อมูลผู้มีใบอนุญาตปฏิบัติการสอน และอยู่ระหว่างปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา
เปิดอ่าน 1,386 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เป็นเบาหวาน ทานวุ้นเส้น ดีจริงหรือ?เป็นเบาหวาน ทานวุ้นเส้น ดีจริงหรือ?
เปิดอ่าน 8,410 ครั้ง
เตือนภัย! แก๊งตบทรัพย์หลอกขับรถชนเรียกค่าเสียหายเตือนภัย! แก๊งตบทรัพย์หลอกขับรถชนเรียกค่าเสียหาย
เปิดอ่าน 15,848 ครั้ง
"แก่"…อย่างมีคุณค่า โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์"แก่"…อย่างมีคุณค่า โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์
เปิดอ่าน 7,770 ครั้ง
มาตรฐานรูปแบบการนำเสนอภาพมาตรฐานรูปแบบการนำเสนอภาพ
เปิดอ่าน 17,893 ครั้ง
วิธีลบรอยดำ อำพรางผิววิธีลบรอยดำ อำพรางผิว
เปิดอ่าน 9,661 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ