ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > การศึกษาในกะลา

การศึกษาในกะลา

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 26 เม.ย. 2558 เปิดอ่าน : 8,151 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
การศึกษาในกะลา

Advertisement

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ โดย สาโรจน์ มณีรัตน์

 

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าภายในปีนี้กรมสรรพากรจะเรียกเก็บภาษีโรงเรียนกวดวิชาเพิ่มขึ้นประมาณ 8-9% ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้โรงเรียนกวดวิชาหลายแห่งพยายามอย่างยิ่งที่จะให้กรมสรรพากรจัดเก็บภาษีในปีหน้า

โดยอ้างว่ายังไม่มีความพร้อมในเรื่องของรูปบัญชีเนื่องจากบางโรงเรียนมีหลายสาขาจึงมีอยู่หลายบัญชีดังนั้นถ้ากรมสรรพากรจะเรียกเก็บภาษีจริงขอจัดรูปบัญชีให้เป็นบัญชีเดียวเสียก่อน

รวมถึงการจัดการทรัพย์สินของแต่ละสาขาให้อยู่ในหมวดเดียวกัน

ผลเช่นนี้จึงทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ไปในทางเดียวกันว่าเมื่อโรงเรียนกวดวิชาเสียภาษีเพิ่มภาระคงตกอยู่กับผู้ปกครองที่จะต้องจ่ายค่าคอร์สเรียนของบุตรหลานเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

ปีนี้ปีหน้าไม่ทราบได้

แต่ที่แน่ๆ ถ้าโรงเรียนกวดวิชาเพิ่มค่าเล่าเรียนในแต่ละคอร์สจริง ผู้ปกครองจะยอมจ่ายหรือไม่ เรื่องนี้แทบไม่ต้องใช้เหตุและผลใด ๆ ทั้งสิ้น

ผมว่ายอมจ่ายอย่างแน่นอน

คำถามคือ ทำไมผู้ปกครองเหล่านี้ถึงยอมจ่ายเงินให้โรงเรียนกวดวิชา บางคนจ่ายตั้งแต่ ม.1-ม.6 และไม่ใช่แห่งเดียวด้วย เพราะในระบบการเรียน อย่างที่ทุกคนทราบดี มีทั้งสายวิทย์-คณิต,ศิลป์-คณิต, ศิลป์-ภาษา และอื่น ๆ

ยกตัวอย่าง ถ้านักเรียนอยู่สายวิทย์และต้องการสอบเข้าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ นักเรียนคนนั้นจะต้องเสียค่าเรียนกวดวิชาในวิชาฟิสิกส์, คณิตศาสตร์, ภาษาอังกฤษ

ซึ่งเป็นวิชาหลักที่ใช้ในการสอบ

นอกจากนั้นต้องไปเรียนวิชาความสามารถทางด้านสถาปัตยกรรมเพิ่มเติม

ซึ่งจะต้องเรียนตั้งแต่ ม.4-ม.6

โดยเฉพาะในช่วง ม.6 จะต้องเข้าแคมป์กินนอนอย่างน้อย 2-3 คืน เพื่อติวเจาะเข้าคณะสถาปัตย์โดยตรง

ความต้องการของนักเรียน ม.6 ที่จะสอบเข้าคณะสถาปัตย์ จุฬาฯ ปีหนึ่งเป็นหมื่น ๆ คน แต่มหา"ลัยรับได้เพียง 140 คนลองคิดเล่น ๆ แล้วกันว่า จำนวน 1 หมื่นกว่าคนที่ตระเวนไปเรียนกวดวิชาในวิชาต่าง ๆ ของสถาบันกวดวิชา รวมถึงสถาบันที่เปิดสอนความสามารถทางด้านสถาปัตย์

เขารับทรัพย์ปีละเท่าไหร่

ที่ยกตัวอย่างให้เห็นนี้คณะเดียวเท่านั้น

แต่ในความเป็นจริงคณะดังๆในมหา"ลัยต่างๆมีตั้งหลายคณะ แต่ละคณะล้วนเป็นคณะในดวงใจของกลุ่มนักเรียน หนุ่ม-สาวทุกยุคทุกสมัยที่อยากจะมีที่นั่งในจำนวนเหล่านั้น

ผมจึงไม่แปลกใจที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยออกมาประมาณการมูลค่าตลาดธุรกิจกวดวิชาในปี2558อยู่ที่8,189ล้านบาท คือเติบโตขึ้นร้อยละ 6.8 จากปี 2557 ที่มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 7,670 ล้านบาท

คำถามของผมคือ เกิดอะไรขึ้นกับระบบการศึกษาบ้านเรา ?

การเรียนการสอนล้มเหลวใช่ไหม ?

ครูไม่มีประสิทธิภาพใช่หรือไม่ ?

หรือเป็นเพราะนโยบายการจัดการการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการถอยหลังเข้าคลอง

ผมว่าถูกทุกข้อ

แต่ครั้นจะไปแก้ที่ต้นตอคือกระทรวงศึกษาธิการก็อย่างที่ทุกคนทราบกันตราบใดที่กระทรวงแห่งนี้ยังเป็นขุมทรัพย์ของนักการเมืองที่ต่างเข้ามารุมกัดแทะแสวงหาผลประโยชน์เพื่อพวกพ้อง

การศึกษาก็ยังเป็นอย่างที่เราเห็น ไม่มีทางที่จะปฏิรูปสำเร็จ

หรือจะแก้ที่โรงเรียน

ก็อีกแหละตราบใดที่ทุกโรงเรียนยังเอ่ยเรียกค่าบำรุงการศึกษากับผู้ปกครองสนนราคาตั้งแต่หลักหมื่นขึ้นไปจนถึงหลักแสนหรือหลักล้านก็เปล่าประโยชน์

หรือจะแก้ที่ครู

ก็เท่านั้นเพราะตราบใดที่ครูเปิดรับจ้างสอนนักเรียนของตัวเองตามบ้าน อพาร์ตเมนต์ คอนโดมิเนียม หรือตามร้านฟาสต์ฟู้ด โดยคิดราคาชั่วโมงละ 200-500 บาท

เรียนครั้งหนึ่งประมาณ 2 ชั่วโมงอย่างต่ำประมาณกลุ่มละ 5-7 คน ก็เสียเวลาเปล่า

ทั้งนั้นเพราะครูก็เป็นมนุษย์ มีโลภ โกรธหลง มีความอยากได้ใคร่มี เพราะต้องผ่อนรถยนต์ คอนโดมิเนียม และอะไรต่อมิอะไร เรื่องอะไรเขาจะดำเนินชีวิตแบบเรือจ้างเหมือนในอดีต

ที่ขอแค่เป็นคนส่งนักเรียนถึงฝั่งเท่านั้นก็ใจเป็นสุข

ผมว่าทางออกของเรื่องนี้คงต้องใช้วิธีสลับตัวบุคลากรทางการศึกษาโดยเอาติวเตอร์ชื่อดังทั้งหลายเข้ามาสอนในโรงเรียนมีเงินเดือนที่ดีทั้งยังมีแบ่งเปอร์เซ็นต์กันให้ชัดเจนระหว่างติวเตอร์กับทางโรงเรียน

รวมทั้งติวเตอร์เหล่านี้ก็เข้าไปประจำการคณะดังๆทั้งหลายในมหา"ลัยที่นักเรียนอยากสอบเข้าเปิดคอร์สอนโดยตรงแล้วแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้ติวเตอร์กับคณะเหล่านั้นอย่างเป็นธรรม

พูดง่าย ๆ คือในราคาที่ทุกฝ่ายยอมรับได้

พร้อมกันนั้นก็ยุบกระทรวงศึกษาธิการทิ้งไปเลย เพราะมีก็เหมือนไม่มี เนื่องจากที่ผ่านมาไม่สามารถแก้ปัญหาวิกฤตการศึกษาของประเทศชาติได้เลย ทั้ง ๆ ที่กระทรวงแห่งนี้มีงบประมาณมากที่สุด

แต่ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันเลย

ผมว่าทางออกของเรื่องนี้ไม่ต้องใช้ตรรกะมากนักหรอกแค่ลองคิดเล่นๆดูถ้าทำได้จริงการศึกษาของบ้านเราอาจจะโงหัวขึ้นบ้างก็ได้

ใครจะไปรู้ ?

 

 

 

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ 25 เม.ย 2558

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> การศึกษาในกะลา , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ครูพันธุ์ควอลิตี้

ครูพันธุ์ควอลิตี้
เปิดอ่าน 6,084 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ปฏิรูปการศึกษาไทย เป็นเรื่องที่เหลวไหลและเลื่อนลอย☕ คลิกอ่านเลย
ปฏิรูปการศึกษาไทย เป็นเรื่องที่เหลวไหลและเลื่อนลอย
เปิดอ่าน 11,592 ครั้ง
การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อการศึกษาคุณภาพ : ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย☕ คลิกอ่านเลย
การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อการศึกษาคุณภาพ : ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย
เปิดอ่าน 17,712 ครั้ง
คณิตศาสตร์ชุมชน : โดย สมพงษ์ จิตระดับ สุอังคะวาทิน, ชุติมา ชุมพงศ์☕ คลิกอ่านเลย
คณิตศาสตร์ชุมชน : โดย สมพงษ์ จิตระดับ สุอังคะวาทิน, ชุติมา ชุมพงศ์
เปิดอ่าน 6,027 ครั้ง
เข้าใจธรรมชาติของเด็ก มิติใหม่ครูไทยยุคดิจิตอล☕ คลิกอ่านเลย
เข้าใจธรรมชาติของเด็ก มิติใหม่ครูไทยยุคดิจิตอล
เปิดอ่าน 6,919 ครั้ง
เหตุใด...บัณฑิตครูเดินไม่ถึงฝัน กระบวนการผลิตหรือระบบการคัดเลือก?☕ คลิกอ่านเลย
เหตุใด...บัณฑิตครูเดินไม่ถึงฝัน กระบวนการผลิตหรือระบบการคัดเลือก?
เปิดอ่าน 7,153 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

แนวทางการประเมินคุณภาพรอบสี่แนวทางการประเมินคุณภาพรอบสี่
เปิดอ่าน 14,023 ครั้ง
เทคนิคการประชุมอย่างมีประสิทธิภาพเทคนิคการประชุมอย่างมีประสิทธิภาพ
เปิดอ่าน 10,289 ครั้ง
ปลูกวินัย "แม่พิมพ์ของชาติ"ปลูกวินัย "แม่พิมพ์ของชาติ"
เปิดอ่าน 8,673 ครั้ง
ทริคเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับน้ำ ที่คุณครูเอาไปสอนเด็กได้ทริคเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับน้ำ ที่คุณครูเอาไปสอนเด็กได้
เปิดอ่าน 7,629 ครั้ง
มรรค 8 ( อัฏฐังคิกมรรค ) มรรค 8 ( อัฏฐังคิกมรรค )
เปิดอ่าน 43,291 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ