ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > พ่อแม่รู้ไว้! ศธ.จ่อขยายศึกษาภาคบังคับ สตาร์ทที่ "อนุบาล"

พ่อแม่รู้ไว้! ศธ.จ่อขยายศึกษาภาคบังคับ สตาร์ทที่ "อนุบาล"

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 29 ม.ค. 2558 เปิดอ่าน : 7,968 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
พ่อแม่รู้ไว้! ศธ.จ่อขยายศึกษาภาคบังคับ สตาร์ทที่ "อนุบาล"

Advertisement

ศธ.จ่อขยายการศึกษาภาคบังคับถึงระดับอนุบาล จาก 9 ปีเป็น 11 มีพร้อมบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อเตรียมพร้อมการศึกษาตั้งแต่เด็ก ซึ่งถ้ามีผลบังคับใช้หากพ่อแม่ไม่ส่งเด็กเข้าเรียนถือว่ามีความผิด ขณะที่ สพฐ.ระบุต้องแก้ พ.ร.บ.การศึกษา และพ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ รองรับ โดยข้อกำหนดไม่รวมศูนย์เด็กเล็ก

เมื่อวันที่ 29 มกราคม ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดเวทีเสวนา "ปฎิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน" เพื่อระดมความความคิดเห็นและรับฟังข้อเสนอจากผู้เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษา อาทิ ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพทางการศึกษา (สมศ.) ผู้แทนจากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ผู้แทนจากสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เข้าร่วมกว่า 460 คน โดยมีพล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน

โดย พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวระหว่างเปิดเสวนาตอนหนึ่ง ว่า ตนเชื่อว่าทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสนใจเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิรูปการศึกษา เห็นได้จากผลการประเมินจากองค์กรต่างๆ ทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ อาทิ ในกลุ่มประเทศอาเซียน ไทยอยู่ในอันดับที่ 8 หรือในระดับโลกไทยอยู่ในอันดับค่อนข้างต่ำ ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจว่าแม้ทุกรัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการศึกษาโดยทุ่มงบประมาณให้เป็นจำนวนมากแต่เพราะเหตุใดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของเด็กจึงไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ทั้งนี้ เราให้ความสำคัญกับการศึกษาขั้นพื้นฐานมาก แต่มักจะพูดถึงแต่ระดับประถมศึกษา-มัธยมศึกษา แต่ให้ความสำคัญกับระดับปฐมวัย หรือ อนุบาล น้อยทั้งที่เป็นช่วงวัยที่มีความสำคัญและไม่ควรมองข้าม โดยขณะนี้ทางสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ได้มีการเสนอให้ขยายการศึกษาภาคบังคับจากเดิม 9 ปีตั้งแต่ระดับประถมศึกษาปีที่ 1-มัธยมศึกษาปีที่ 3 ขยายลงมาถึงระดับอนุบาลอีก 2 ปีรวมเป็น 11 ปีและให้บรรจุเรื่องดังกล่าวไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในส่วนของ ศธ.ก็ต้องมาแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้เท่าที่ดูทุกฝ่ายมีความเห็นสอดคล้องกัน และส่วนตัวก็เห็นด้วยเพราะหากเราต้องการสอนให้เด็กคิดดี มีจิตสำนึกที่ดี ก็ต้องเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงวัยนี้เพราะสามารถจดจำและเรียนรู้ได้เร็ว อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงแนวความคิดต้องรอข้อสรุปจากทั้ง สปช. และสนช.อีกครั้ง

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า ในส่วนการประชุมคณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษา ของ ศธ. เมื่อเร็ว ๆ นี้นั้นได้มีการหารือถึงข้อเสนอของสมาชิก สปช.บางท่านที่เสนอให้ลดจำนวนนักเรียนต่อห้องไม่ให้มากเกินไป เพื่อให้นักเรียนและครูมีความใกล้ชิดและมีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น ซึ่งได้มอบให้ สพฐ.ไปดำเนินการศึกษาส่วนจำนวนนักเรียนต่อห้องควรจะเป็นจำนวนเท่าไหร่ ยังไม่สามารถตอบได้ ขอให้ผู้เกี่ยวข้องไปศึกษารายละเอียดรวมถึงศึกษาจากงานวิจัยต่าง ๆ และคงไม่ได้เริ่มทันทีในปีการศึกษา 2558 นี้ ขณะเดียวกัน ยังหารือกรณีที่จะมีการปรับโครงสร้างศธ.โดยแยกสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ออกไป และให้ทำหน้าที่ดูภาพรวมการจัดการศึกษาของประเทศในรูปแบบคณะกรรมการ หรือซุปเปอร์บอร์ด ซึ่งที่ประชุมเห็นว่า ควรจะขยายการดูแลไปถึงเรื่องทรัพยากรบุคคลด้วย ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่มีข้อสรุปเพราะยังต้องหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภาพรวมต่อไป

ด้าน นายอำนาจ วิชยานุวัติ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. กล่าวว่า แนวทางที่จะให้ขยายการศึกษาภาคบังคับลงมาถึงระดับปฐมวัย 2 ปีนั้นเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมทางการศึกษาตั้งแต่เด็ก โดยตามขั้นตอนแล้วเมื่อมีการบรรจุเรื่องดังกล่าวไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ศธ.จะต้องดำเนินการแก้ไข พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และพ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ 2547 และประกาศใช้ ทั้งนี้ ปัจจุบันรัฐบาลไม่ได้บังคับว่าเด็กทุกคนต้องเรียนระดับอนุบาล แต่สำหรับผู้ที่เข้าเรียนรัฐบาลก็ได้จัดสรรงบประมาณอุดหนุนรายหัวให้เหมือนระดับการศึกษาอื่นๆ โดยระดับอนุบาล อยู่ที่ 1,700 บาทต่อคนต่อปี เพราะฉะนั้น ในอนาคตเมื่อมีการกำหนดให้ระดับอนุบาลเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาภาคบังคับ หากผู้ปกครองไม่ส่งบุตรหลานเข้าเรียนก็ถือว่าผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เกณฑ์ของระดับอนุบาลจะต้องอยู่ย่างเข้า 4 ขวบ ดังนั้น เพราะฉะนั้น การขยายครั้งนี้จะไม่รวมถึงศูนย์เด็กเล็ก ซึ่งมีเด็กอายุตั้งแต่ 0-3 ขวบที่ปัจจุบันอยู่ในการดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานต่างๆ

 

 

ที่มา ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 29 มกราคม 2558

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> พ่อแม่รู้ไว้! ศธ.จ่อขยายศึกษาภาคบังคับ สตาร์ทที่ "อนุบาล" , , พ่อแม่รู้ไว้! , ศธ.จ่อขยายศึกษาภาคบังคับ , สตาร์ทที่ , , อนุบาล , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
กำหนดการคัดเลือกบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38ค.(2)เพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ สังกัด สพฐ.ปี พ.ศ.2564☕ 8 มี.ค. 2564
กำหนดการคัดเลือกบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38ค.(2)เพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ สังกัด สพฐ.ปี พ.ศ.2564
เปิดอ่าน 1,600 ครั้ง
"อัมพร"ยันปรับหลักสูตรขั้นพื้นฐานไม่สะดุด☕ 8 มี.ค. 2564
"อัมพร"ยันปรับหลักสูตรขั้นพื้นฐานไม่สะดุด
เปิดอ่าน 520 ครั้ง
แฉตั้งกองทุนเถื่อนชวนครูเป็นสมาชิก ลักษณะลงทุนคล้ายแชร์ลูกโซ่☕ 8 มี.ค. 2564
แฉตั้งกองทุนเถื่อนชวนครูเป็นสมาชิก ลักษณะลงทุนคล้ายแชร์ลูกโซ่
เปิดอ่าน 490 ครั้ง
ก.ค.ศ.ประชุมเตรียมทดลองใช้ระบบประเมินวิทยฐานะใหม่ 177 โรงเรียน☕ 5 มี.ค. 2564
ก.ค.ศ.ประชุมเตรียมทดลองใช้ระบบประเมินวิทยฐานะใหม่ 177 โรงเรียน
เปิดอ่าน 5,457 ครั้ง
"คุณหญิงกัลยา"ชูนโยบายเรื่องโค้ดดิ้ง ยันไม่ทิ้ง"การศึกษาจังหวัด- โรงเรียนดีสี่มุมเมือง"☕ 5 มี.ค. 2564
"คุณหญิงกัลยา"ชูนโยบายเรื่องโค้ดดิ้ง ยันไม่ทิ้ง"การศึกษาจังหวัด- โรงเรียนดีสี่มุมเมือง"
เปิดอ่าน 2,305 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ฟักทองญี่ปุ่นฟักทองญี่ปุ่น
เปิดอ่าน 13,130 ครั้ง
ทำอย่างไรดี...คอเคล็ดพราะตกหมอนทำอย่างไรดี...คอเคล็ดพราะตกหมอน
เปิดอ่าน 12,973 ครั้ง
กว่าจะมาเป็น "ไอโฟน" จุดกำเนิดและความบังเอิญกว่าจะมาเป็น "ไอโฟน" จุดกำเนิดและความบังเอิญ
เปิดอ่าน 5,432 ครั้ง
มาตรฐานรูปแบบการนำเสนอภาพมาตรฐานรูปแบบการนำเสนอภาพ
เปิดอ่าน 18,257 ครั้ง
เฮ ! ปรับลดค่าไฟลงอีก 1.05 สตางค์/หน่วย เริ่มพฤศจิกายนนี้เฮ ! ปรับลดค่าไฟลงอีก 1.05 สตางค์/หน่วย เริ่มพฤศจิกายนนี้
เปิดอ่าน 9,394 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ