ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ผุดโมเดลรร.เล็กควบรร.ใหญ่ เลือกมีนักเรียนน้อยกว่า160คน แก้ปัญหาพัฒนาตัวเองไม่ได้

ผุดโมเดลรร.เล็กควบรร.ใหญ่ เลือกมีนักเรียนน้อยกว่า160คน แก้ปัญหาพัฒนาตัวเองไม่ได้

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 26 ม.ค. 2558 เปิดอ่าน : 8,131 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

สพฐ.ออกโมเดลแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กกับโรงเรียนขนาดเล็กมาก มีนักเรียนน้อยกว่า 160 คน ควบรวมเต็มตัวเข้ากับโรงเรียนศูนย์กลางที่มีขนาดใหญ่เข้มแข็งกว่า โดยเลือก รร.มีระยะห่างระหว่างกันไม่เกิน 3 กม. ยันรวมกันแค่ชั่วคราวเท่านั้น นอกจากนี้อาจยังมีการรวมชั้นเรียนในโรงเรียนเดียวกันหรือควบรวมชั้นเรียนระหว่าง รร.ในบางชั้น บางวิชา

นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีแผนดำเนินการแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กอย่างเร่งด่วน ว่า จากการที่ตนได้มีโอกาสหารือกับนายตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศึกษาและการกีฬา สนช. โดยหลักการแล้ว สนช.มีความเห็นในทิศทางเดียวกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) คือไม่ต้องการยุบโรงเรียนขนาดเล็กแน่นอน แม้ว่าจะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและทำให้การบริหารจัดการง่ายขึ้นก็ตาม และ สพฐ.เองก็มีความต้องการจะต้องรักษาโรงเรียนเหล่านี้ไว้ให้แก่เด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล

อย่างไรก็ตาม แต่แนวทางแก้ไขจำเป็นต้องมีการปรับกระบวนการจัดการให้โรงเรียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ถ้าหากโรงเรียนแห่งใดไม่สามารถพัฒนาได้ก็จะมีกระบวนการเข้ามาช่วยเหลือ เช่น การควบรวมชั้นเรียนในโรงเรียนเดียวกัน, การควบรวมระหว่างโรงเรียนในบางกรณี เช่น รวมเพียงแค่บางชั้นเรียนหรือบางวิชาเท่านั้น และการควบรวมแบบควบเต็มตัวเป็นการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กที่มีเด็กเรียนจำนวนน้อยกว่า 60 คนควบรวมกัน
"การควบรวมแบบควบเต็มตัว ไม่ใช่เป็นการยุบโรงเรียน แต่เป็นการควบรวมชั่วคราว เมื่อโรงเรียนที่เข้ามาควบรวมมีความพร้อมที่จะพัฒนาประสิทธิภาพ โดยอาจจะมีจำนวนนักเรียนเพิ่มมากขึ้นก็สามารถกลับไปโรงเรียนของตนเองได้" นายกมลกล่าว

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวอีกว่า การควบรวมดังกล่าวทาง สพฐ.ดำเนินการจัดกลุ่มโรงเรียนประมาณ 300-400 กลุ่ม โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่ฯ เป็นผู้คัดเลือกโรงเรียนที่จะเป็นโรงเรียนศูนย์กลางในแต่ละกลุ่ม โดยจะย้ายโรงเรียนขนาดเล็กมากมาควบรวมกับโรงเรียนศูนย์กลาง และระยะทางระหว่างโรงเรียนศูนย์กลางและโรงเรียนขนาดเล็กมากจะต้องมีระยะห่างไม่เกิน 3 กิโลเมตร นอกจากนี้ เบื้องต้นผู้บริหารโรงเรียนที่ได้รับเลือกให้เป็นโรงเรียนศูนย์กลางจะเป็นผู้อำนวยการ ส่วนผู้บริหารจากโรงเรียนขนาดเล็กที่ย้ายมาควบรวมจะอยู่ในตำแหน่งรองผู้อำนวยการชั่วคราว เมื่อย้ายกลับไปยังโรงเรียนตนแล้วก็กลับเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนเช่นเดิม แต่ยังคงต้องมีการพูดคุยถึงรายละเอียดในกรณีที่ผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กมีความอาวุโสกว่า ก็อาจจะมีการปรับหลักเกณฑ์ตรงนี้

"การควบรวมต้องมีการขนย้ายโต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์การเรียนการสอนมายังโรงเรียนที่เป็นศูนย์กลางด้วย ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายรายหัวและเงินเดือนครูจะติดตามตัวเด็กและครูมายังโรงเรียนศูนย์กลางด้วย และยังต้องมีการหารือเรื่องการเดินทาง โดยใช้รถโดยสารรับ-ส่งนักเรียนระหว่างโรงเรียนศูนย์กลางกับโรงเรียนของพวกเขา โดยจะพูดคุยกับองค์กรส่วนท้องถิ่นให้เป็นผู้บริหารจัดการเรื่องรถโดยสาร น่าจะเป็นประโยชน์แก่เด็ก"

นายกมลกล่าวอีกว่า แม้ว่าจะมีการควบรวมโรงเรียนเข้าด้วยกัน แต่ สพฐ.เองก็ไม่ได้นิ่งเฉยกับโรงเรียนเหล่านั้น ยังคงพัฒนาและจัดสรรงบดูแลอาคารสถานที่เพื่อให้โรงเรียนขนาดเล็กมากดังกล่าวยังคงอยู่มี มีการเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาทุกวัน เพียงแต่ไม่มีผู้เรียนและครูเท่านั้น แต่เมื่อโรงเรียนขนาดเล็กมากมีความพร้อมสำหรับการพัฒนาประสิทธิภาพ ก็สามารถกลับมายังโรงเรียนของตนได้ทันที

"เรายังมองอีกว่าการควบรวมดังกล่าวนอกจากจะแก้เรื่องการเรียนการสอนแล้ว ยังเป็นการสร้างสังคมใหม่ๆ ให้แก่เด็กโรงเรียนขนาดเล็กมาก เพื่อจะมีครูและเพื่อนที่เพิ่มขึ้นด้วย” เลขาฯ กพฐ.กล่าว.

 

 

 

ที่มา ไทยโพสต์ 26 มกราคม 2558

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ผุดโมเดลรร.เล็กควบรร.ใหญ่ เลือกมีนักเรียนน้อยกว่า160คน แก้ปัญหาพัฒนาตัวเองไม่ได้ , , ผุดโมเดลรร.เล็กควบรร.ใหญ่ , เลือกมีนักเรียนน้อยกว่า160คน , แก้ปัญหาพัฒนาตัวเองไม่ได้ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
"เสมา 1" ลั่นเตรียมทบทวนการเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียนใหม่☕ 23 ม.ค. 2563
"เสมา 1" ลั่นเตรียมทบทวนการเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียนใหม่
เปิดอ่าน 3,483 ครั้ง
สพฐ.แจง กมธ.การศึกษา ปมปรับโครงสร้างศธ.☕ 23 ม.ค. 2563
สพฐ.แจง กมธ.การศึกษา ปมปรับโครงสร้างศธ.
เปิดอ่าน 2,111 ครั้ง
สพฐ.แจ้งจัดสรรงบฯ ปัจจัยพื้นฐานสำหรับนักเรียนยากจน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562☕ 22 ม.ค. 2563
สพฐ.แจ้งจัดสรรงบฯ ปัจจัยพื้นฐานสำหรับนักเรียนยากจน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562
เปิดอ่าน 3,271 ครั้ง
ขยายเวลาการบันทึกผลการรับรองข้อมูลนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข ภาคเรียนที่ 2/2562☕ 22 ม.ค. 2563
ขยายเวลาการบันทึกผลการรับรองข้อมูลนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข ภาคเรียนที่ 2/2562
เปิดอ่าน 1,107 ครั้ง
ศธ.ขยายวงกู้เงินทุนหมุนเวียนช่วยหนี้ครู☕ 22 ม.ค. 2563
ศธ.ขยายวงกู้เงินทุนหมุนเวียนช่วยหนี้ครู
เปิดอ่าน 1,962 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ใช้ยานอนหลับกับข้อควรระวัง ใช้ยานอนหลับกับข้อควรระวัง
เปิดอ่าน 15,301 ครั้ง
ศัลยกรรมพลิกชีวิต ในรายการวีไอพีศัลยกรรมพลิกชีวิต ในรายการวีไอพี
เปิดอ่าน 6,323 ครั้ง
ความหมายของ e-Learning (โดย รศ.ดร.ถนอมพร เลาหจรัสแสง)ความหมายของ e-Learning (โดย รศ.ดร.ถนอมพร เลาหจรัสแสง)
เปิดอ่าน 75,472 ครั้ง
นอร์แมน โจเซฟ วู้ดแลนด์ ผู้ร่วมคิดค้น"บาร์โค้ด" เสียชีวิตแล้ว วัย 91 ปีนอร์แมน โจเซฟ วู้ดแลนด์ ผู้ร่วมคิดค้น"บาร์โค้ด" เสียชีวิตแล้ว วัย 91 ปี
เปิดอ่าน 8,759 ครั้ง
บั๊กในลินุกซ์รุ่นใหม่อาจทำให้การ์ดแลนเสียถาวร บั๊กในลินุกซ์รุ่นใหม่อาจทำให้การ์ดแลนเสียถาวร
เปิดอ่าน 8,291 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ