ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > สสค. VS สมศ.

สสค. VS สมศ.

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 23 ม.ค. 2558 เปิดอ่าน : 6,600 ครั้ง

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
สสค. VS สมศ.

Advertisement

คอลัมน์ การศึกษา: สสค. VS สมศ.

กมลทิพย์ ใบเงิน
สมศ.จวก สสค.วิจัยผิดพลาด ยันไม่ได้ดึงครูจากห้องเรียน


ข่าวพาดหัวนำ หน้าการศึกษาฯ นสพ.คมชัดลึก เมื่อเช้าวันพุธที่ 21 มกราคม 2558 นั้น สะท้อนถึงการทำปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่มีส่วนสำคัญยิ่งในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของชาติ ทั้ง สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) สมศ.ในความรับผิดชอบของ ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ และสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพเยาวชน (สสค.) ในความรับผิดชอบของ นพ.สุภกร บัวสาย ว่ากันว่า ก่อนสิ้นปี 2557 'สสค.' ได้เปิดผลวิจัยอันลือลั่นสั่นสะเทือนไปทั้งวงการศึกษา สรุปใจความได้ว่า งานวิจัยชี้ว่า "ใน 1 ปี มีวันเปิดเรียน 200 วัน ครูต้องใช้เวลากับกิจกรรมที่ไม่ใช่การสอบถึง 84 วัน คิดเป็นร้อยละ 42 โดยอันดับ 1 ที่ครูใช้เวลามากที่สุด คือการประเมินจากหน่วยงานภายนอก (ประเมิน ร.ร. / ครู / นร.) 43 วัน โดยใช้เวลากับการประเมิน สมศ.มากที่สุด 9 วัน"

ดูเหมือนว่าผลวิจัย สสค. ชิ้นนี้ ทำให้ ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผอ.สมศ. นั่งแทบไม่ติดเก้าอี้ พร้อมกับการนัดสื่อมวลชน แถลงข่าวในช่วงเช้าของวันอังคารที่ 20 มกราคม 2558

"ถือเป็นงานวิจัยที่ไม่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ เกิดผลกระทบในทางลบ และเกิดการชี้นำสังคมไปในทางที่ไม่ถูก เพราะงานวิจัยชิ้นนี้ดูจากฐานคิดก็ผิดแล้ว เนื่องจาก สมศ.ได้ใช้เวลาในการประเมินสูงสุดเพียง 3 วัน ใน 5 ปี หรือเฉลี่ย 5 ชั่วโมงต่อปีเท่านั้น ดังนั้น สมศ.ไป 1 ครั้งใน 5 ปี และใน 1 ครั้งไปเพียง 3 วัน อยากถามว่า 9 วัน เอาฐานคิดมาจากไหน อีกทั้งตามแผนภูมิในการวัดเป็น 1 ปี แต่ สมศ. 5 ปี ตั้งต้นก็ผิด ก็พลาดแล้ว จะมาบอกว่า สมศ.ใช้เวลาอันดับ 1 ไม่ถูกต้อง

"เมื่อผลวิจัยดังกล่าวเผยแพร่สู่สังคม ก็เป็นการชี้นำสังคมไปในทางที่ไม่ถูก ทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อน เมื่อชี้นำผิดแบบนี้ สมศ.ก็ตกเป็นจำเลยสังคมแล้วใครจะรับผิดชอบ ซึ่งงานวิจัยของไทยจำนวนไม่น้อยที่เป็นแบบนี้ และไม่สามารถนำไปใช้ได้ อีกทั้งยังทำให้เกิดผลกระทบในทางลบ ดังนั้น คุณภาพงานวิจัยจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก"

ศ.ดร.ชาญณรงค์ อธิบายอีกว่าการประเมินภายนอกของ สมศ.ถ้าวิถีชีวิตครูดำเนินไปตามกฎกระทรวงศึกษาธิการ หรือข้อปฏิบัติที่ตามต้นสังกัดกำหนดให้ ใครสอนอะไรให้เตรียมการสอนวิชานั้น เพื่อกำหนดว่าสอนอะไร วัตถุประสงค์เพื่ออะไร ประเมินเด็กอย่างไร วางแผนการสอนเป็นชั่วโมง ประเมินการสอน และนำผลการประเมินนั้นมาพัฒนา เอกสารที่ครูทำก็จะนำไปมาใช้ในการประเมินภายในและประเมินภายนอก สมศ.

"แต่ชีวิตจริงไม่ใช่ ครูไม่ได้ทำ ครูสอนโดยไม่บันทึก ไม่ได้มีแผนการสอน พอ สมศ.ไปประเมิน ครูต้องมาทำเอกสารต่างๆ เพื่อการประเมิน แสดงว่าวิถีชีวิตครูไม่ใช่วิถีชีวิตคุณภาพ สมศ.จึงอยากให้ครูพัฒนาการเรียนการสอน" ศ.ดร.ชาญณรงค์ สะท้อนภาพครูไทย

ขณะที่ ดร.ไกรยศ ภัทรวาท ผู้เชี่ยวชาญนโยบายด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษา สสค. ชี้แจงว่า ผลการวิจัยชิ้นนี้ได้ดำเนินการตามหลักวิชาการ โดยสุ่มตัวอย่างจากครูสอนดีทุกตำบลทั่วประเทศ ซึ่งผลการวิจัยที่ระบุว่าใช้เวลากับการประเมิน สมศ.มากที่สุด 9 วันนั้น มาจากคำถามเกี่ยวกับกิจกรรมภายนอกชั้นเรียน ที่ครูต้องมีการเตรียมการ เช่น การจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง การเดินทาง และการพบปะกับเจ้าหน้าที่ว่าต้องใช้เวลากี่วัน ดังนั้น ผลการวิจัยนี้จึงรวมถึงเวลาในการเตรียมการด้วย ไม่ใช่เวลาที่เข้ามาประเมินเพียงอย่างเดียว และคำถามนี้มีครูที่ตอบว่าใช้เวลามากกว่า 9 วัน เป็นจำนวนมาก แต่ สสค.นำมาหาค่าเฉลี่ยจนได้ผลวิจัยที่ 9 วัน

"ผลการวิจัยมาจากเสียงสะท้อนของครูทั่วประเทศ เราจำเป็นต้องฟัง และมาร่วมกันหาคำตอบ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นความทุกข์ของครูที่ไม่เคยส่งเสียงมาให้สังคมได้รับทราบเลย ซึ่ง สสค.ไม่สามารถจะมาแก้ตัวเลขที่ครูบอกได้ เรามีแต่ข้อเท็จจริง มีเอกสารเป็นตั้งๆ และไม่ได้มุ่งชี้ผลการวิจัยไปที่องค์กรใดองค์กรหนึ่ง หรือกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง ดังนั้น อยากให้ลองลงพื้นที่ไปสอบถามครูดู และความจริงก็จะปรากฏ" ดร.ไกรยศ กล่าว

ดูเหมือนว่า ข้อโต้แย้งระหว่าง 'สสค.' และ 'สมศ.' น่าจะได้บทสรุปที่ลงตัว ผ่านมุมมองของ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ว่า หากมองแบบเป็นกลางจะพบว่าทั้งข้อมูลการวิจัยของ สสค. และประเด็นที่สมศ.ยกขึ้นมาชี้แจงนั้น ไม่ใช่ตัวเลขจริงทั้งหมด แต่เป็นตัวเลขการสำรวจครูบางกลุ่ม ฉะนั้น ต้องยอมรับว่าไม่มีงานวิจัยใดที่สมบูรณ์ จึงไม่ควรเสียเวลาเรื่องวันที่ใช้มากน้อยเพียงใด

"แต่สิ่งสำคัญคือ ความรู้สึกกังวลใจ และความทุกข์ของครูที่เกิดขึ้นจริงผ่านกระบวนการประเมิน สิ่งที่ควรทำคือ การช่วยกันทบทวนการประเมิน เรื่องตัวชี้วัดต่างๆ ว่ามีคุณภาพเพียงพอ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างมีคุณภาพได้ และไม่เป็นภาระให้ครูน่าจะเป็นทางออกร่วมกันที่ สมศ.และทุกฝ่ายที่เข้าไปทำกิจกรรมกับครู"

ผู้เขียนได้แต่หวังว่า ทั้ง 'สสค.และ สมศ.' จะลด ละ 'อัตตา' เพื่อหาทางออกร่วมกัน ในการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย จะดีขึ้นได้ต้องทำอย่างไรบ้าง เน้อ!!

ที่มา เนชั่นสุดสัปดาห์ 23 January 2015

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> สสค. VS สมศ. , , สสค. , VS , สมศ. << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
"ครูตั้น" เผย 3 ปีพร้อมสร้างโรงเรียนคุณภาพทุกจังหวัด เพื่อเด็กตจว.ไม่ต้องเข้าเรียนในเมือง☕ 28 ม.ค. 2563
"ครูตั้น" เผย 3 ปีพร้อมสร้างโรงเรียนคุณภาพทุกจังหวัด เพื่อเด็กตจว.ไม่ต้องเข้าเรียนในเมือง
เปิดอ่าน 555 ครั้ง
สพฐ.แก้ไขคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารคลัสเตอร์☕ 28 ม.ค. 2563
สพฐ.แก้ไขคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารคลัสเตอร์
เปิดอ่าน 1,080 ครั้ง
เผยแผนงานเพื่อปฏิรูปการศึกษา เตรียมปรับการขอวิทยฐานะของครู ให้มีประสิทธิภาพเน้นผลเชิงประจักษ์☕ 28 ม.ค. 2563
เผยแผนงานเพื่อปฏิรูปการศึกษา เตรียมปรับการขอวิทยฐานะของครู ให้มีประสิทธิภาพเน้นผลเชิงประจักษ์
เปิดอ่าน 4,041 ครั้ง
ส.บ.ม.ท.ฝากผู้บริหาร-ครู เฝ้าระวังไวรัสโคโรนาในสถานศึกษา☕ 28 ม.ค. 2563
ส.บ.ม.ท.ฝากผู้บริหาร-ครู เฝ้าระวังไวรัสโคโรนาในสถานศึกษา
เปิดอ่าน 578 ครั้ง
ศธ.กำชับครูเข้มงวดความสะอาดช้อน-จาน มั่นใจรัฐคุม "ไวรัสโคโรนา" ได้ ☕ 28 ม.ค. 2563
ศธ.กำชับครูเข้มงวดความสะอาดช้อน-จาน มั่นใจรัฐคุม "ไวรัสโคโรนา" ได้
เปิดอ่าน 490 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

อาหารยอดนิยมในอาเซียน (บรูไนดารุสซาลาม)อาหารยอดนิยมในอาเซียน (บรูไนดารุสซาลาม)
เปิดอ่าน 17,418 ครั้ง
ลักษณะนิ้วมือบ่งบอกอะไร?ลักษณะนิ้วมือบ่งบอกอะไร?
เปิดอ่าน 13,415 ครั้ง
เปิดโลกเรียนรู้เจ้าหนูจอมซนเปิดโลกเรียนรู้เจ้าหนูจอมซน
เปิดอ่าน 5,518 ครั้ง
ภาษาอังกฤษ เริ่มได้ที่บ้าน กับ สอนลูกฝึกออกเสียงภาษาอังกฤษกับคำศัพท์เกี่ยวกับบ้านภาษาอังกฤษ เริ่มได้ที่บ้าน กับ สอนลูกฝึกออกเสียงภาษาอังกฤษกับคำศัพท์เกี่ยวกับบ้าน
เปิดอ่าน 22,856 ครั้ง
แกล้งคนในลิฟต์ 55+แกล้งคนในลิฟต์ 55+
เปิดอ่าน 7,597 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ