ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > สมศ.จวกยับ ผลวิจัย สสค.ใช้ไม่ได้

สมศ.จวกยับ ผลวิจัย สสค.ใช้ไม่ได้

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 21 ม.ค. 2558 เปิดอ่าน : 2,477 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
❝ “ชาญณรงค์”บ่นอุบผลวิจัย สสค.ทำสังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน ใช้ฐานคิดผิด ชี้หากครูวางแผนการสอนตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องเตรียมตัว ด้าน “ไกรยศ” ยันผลวิจัยเป็นไปตามหลักวิชาการ หากไม่เชื่อแนะให้ลงพื้นที่ เชื่อความจริงจะปรากฏ ❞
สมศ.จวกยับ ผลวิจัย สสค.ใช้ไม่ได้

Advertisement

วันนี้ (20 ม.ค.) ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เปิดเผยว่า ตามที่งานวิจัยเรื่อง กิจกรรมภายนอกชั้นเรียนที่กระทบต่อการจัดการเรียนการสอนของครู ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพชีวิตเยาวชน (สสค.) ระบุว่ากิจกรรมภายนอกชั้นเรียนที่ครูต้องใช้เวลามากที่สุดเป็นอันดับแรกคือ การประเมินจากหน่วยงานภายนอก 43 วัน โดยใช้เวลากับการประเมิน สมศ.มากที่สุด 9 วันนั้น ตนขอชี้แจงว่า ผลวิจัยดังกล่าวน่าจะมีความคลาดเคลื่อน และเป็นงานวิจัยที่นำไปประยุกต์ใช้ไม่ได้ เพราะดูจากฐานคิดก็ผิดแล้ว ซึ่งในแผนภูมิอธิบายผลใช้ฐาน 1 ปี แต่การประเมินของ สมศ. เข้าไปประเมิน 1 ครั้งใน 5 ปี และ 1 ครั้ง เข้าไปประเมิน 3วัน เฉลี่ยประมาณ 5 ชั่วโมงต่อปีเท่านั้น ดังนั้นจะมาคิดรวมอยู่ในฐาน 1 ปีไม่ได้

“ผลวิจัยดังกล่าวชี้นำสังคมไปในทางที่ไม่ถูก ทำให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน เมื่อชี้นำผิดแบบนี้ สมศ.ก็ตกเป็นจำเลยสังคมแล้วใครจะรับผิดชอบ ซึ่งงานวิจัยของไทยจำนวนไม่น้อยที่เป็นแบบนี้ และไม่สามารถนำไปใช้ได้ อีกทั้งยังทำให้เกิดผลกระทบในทางลบ ดังนั้นคุณภาพงานวิจัยจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก” ศ.ดร.ชาญณรงค์ กล่าวและว่า ความจริงแล้ว หากครูดำเนินไปตามข้อปฏิบัติที่ต้นสังกัดกำหนด มีการวางแผนการสอนอยู่ตลอดเวลา เมื่อ สมศ.เข้ามาประเมินก็สามารถใช้เอกสารเหล่านั้นได้เลย โดยไม่ต้องเตรียมตัว แต่ชีวิตจริงครูส่วนหนึ่งไม่ได้ทำแบบนี้เลย สอนโดยไม่บันทึก ไม่มีแผนการสอน เมื่อ สมศ.มาประเมินก็ต้องมานั่งทำเอกสาร ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าวิถีชีวิตครูไม่ใช่วิถีชีวิตคุณภาพ

ดร.ไกรยศ ภัทรวาท ผู้เชี่ยวชาญนโยบายด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษา สสค. กล่าวว่า ผลการวิจัยชิ้นนี้ได้ดำเนินการตามหลักวิชาการ โดยสุ่มตัวอย่างจากครูสอนดีทุกตำบลทั่วประเทศ ซึ่งผลการวิจัยที่ระบุว่าใช้เวลากับการประเมิน สมศ.มากที่สุด 9 วันนั้น มาจากคำถามเกี่ยวกับกิจกรรมภายนอกชั้นเรียนที่ครูต้องมีการเตรียมการ เช่น การจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง การเดินทาง และการพบปะกับเจ้าหน้าที่ว่าต้องใช้เวลากี่วัน ดังนั้นผลการวิจัยนี้จึงรวมถึงเวลาในการเตรียมการด้วย ไม่ใช่เวลาที่เข้ามาประเมินเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตามคำถามนี้มีครูที่ตอบว่าใช้เวลามากกว่า 9 วัน เป็นจำนวนมาก แต่เราก็นำมาหาค่าเฉลี่ยจนได้ผลวิจัยที่ 9 วัน

“ผลการวิจัยมาจากเสียงสะท้อนของครูทั่วประเทศ เราจำเป็นต้องฟัง และมาร่วมกันหาคำตอบ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นความทุกข์ของครูที่ไม่เคยส่งเสียงมาให้สังคมได้รับทราบเลย ซึ่ง สสค.ไม่สามารถจะมาแก้ตัวเลขที่ครูบอกได้ เรามีแต่ข้อเท็จจริง มีเอกสารเป็นตั้งๆ และไม่ได้มุ่งชี้ผลการวิจัยไปที่องค์กรใดองค์กรหนึ่ง หรือกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง ดังนั้นอยากให้ลองลงพื้นที่ไปสอบถามครูดู และความจริงก็จะปรากฏ”ดร.ไกรยศ กล่าว

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ผู้ช่วย รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า หากมองแบบเป็นกลางจะพบว่าทั้งข้อมูลการวิจัยของ สสค. และประเด็นที่ สมศ.ยกขึ้นมาชี้แจงนั้น ไม่ใช่ตัวเลขจริงทั้งหมด แต่เป็นตัวเลขการสำรวจครูบางกลุ่ม ดังนั้นต้องยอมรับว่า ไม่มีงานวิจัยใดที่สมบูรณ์จึงไม่ควรเสียเวลากับเรื่องวันที่ใช้มากน้อยเพียงใด แต่สิ่งสำคัญคือ ความรู้สึกกังวลใจ และความทุกข์ของครูที่เกิดขึ้นจริงผ่านกระบวนการประเมิน ซึ่งสิ่งที่ควรทำคือ การช่วยกันทบทวนการประเมิน เรื่องตัวชี้วัดต่างๆว่ามีคุณภาพเพียงพอ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างมีคุณภาพหรือไม่ และไม่เป็นภาระให้ครูด้วย.

 

 

ที่มา เดลินิวส์ วันอังคาร 20 มกราคม 2558

 


 

สมศ.ค้านผลวิจัย สสค.ชี้คลาดเคลื่อนทำตกเป็นจำเลยสังคม “ไกรยศ” ยันวิจัยยึดหลักวิชาการ-สะท้อนความทุกข์ครู

สมศ. เคืองใจผลวิจัย สสค. ระบุครูใช้เวลากับการประเมินของ สมศ. มากถึง 9 วัน เป็นงานวิจัยคลาดเคลื่อน ใช้ฐานคิดผิดแค่ 1 ปี ทั้งที่ สมศ. ประเมินรอบ 5 ปี เพียง 1 ครั้ง ใช้เวลาแค่ 3 วันเท่านั้น ระบุถ้าครูจัดการสอนตามแผนการศึกษา จะไม่มีปัญหาทั้งประเมินภายในและภายนอก ด้าน สสค. สวนกลับให้ลงพื้นที่ฟังเสียงสะท้อนของครู ยันทำวิจัยบนฐานวิชาการ และสุ่มจากครูสอนดีทั่วประเทศ ย้ำไม่ชี้ชัดไปองค์กรใดองค์กรหนึ่งแต่สะท้อนความทุกข์ครูด้วยข้อเท็จจริง

วันนี้ (20 ม.ค.) ที่สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผอ.สมศ. เปิดเผยว่า ตามที่งานวิจัยเรื่อง กิจกรรมภายนอกชั้นเรียนที่กระทบต่อการจัดการเรียนการสอนของครู จัดทำโดยสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพชีวิตเยาวชน (สสค.) ระบุว่า กิจกรรมภายนอกชั้นเรียนที่ครูต้องใช้เวลามากที่สุดเป็นอันดับแรก คือ การประเมินจากหน่วยงานภายนอก 43 วัน โดยใช้เวลากับการประเมิน สมศ. มากที่สุด 9 วันนั้น ตนขอชี้แจงว่า ผลวิจัยดังกล่าวน่าจะมีความคลาดเคลื่อน และเป็นงานวิจัยที่นำไปประยุกต์ใช้ไม่ได้ เพราะดูจากฐานคิดก็ผิดแล้ว ซึ่งในแผนภูมิอธิบายผลโดยใช้ฐาน 1 ปี แต่การประเมินของ สมศ. เมื่อครบรอบ 5 ปี จะประเมิน 1 ครั้ง ใช้เวลาประเมิน 3 วัน เฉลี่ยประมาณ 5 ชั่วโมงต่อปีเท่านั้น จึงไม่สามารถนำมาคิดรวมอยู่ในฐาน 1 ปีไม่ได้

“เมื่อผลวิจัยดังกล่าวถูกเผยแพร่สู่สังคม ทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อนเป็นการชี้นำสังคมไปในทางที่ไม่ถูก และเมื่อชี้นำผิด สมศ. ก็ตกเป็นจำเลยสังคมแล้วใครจะรับผิดชอบ ซึ่งงานวิจัยของไทยจำนวนไม่น้อยที่เป็นแบบนี้ ไม่สามารถนำไปใช้ได้ และยังทำให้เกิดผลกระทบในทางลบ ดังนั้น คุณภาพงานวิจัยจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก” ศ.ดร.ชาญณรงค์ กล่าว

ผอ.สมศ. กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตนเชื่อว่า ถ้าวิถีชีวิตครูดำเนินไปตามข้อปฏิบัติที่ต้นสังกัดกำหนด ใครสอนอะไรให้เตรียมการสอนวิชานั้น ทั้งกำหนด วัตถุประสงค์ และประเมินเด็ก มีการวางแผนการสอน ประเมินการสอน และนำผลการประเมินนั้นมาพัฒนา ซึ่งเอกสารต่างๆ ที่ครูทำก็จะถูกนำมาใช้ในการประเมินภายในและประเมินภายนอกของ สมศ. ได้ แต่ชีวิตจริงไม่ใช่ ครูไม่ได้ทำ ครูสอนโดยไม่บันทึก ไม่มีแผนการสอน เมื่อ สมศ. ไปประเมิน ครูต้องมาทำเอกสารต่างๆ เพื่อการประเมิน แสดงว่าวิถีชีวิตครูไม่ใช่วิถีชีวิตคุณภาพ สมศ. จึงอยากให้ครูพัฒนาการเรียนการสอน

ด้าน ดร.ไกรยศ ภัทรวาท ผู้เชี่ยวชาญนโยบายด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษา สสค. กล่าวว่า ผลการวิจัยชิ้นนี้ดำเนินการตามหลักวิชาการ โดยสุ่มตัวอย่างจากครูสอนดีทุกตำบลทั่วประเทศ ซึ่งผลการวิจัยที่ระบุว่าใช้เวลากับการประเมิน สมศ. มากที่สุด 9 วันนั้น มาจากคำถามเกี่ยวกับกิจกรรมภายนอกชั้นเรียนที่ครูต้องมีการเตรียมการ เช่น การจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง การเดินทาง และการพบปะกับเจ้าหน้าที่ว่าต้องใช้เวลากี่วัน ดังนั้น ผลการวิจัยนี้จึงรวมถึงเวลาในการเตรียมการด้วย ไม่ใช่เวลาที่เข้ามาประเมินเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตามคำถามนี้มีครูที่ตอบว่าใช้เวลามากกว่า 9 วัน เป็นจำนวนมาก แต่เราก็นำมาหาค่าเฉลี่ยจนได้ผลวิจัยที่ 9 วัน

“ผลการวิจัยมาจากเสียงสะท้อนของครูทั่วประเทศ เราจำเป็นต้องฟัง และมาร่วมกันหาคำตอบ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นความทุกข์ของครูที่ไม่เคยส่งเสียงมาให้สังคมได้รับทราบเลย ซึ่ง สสค. ไม่สามารถจะมาแก้ตัวเลขที่ครูบอกได้ เรามีแต่ข้อเท็จจริง มีเอกสารเป็นตั้งๆ และไม่ได้มุ่งชี้ผลการวิจัยไปที่องค์กรใดองค์กรหนึ่ง หรือกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง ดังนั้น อยากให้ลองลงพื้นที่ไปสอบถามครูดู และความจริงก็จะปรากฏ”ดร.ไกรยศ กล่าว

 

 

ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 มกราคม 2558

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> สมศ.จวกยับ ผลวิจัย สสค.ใช้ไม่ได้ , , สมศ.จวกยับ , ผลวิจัย , สสค.ใช้ไม่ได้ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
จดหมายเปิดผนึกถึง รมว.ศธ. จาก สมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย☕ 8 เม.ย. 2563
จดหมายเปิดผนึกถึง รมว.ศธ. จาก สมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย
เปิดอ่าน 8,750 ครั้ง
"รมว.ศธ." เผยไม่มีปิดเทอม เดือน ต.ค.63 และ เม.ย.64 หลังเลื่อนเปิดเทอมปี 1/63 เป็น 1ก.ค.☕ 7 เม.ย. 2563
"รมว.ศธ." เผยไม่มีปิดเทอม เดือน ต.ค.63 และ เม.ย.64 หลังเลื่อนเปิดเทอมปี 1/63 เป็น 1ก.ค.
เปิดอ่าน 20,433 ครั้ง
"เสมา1"จ่อแจกแท็บเล็ตเด็กเรียนออนไลน์หลังเลื่อนเปิดเรียน 1 ก.ค. ย้ำ!ไม่มีการปิดเทอมเดือนต.ค.☕ 7 เม.ย. 2563
"เสมา1"จ่อแจกแท็บเล็ตเด็กเรียนออนไลน์หลังเลื่อนเปิดเรียน 1 ก.ค. ย้ำ!ไม่มีการปิดเทอมเดือนต.ค.
เปิดอ่าน 6,060 ครั้ง
ครม.รับทราบให้สถานศึกษาเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1/2563 จาก 16 พ.ค. เป็น 1 ก.ค.☕ 7 เม.ย. 2563
ครม.รับทราบให้สถานศึกษาเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1/2563 จาก 16 พ.ค. เป็น 1 ก.ค.
เปิดอ่าน 4,037 ครั้ง
นายกรัฐมนตรีห่วงการเรียนเด็ก สั่งศธ.ชงวางแผนสอนออนไลน์☕ 6 เม.ย. 2563
นายกรัฐมนตรีห่วงการเรียนเด็ก สั่งศธ.ชงวางแผนสอนออนไลน์
เปิดอ่าน 5,276 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ผลศึกษาดื่มกาแฟหลายแก้วต่อวันช่วยสยบโรคตับได้ผลศึกษาดื่มกาแฟหลายแก้วต่อวันช่วยสยบโรคตับได้
เปิดอ่าน 8,050 ครั้ง
พระประจำวันเกิดพระประจำวันเกิด
เปิดอ่าน 33,782 ครั้ง
(ร่าง)กรอบทิศทางแผนการศึกษาชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๔(ร่าง)กรอบทิศทางแผนการศึกษาชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๔
เปิดอ่าน 5,069 ครั้ง
พืชอเนกประสงค์พืชอเนกประสงค์
เปิดอ่าน 24,627 ครั้ง
อาหารยอดนิยมในอาเซียน (บรูไนดารุสซาลาม)อาหารยอดนิยมในอาเซียน (บรูไนดารุสซาลาม)
เปิดอ่าน 17,673 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ