ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ศธ.ประกาศปี58 ปลอดนักเรียนอ่านเขียนไม่ได้

ศธ.ประกาศปี58 ปลอดนักเรียนอ่านเขียนไม่ได้

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 13 ม.ค. 2558 เปิดอ่าน : 4,231 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
❝ "ณรงค์"ประกาศนโยบาย ศธ.2558 ปีปลอดนักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ คลอด 3 แนวทาง กำกับ สพฐ.สพท.โรงเรียน ครู และผู้ปกครอง ร่วมมือ ชี้ดำเนินการจริงจังไม่เกิน 4 เดือนเห็นผล ด้าน สพป.พิษณุโลก เขต 1 เผยทุกต้นปีต้องมีปัญหาเด็กอ่านเขียนไม่ได้ให้แก้ไข ❞
ศธ.ประกาศปี58 ปลอดนักเรียนอ่านเขียนไม่ได้

Advertisement

วันนี้ (12 ม.ค.) ที่กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ พร้อมด้วย ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) แถลงข่าวประกาศนโยบายให้ปี 2558 เป็นปีปลอดนักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดย พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวว่า ศธ.ต้องการให้การแก้ปัญหานักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ เป็นนโยบายเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขให้สำเร็จภายในปีนี้ เพราะปัญหานี้เป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาเด็ก ถ้าอ่านเขียนไม่ได้ ก็จะไม่สามารถเรียนรู้วิชาอื่นๆได้ ซึ่งปัญหาดังกล่าวมีมาอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รายงานล่าสุด พบว่า มีนักเรียนประมาณ 26,000 คนที่ยังอ่านเขียนไม่ได้กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ ดังนั้น จึงต้องเร่งทำให้นักเรียนในระบบการศึกษาทุกคน อ่านเขียนภาษาไทยได้ และเข้าใจในสิ่งที่อ่านเขียน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า สำหรับมาตรการแก้ปัญหาดังกล่าวมี 3 แนวทาง ดังนี้ 1.ให้ สพฐ.ประกาศนโยบายและกำหนดมาตรการเร่งรัดนักเรียนให้อ่านออก เขียนได้ อ่านเขียนคล่อง และสื่อสารได้ โดยมีการกำกับติดตามการดำเนินงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) และรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานต่อ ศธ. 2.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต ต้องดำเนินการประกาศนโยบายแก่โรงเรียนในสังกัด มีข้อมูลการอ่านเขียนของนักเรียนทุกระดับชั้น เพื่อนำมาวิเคราะห์วางแผนการพัฒนาเด็กร่วมกับโรงเรียน และสรุปข้อมูลดังกล่าวรายงานต่อ สพฐ. มีการนิเทศ จัดทำแผนงาน กิจกรรมให้ความช่วยเหลือสถานศึกษาในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และรายงานความก้าวหน้าต่อ สพฐ.เป็นระยะ และ 3.สถานศึกษา ต้องกำหนดเป็นนโยบายสำคัญให้ครูและผู้เกี่ยวข้องดำเนินการทุกวิธีให้นักเรียนอ่านเขียนได้ตามมาตรฐานของหลักสูตร ปรับระบบบริหารจัดการให้ครูทุกคน ไม่เฉพาะครูวิชาภาษาไทย มีส่วนร่วมรับผิดชอบการแก้ไขปัญหาอ่านเขียนของนักเรียน มีแผนซ่อมเสริมนักเรียนทุกคนที่มีปัญหา และซ่อมเสริมให้แล้วเสร็จ พร้อมประสานผู้ปกครองให้รับทราบปัญหา และมีส่วนร่วมในการดูแลบุตรหลานให้อ่านเขียนได้ กำกับติดตาม นิเทศ ช่วยเหลือครูในการแก้ปัญหาอ่านเขียนของนักเรียน พร้อมรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานต่อเขตพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

“ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการอย่างจริงจังให้สำเร็จตามเป้าหมายของนโยบาย ซึ่งผมมั่นใจเกิน 100% ว่า นโยบายนี้ประสบความสำเร็จ ครูและบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต จะสามารถทำให้เด็กอ่านเขียนได้ครบทั้งหมดภายในปี 2558 และจริงๆแล้ว ถ้าดำเนินการอย่างจริงจังภายใน 3-4 เดือน ก็สามารถเห็นผลสำเร็จได้อย่างแน่นอน“ พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าว

ด้าน ดร.กมล กล่าวว่า นโยบายของ ศธ.ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาชาติ ตั้งเป้าหมายให้นักเรียนคิดวิเคราะห์ เรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามค่านิยมหลัก 12 ประการ รวมถึงมีทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 ซึ่งการอ่านออกเขียนได้ถือเป็นหัวใจสำคัญต่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้ในระดับสูงขึ้น ดังนั้นการแก้ปัญหาเรื่องนี้จึงเป็นหัวใจสำคัญ โดย สพฐ.มีเป้าหมายจะยกะระดับคะแนนสอบการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เอ็นที) การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) และ โครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (พิซา)

นายบุญรักษ์ ยอกเพชร ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาဇ(สพป.) พิษณุโลก เขต 1 กล่าวว่า นิยามของคำว่าอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ แตกต่างกันในแต่ละช่วงชั้น โดยชั้น ป.1-ป.2 หมายถึงการอ่านออก เขียนได้ ชั้น ป.3-ป.4 หมายถึงการอ่านเขียนคล่อง และ ป.5 – ป.6 หมายถึงการอ่านรู้เรื่อง สรุปความได้ เขียนคล่อง ซึ่งทุกต้นปีการศึกษาจะมีตัวเลขนักเรียนทุกระดับชั้นที่มีปัญหาอ่านเขียน ซึ่งการแก้ไขปัญหาจะมีการตรวจสอบการอ่านเขียนของนักเรียนทุกคน ให้รู้ข้อมูล วิเคราะห์จุดบกพร่องของเด็กเป็นรายบุคคล เพื่อวางแผนพัฒนาเด็กได้อย่างถูกต้อง รวมถึงมีการนิเทศ ช่วยเหลือสถานศึกษาและครูในการแก้ปัญหาด้วย ซึ่งที่ผ่านมาဇสพป.พิษณุโลก เขต 1 ก็ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาพอสมควร.

 

 


ที่มา เดลินิวส์ วันจันทร์ 12 มกราคม 2558

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ศธ.ประกาศปี58 ปลอดนักเรียนอ่านเขียนไม่ได้ , , ศธ.ประกาศปี58 , ปลอดนักเรียนอ่านเขียนไม่ได้ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
สพฐ.-สทศ.ตั้งคณะทำงานวิเคราะห์ข้อสอบโอเน็ต☕ 26 ก.พ. 2563
สพฐ.-สทศ.ตั้งคณะทำงานวิเคราะห์ข้อสอบโอเน็ต
เปิดอ่าน 185 ครั้ง
เลขาธิการ กพฐ. สั่งผู้บริหารลงพื้นที่ติดตามการรับนักเรียนปี 63☕ 26 ก.พ. 2563
เลขาธิการ กพฐ. สั่งผู้บริหารลงพื้นที่ติดตามการรับนักเรียนปี 63
เปิดอ่าน 113 ครั้ง
ก.ค.ศ.ออกเกณฑ์จูงใจ คนเก่งสมัครใจ ไปเป็น ผอ.รร.ขนาดเล็ก หรือ รร.พื้นที่ห่างไกล กันดาร☕ 25 ก.พ. 2563
ก.ค.ศ.ออกเกณฑ์จูงใจ คนเก่งสมัครใจ ไปเป็น ผอ.รร.ขนาดเล็ก หรือ รร.พื้นที่ห่างไกล กันดาร
เปิดอ่าน 9,682 ครั้ง
ก.ค.ศ.ตั้งคณะทำงานจัดสวัสดิการพิเศษผู้บริหาร รร.เล็ก☕ 25 ก.พ. 2563
ก.ค.ศ.ตั้งคณะทำงานจัดสวัสดิการพิเศษผู้บริหาร รร.เล็ก
เปิดอ่าน 3,961 ครั้ง
ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 2/2563☕ 24 ก.พ. 2563
ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 2/2563
เปิดอ่าน 3,422 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

แตงกวามีดีกว่าที่คุณคิดแตงกวามีดีกว่าที่คุณคิด
เปิดอ่าน 10,179 ครั้ง
เก่งภาษาอังกฤษ...แบบนีน่า เก่งภาษาอังกฤษ...แบบนีน่า
เปิดอ่าน 40,658 ครั้ง
การบอกคุณภาพของน้ำ โดยใช้ปริมาณออกซิเจนเป็นเกณฑ์การบอกคุณภาพของน้ำ โดยใช้ปริมาณออกซิเจนเป็นเกณฑ์
เปิดอ่าน 28,758 ครั้ง
ชี้เป็นเด็กอัจฉริยะต้องมี 6Qชี้เป็นเด็กอัจฉริยะต้องมี 6Q
เปิดอ่าน 7,731 ครั้ง
กรมทางหลวงแนะ 13 เส้นทางเลี่ยงขึ้นเหนือ-ล่องใต้ ช่วงสงกรานต์กรมทางหลวงแนะ 13 เส้นทางเลี่ยงขึ้นเหนือ-ล่องใต้ ช่วงสงกรานต์
เปิดอ่าน 6,790 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ